
'มาร์ค'พาครอบครัวพักผ่อนเกาะสมุย
"อภิสิทธิ์"พาครอบครัวพักผ่อนเกาะสมุย ช่วงวันหยุดสงกรานต์ แจ้งสื่อหากมีข่าวอะไร"ปณิธาน"จะเป็นคนให้ข่าว พร้อมอวยพรให้ชาวไทยมีความสุข ปลอด ภัย วันสงกรานต์ ย้ำครึ่งเดือนหลังสงกรานต์รัฐบาลขอทำงานเต็มที่ มั่นใจจะไม่มีอุปสรรคขวางยุบสภาต้นพ.ค. เตรียมเคลียร์คิวหลั
(13มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างวันที่ 13-16 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวเป็นการส่วนตัวที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนายกฯได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หากมีอะไรให้สัมภาษณ์นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปก่อน ซึ่งนายปณิธานจะเปิดโทรศัพท์ตลอดเวลา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ว่า ขออวยพรให้ประชาชนมีความสุข และได้มีโอกาสเยี่ยมเยียนครอบครัว ตนก็หวังว่าประชาชนทุกคนจะได้มีโอกาสฉลองปีใหม่อย่างมีความสุข และตนได้เน้นย้ำทุกครั้งว่าในโอกาสแบบนี้ขอให้อย่าประมาท ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ ก็ขอให้ทุกคนมีความสุขและมีความปลอดภัยในการฉลองปีใหม่ไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีมาตรการในการป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ความจริงเรื่องอุบัติเหตุก็มีการเน้นย้ำมาตลอด เพราะเรารู้สาเหตุดีว่ามาจากเรื่องเมา และหลับ ซึ่งก็รณรงค์กันมาก ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ระดมกันมาเพื่ออำนวยความสะดวกตามจุดต่าง ๆ ให้ประชาชน ซึ่งก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด ส่วนบทลงโทษที่ใช้กับผู้ที่ฝ่าฝืนนั้นก็มีอยู่แล้ว และรัฐบาลก็มีเป้าหมายในการที่จะลดอุบัติเหตุ โดยทำเป็นแผนระยะยาวแล้ว ซึ่งในการประชุมกรรมการที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ก็กำลังทำมากขึ้นในเรื่องของมาตรฐานของคนขับรถ โดยเฉพาะคนขับรถสาธารณะหรือคนขับรถขนส่ง ที่จะมีความเข้มงวดกวดขันกันมากขึ้น และจะมีการแก้ปัญหาในเรื่องของจุดพักมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันไม่ค่อยพอ ส่วนใหญ่จะใช้ที่ปั๊มน้ำมันเป็นจุดพัก
ผู้สื่อข่าวถามว่าปีใหม่ไทย นอกจากอวยพรให้ประชาชนมีความสุขแล้ว นายกฯมีของขวัญอะไรที่จะให้คนไทยอีกหรือไม่ ในเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปีนี้สิ่งแรกที่ได้คือได้ฉลองสงกรานต์กันตามปกติ เพราะ 2 ปีที่ผ่านมามีแต่เหตุการณ์ความวุ่นวาย ดังนั้นปีนี้อย่างน้อยที่สุดก็หวังว่าประชาชนจะได้มีความสุขกับการที่ไม่ต้องกังวลใจกับสถานการณ์ ในบ้านเมือง ส่วนหลังปีใหม่ไทยมา รัฐบาลก็เหลือเวลาทำงานอยู่ประมาณครึ่งเดือน ก็จะเดินหน้าทำให้ดีที่สุด และประชาชนเองก็จะได้มีโอกาสในการเลือกส.ส. และผู้บริหารชุดใหม่เข้ามา ก็ถือว่าเป็นการคืนอำนาจให้กับประชาชน เป็นโอกาสดีที่ประชาชนจะได้ตัดสินใจในการเลือกทิศทางของบ้านเมืองต่อไป
เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้คิดว่ายังไม่มีอุปสรรคอะไรที่จะมาขัดขวางไม่ให้มีการเลือกตั้งได้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นอะไรที่จะเป็นอุปสรรคได้ เพราะเมื่อวานกฎหมายลูก 3 ฉบับ ทางสมาชิกวุฒิสภาก็รับหลักการไปแล้ว และเท่าที่ดูตารางเวลาก็คิดว่าน่าจะยังเป็นไปตามกรอบที่กำหนดไว้ได้ ไม่น่ามีปัญหาอะไร เมื่อถามว่าเป็นสัญญาณที่ดีหลังสงกรานต์ เพราะสถานการณ์ขณะนี้ดีขึ้นใช่หรือไม่ เพราะสถานการณ์ต่าง ๆ ดี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น และอยากขอความร่วมมือให้ทุกคนทำให้เป็นอย่างนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าหลังสงกรานต์สถานการณ์ทางการเมืองจะเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า คงไม่ต่างจากช่วงปัจจุบันนี้ เพราะทุกคนก็คงมุ่งเข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว เนื่องจากการยุบสภาจะเกิดขึ้นไม่เกินต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งก็จะทำให้ทุกคนมีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อถามว่าเป็นห่วงว่าจะมีความรุนแรงอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องช่วยกันดูแลทุกฝ่าย ตนคิดว่าคงเป็นคนกลุ่มน้อยมาก ๆ ที่ไม่ต้องการเห็นการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นก็ต้องช่วยกันประคับประคองให้บ้านเมืองเดินไปได้โดยกระบวนการประชาธิปไตย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ระยะเวลาครึ่งเดือนที่เหลืออยู่ เป็นห่วงอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็ยังเป็นห่วงสถานการณ์ ปัญหาของประชาชน ในเรื่องปากท้อง ของแพง เพราะราคาน้ำมันดิบยังมีปัญหาจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นค่อนข้างจะเป็นเรื่องของจิตวิทยา เรื่องของการเก็งกำไร จึงทำให้การบริหารในเรื่องนี้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และคงจะมีสินค้าอีกหลายตัวที่จะยังมีปัญหาในเรื่องของต้นทุน ก็ต้องเร่งแก้ไข และเรื่องของการเพิ่มรายได้ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่จะต้องทำต่อไป ก็ต้องเร่งรัด
เมื่อถามว่าดูเหมือนนายกฯ เบาใจเรื่องการเมืองไปเยอะ แต่มาหนักใจเรื่องของปากท้องประชาชนมากกว่า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความจริงเรื่องการเมืองมันไม่มีหมด มันจะมีปัญหาการเมืองเรื่องหนึ่งหมดไป เรื่องใหม่ก็ตามมา แต่สิ่งที่มันสำคัญกว่าคือเรื่องปัญหาของประชาชนมากกว่า และตนก็ต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีการนำเสนอที่ชัดเจน เป็นรูปธรรมว่าจะแก้ปัญหาของประชาชนอย่างไร ตนจึงเน้นว่า อยากตั้งใจให้ประชาชนได้เลือกอนาคตที่มาแก้ปัญหาให้ประชาชนเอง มากกว่าที่จะไปแก้ปัญหาเรื่องของนักการเมือง
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางผบ.ทบ.ออกมาเรียกร้องให้คนออกมาใช้สิทธิกันมาก ๆ จะมีผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการใช้สิทธิก็อยู่ที่ประมาณร้อยละ 70 ซึ่งตนก็อยากให้ตัวเลขสูง ๆ แต่สิ่งสำคัญที่ไม่แพ้การมาใช้สิทธิกันมาก ๆ คือการติดตามข่าวสาร เพื่อที่ว่าการใช้สิทธิ์ จะเป็นการใช้สิทธิซึ่งรู้เท่าทันของการเมืองทั้งหมด จะได้ตัดสินใจสำหรับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ
เมื่อถามว่าที่นายกฯ กำหนดวันยุบสภาไว้ในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม ซึ่งสัปดาห์แรกมีวันที่ 1-7 พฤษภาคม นายกฯบอกได้หรือไม่ว่าเป็นวันไหนใน 7 วันนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันไหนก็วันนั้นแหล่ะ แต่ตอนนี้พยายามเร่งดูในส่วนของกฎหมายลูกว่า ถ้าวุฒิสภาให้แปรญัตติภายใน 1 วัน เพราะฉะนั้นก็คาดหวังว่าวันที่ 18 เม.ย.การพิจารณาของส.ว.ก็น่าจะเสร็จสิ้น ซึ่งก็ต้องไปดูต่อว่า ทางวุฒิสภามีการแก้ไขหรือไม่ เพราะหากแก้ไขก็ต้องกลับไปที่สภาผู้แทนราษฎรอีก แต่ก็กำลังให้เจ้าหน้าที่ทำตารางเวลาไว้แล้วว่า ถ้าส.ว.แก้แล้วจะไปอย่างไร หรือถ้าไม่แก้แล้วจะไปอย่างไร
เมื่อถามต่อว่า จะต้องส่งให้ศาลได้พิจารณาด้วยใช่หรือไม่ และต้องใช้เวลานานหรือไม่ นายกฯ กล่าวยอมรับว่าต้องส่งให้ศาลได้พิจารณาด้วย แต่ก็หวังว่าจะไม่ล่าช้า เพราะกฎหมายก็มีไม่กี่มาตรา และตนเชื่อว่าทางศาลทราบถึงความจำเป็นเร่งด่วนดี ก็น่าจะสามารถดูแลได้ ซึ่งก็คงต้องมีการขอความร่วมมือไปทางศาลด้วย
ส่วนเรื่องของกกต.นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะหาเวลาไปพบ เพื่อคุยเรื่องการกำหนดแนวทางของการปฏิบัติตนในช่วงของการเลือกตั้ง เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ เป็นเรื่องของบทบาทของฝ่ายบริหาร ซึ่งหลังจากเทศกาลสงกรานต์แล้ว ตนก็จะหาเวลาไปพบ



