
กรุงเทพ: วานนี้ วันนี้ และพรุ่งนี้
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผมคุยกับคุณสรรเสริญ ปัญญาธิวงศ์ ทางรายการ การเดินทางของความคิด เอฟเอ็ม.96.5 ถึงเรื่องกรุงเทพฯ ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ฯ ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2325 และทรงสร้างพระบรมมหาราชวังขึ้นทางฝั่งตะวันออกของแม่
กรุงเทพฯ ก้าวสู่ความเปลี่ยนแปลงในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อมีการขุดคลองผดุงกรุงเกษม เพื่อพื้นที่ชั้นใน ตัดถนนเจริญกรุง ตามการเรียกร้องของชาวตะวันตก ซึ่งต้องการถนนสำหรับการขี่ม้าเล่นและการพักผ่อนหย่อนใจ การตัดถนนสายแรกนี้ก่อให้เกิดการขยายตัวของเมืองออกไปตามแนวถนน ขณะที่การตัดถนนบำรุงเมืองและเฟื่องนครในสมัยรัชกาลที่ 5 พร้อมกับการปลูกสร้างตึกแถวรูปทรงชิโน-โปรตุกีส ตามแบบชวาและสิงคโปร์ริมถนนทั้งสองสาย ก็ทำให้เกิดแนวคิดเรื่องการสร้าง อาคารพาณิชย์ริมถนนติดตามมา จนการเติบโตของกรุงเทพฯ ในยุคหลัง เป็นการเดินทางร่วมกันของถนนและตึกแถวที่ทำการค้า ซึ่งลามมาถึงการที่เจ้าของกิจการค้าใช้พื้นที่สาธารณะของบาทวิถีและข้างทางประกอบการทำการค้าของตนด้วย
รัชกาลที่ 5 ยังได้ทรงสร้างถนนราชดำเนิน และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม วังปารุสกวัน วังสวนสุนันทา วังสวนดุสิต วังบางขุนพรหม วังเทเวศม์ วังสุโขทัย ฯ ที่อยู่ใกล้ถนนราชดำเนิน และอื่นๆ เช่นวังพญาไท วังสระปทุม วังเพชรบูรณ์ฯ ในบริเวณที่เคยเป็นเรือกสวนไร่นาของกรุงเทพฯ เพื่อนำความเจริญไปสู่พื้นที่เหล่านั้น
กรุงเทพฯ มาเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเศรษฐกิจมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้บ้านเมืองเติบโตตามไปด้วย เป็นยุคของการกำเนิดหมู่บ้านจัดสรรและโรงงานที่รุกไล่สภาพดั้งเดิมของท้องทุ่งท้องนาย่านชานเมืองออกไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มีการรวมจังหวัดธนบุรีเข้ากับกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงอื่นๆ เช่น นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร สมุทรปราการ นครปฐม ก็มีสภาพเป็นเมืองบริวารไปโดยปริยาย
มีท่านผู้ฟังถามเข้ามาในรายการว่า แล้วกรุงเทพฯ จะไปทางไหนต่อไป จะขยายตัวในทางราบไปเรื่อยๆ เช่นนี้หรือไม่?
ในความเห็นของผมคิดว่า ณ เวลานี้ กรุงเทพฯ จะเริ่มชะลอการขยายตัวในทางราบลง เพราะได้ขยายออกไปไกลมาก จนเกิดปัญหาด้านการคมนาคม ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางที่นานเกินไปและเผชิญกับปัญหาการจราจรที่หนักขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้ คือการอยู่อาศัยตามคอนโดมิเนียมในตัวเมือง ซึ่งปัจจุบันมีการก่อสร้างอาคารชุดขนาดใหญ่ที่ทันสมัยในจุดที่สะดวกสบาย เช่น ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า รถใต้ดิน รถสาธารณะอื่นๆ และไม่ไกลจากโรงเรียน โรงพยาบาล ศูนย์การค้าซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น ซึ่งการอยู่ในเมือง จะทำให้ทุ่นเวลาเรื่องการเดินทาง และอาจไม่จำเป็นที่จะต้องใช้พาหนะส่วนตัวในภารกิจประจำวัน ซึ่งส่งผลต่อการประหยัดเงินค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และการบำรุงรักษา ไปได้เป็นจำนวนมากแต่ละเดือน
นอกเหนือไปจากการลดมลพิษทางอากาศ และการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ
ผมยังคิดว่า เรื่องที่อยู่อาศัยในตัวเมืองนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่รัฐควรจะต้องมีหน่วยงานที่ให้ความสนับสนุนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ทำนองเดียวกับของรัฐบาลสิงคโปร์ ซึ่งย่อมดีการตัดถนนสายใหม่ๆ ออกไปนอกเมืองเรื่อยๆ ซึ่งอย่างไรไม่มีวันตอบสนองได้เพียงพอกับปริมาณของรถยนต์ป้ายแดงที่เป็นเงาตามตัว
และผมวาดหวังว่า กรุงเทพฯ ในอนาคต จะไม่ใช่เมืองแห่งตึกแถวเช่นในอดีต แต่จะเป็นเมืองที่มีอาคารชุดสูงๆ ทันสมัย สวยงาม ปลอดภัย รักษาทัศนียภาพ และมีคุณค่าทางสถาปัตยกรรม
ท้ายคอลัมน์ ขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงเวลาของรายการ “การเดินทางของความคิด” เอฟเอ็ม.96.5 ซึ่งเลื่อนเป็น 21.00-22.00 น.และทุกคืนวันพุธ พบกับผมและคุณสรรเสริญ ปัญญาธิวงศ์ พร้อมทั้งรับฟังธรรมะจากท่าน ว.วชิระเมธี ตามเวลาดังกล่าวครับ
"ประภัสสร เสวิกุล"



