
"ส.ว.คัดสรร"
คงทราบกันแล้วว่า ผู้สมัคร ส.ว.ท่านใด ได้รับการคัดสรรให้ดำรงตำแหน่ง ส.ว. ซึ่งมีวาระการทำงานในวุฒิสภา 6 ปี
เกณฑ์ในการคัดสรร แม้คณะกรรมการ 6 ท่านจะมิได้ประกาศให้สาธารณชนทราบ แต่นักกฎหมายและนักรัฐศาสตร์ย่อมทราบดีว่ามีเกณฑ์กำหนดแนวทางไว้แล้ว ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. ในเรื่องคุณสมบัติองค์กรผู้ส่ง, ผู้สมัคร และกรอบการพิจารณาของกรรมการคัดสรร
สำหรับกรอบพิจารณา สรุปดังต่อไปนี้
(1) องค์กรผู้ส่ง ไม่ว่าภาควิชาการ ภาครัฐ ภาควิชาชีพ ภาคเอกชน และภาคอื่น ต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคล ที่มีวัตถุประสงค์ และกิจกรรม เพื่อประโยชน์แก่ ประเทศชาติ สังคม และประโยชน์โดยรวม ในมิติเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
(2) องค์กรผู้ส่ง และผู้สมัคร ต้องมีปฏิสัมพันธ์กันชัดเจนในแต่ละภาค
(3) ผู้สมัครต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ที่จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง วุฒิสมาชิก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์แก่วุฒิสภา และรัฐสภา ซึ่งมีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร แต่งตั้ง ถอดถอนผู้นำฝ่ายบริหาร องค์กรอิสระ ฯลฯ และตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
(4) ผู้สมัครต้องมีความเป็นกลางทางการเมืองเป็นที่ประจักษ์
(5) พิจารณาคัดเลือกให้มีความหลากหลาย ทั้งอาชีพ เพศ
รายชื่อที่ประกาศมา ท่านช่วยกันดูว่า เข้าตามแนวทางที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่?
การเลือกตั้ง ส.ส./ส.ว. เมื่อประกาศผลออกมาให้สาธารณชนทราบ จะมีกฎหมายให้ผู้สมัคร หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทำหนังสือคัดค้านการประกาศผลได้ หากพบว่า ผู้สมัครที่ได้รับการเลือก กระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง หรือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.มีหน้าที่สืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อยกคำร้องให้ใบเหลือง ใบแดง แก่ผู้ถูกร้องได้
กรณี ส.ว.คัดสรร หากผลการคัดสรร ได้รายชื่อ ส.ว.ครบ 73 คนแล้วประกาศออกมาให้สาธารณชนทราบ แล้วผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่เห็นด้วยจะทำการคัดค้านต่อ คณะกรรมการคัดสรรฯ ได้หรือไม่? เกิดผลเช่นไร? คงต้องตามดู
"คมพิทักษ์ราษฎร์"



