
แกะรอย...มอเตอร์ไซค์ ล่า 'โจรปล้นทอง' ข้ามประเทศ
ในที่สุด... "โจรอ้อนแอ้น" ที่บุกปล้นร้านทองจิรสุวรรณ ถนนประชาอุทิศ 54 กรุงเทพฯ แล้วใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิง น.ส.วิชุดา จันทร์ฉาย อายุ 28 ปี ลูกจ้างของร้านได้รับบาดเจ็บ ก่อนหลบหนีไปพร้อมทองคำน้ำหนักกว่า 60 บาท เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา...จนมุมตำรวจแล้
หลังเกิดเหตุชุดสืบสวนของท้องที่เกิดเหตุ ชุดสืบสวนของกก.สส.น.8 และชุดสืบสวนของ บก.สส.บช.น. พยายามแกะรอยเส้นทางหลบหนีของคนร้าย จากกล้องวิดีโอวงจรปิดของบริษัทห้างร้านในเส้นทางหลบหนีของคนร้าย แต่บางจุดก็ไม่สามารถบันทึกภาพไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนมีความเห็นตรงกันว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เพราะเส้นทางในการก่อเหตุและเส้นทางหลบหนีเป็นทางเดียวกัน
ระหว่างที่ชุดสืบสวนไล่ดูกล้องวงจรปิด มีพลเมืองดีรายหนึ่งแจ้งเบาะแสว่า พบวัยรุ่นต้องสงสัยขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดทิ้งไว้ที่วัดพญาปราบปัจจามิตร อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยวัยรุ่นคนดังกล่าวถือกระเป๋าใส่เอกสารเดินเข้ามาในซอยเพชรหึงส์ 20 แล้วไม่ได้กลับมาเอารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้อีกเลย
พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.จิรศักดิ์ ขำคง รองผบก.น.8, พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สส.บก.น.8, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ พร้อมชุดสืบสวนเดินทางไปยังจุดที่รถจักรยานยนต์ต้องสงสัยจอดอยู่ โดยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงใช้กระดาษกาวลอกหมายเลขเครื่องยนต์และหมายเลขตัวถังรถจักรยานยนต์ไปตรวจสอบ จึงทราบว่า รถคันนี้ไม่ได้ต่อทะเบียนและหรือต่อภาษีประจำปีมาตั้งแต่ปี 2552 จากนั้นได้ติดตามหาเจ้าของรถจักรยานยนต์คันนี้ได้ที่ย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ
เจ้าของรถจักรยานยนต์คนนี้ ให้ความร่วมมือว่า ได้ขายรถคันนี้ให้แก่ร้านรับซื้อรถจักรยานยนต์มือสอง ชุดสืบสวนจึงเดินทางไปที่ร้านดังกล่าว ซึ่งเจ้าของร้านก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และมอบเอกสารให้ชุดหนึ่ง ระบุชื่อ "นายธีระวัฒน์ สำลีรัตน์" อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/3 หมู่ 6 ต.บางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
ชุดสืบสวนจึงติดตามนายธีระวัฒน์ พร้อมทั้งขออำนาจศาลขอหมายค้นบ้านของนายธีระวัฒน์ ปรากฏว่าไม่อยู่บ้าน แต่ได้พบเอกสารบางอย่าง ที่เป็นหลักฐานว่า นายธีระวัฒน์นำทองรูปพรรณบางส่วนมาขายที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล สำโรง ได้เงินสดกว่า 3 แสนบาท แล้วไปซื้อรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีน้ำเงิน ทะเบียน 4ธ 3226 กรุงเทพมหานคร ด้วยเงินสด 1 แสนบาท
จากการตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องและประวัตินายธีระวัฒน์ ทราบว่า เคยพัวพันกับยาเสพติดและยาไอซ์ตั้งแต่อายุ 17 ปี มีเพื่อนเป็นชาวไทยใหญ่ พักอาศัยอยู่ที่ชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังจากซื้อรถยนต์ นายธีระวัฒน์ได้ติดต่อกลับมายังพยานปากหนึ่งว่า กำลังเดินทางไปที่ จ.เชียงราย แต่รถยนต์เสียที่ จ.ตาก
ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา นายธีระวัฒน์ ติดต่อกับพยานคนเดิมว่า ถึงชายแดนไทย-พม่าเรียบร้อย และได้นำรถยนต์มาซ่อมแล้วตกแต่งเครื่องเสียงตีลำโพงให้กว้างขึ้น ชุดสืบสวนจึงเร่งเดินทางไป จ.เชียงราย ประสานงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจในพื้นที่ แต่นายนายธีระวัฒน์ข้ามไปอยู่ฝั่งพม่าแล้ว จึงรีบประสานงานกับคณะกรรมการประสานงานชายแดนไทย-พม่า ระดับท้องถิ่น หรือ "ทีบีซี" ให้ช่วยประสานกับเจ้าหน้าที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ช่วยตรวจสอบกรณีนายธีระวัฒน์ ผู้ถูกกล่าวหาชิงทรัพย์ร้านทองหลบหนีไปอยู่ในฝั่งประเทศพม่า
เพียงไม่นาน ตำรวจพม่า จ.ท่าขี้เหล็ก ก็ควบคุมตัวนายธีระวัฒน์ ซึ่งตัดผมสั้น สักที่ต้นแขน และแต่งกายเหมือนชาวไทยใหญ่ เดินทางมาถึงฝั่งประเทศไทย จากการสอบสวน นายธีระวัฒน์รับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองจิรสุวรรณ ย่านราษฎร์บูรณะ ก่อนหลบหนีมาอยู่ประเทศพม่า ระหว่างทางรถเสียที่ จ.ตาก จึงทิ้งอาวุธปืน และจ้างรถหนีไปที่ อ.แม่สาย ติดต่อให้เพื่อนช่วยทำบัตรชาวไทยใหญ่ แล้วหนีไปอยู่ใน อ.วังลาว ประเทศพม่า
ทั้งนี้ วันก่อเหตุ นายธีระวัฒน์ใช้มือซ้ายยิงปืนทั้งที่เป็นคนถนัดขวาเพื่อเป็นการอำพรางให้ยากในการติดตาม ก่อนหน้านี้เคยร่วมกับนายอาคม หรือ แชมป์ พรหมสวัสดิ์ อายุ 22 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองรุ่งเรืองสุวรรณ เลขที่ 20 ซอยสุขสวัสดิ์ 26 แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ ในครั้งนั้นใช้มีดบุกจี้ชิงทรัพย์ทองรูปพรรณรวมมูลค่าเกือบ 1ล้านบาท นำเงินไปเที่ยวเตร่และพัวพันการค้ายาเสพติดในพื้นที่ด้วย
ชุดสืบสวนจึงรีบแจ้งมายังชุดสืบสวนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ให้เสนอผู้พิพากษาพิจารณาอนุมัติหมายจับนายอาคม และสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่ซอยบางพึ่งนอก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ



