
วิธีปลูกไม้ผลหลังน้ำท่วม
เมื่อวันพุธที่แล้ว (6 เม.ย.54) ได้พูดถึงการฟื้นฟูไม้ผล หลังประสบอุทกภัยว่าเกษตรกรควรจะต้องมีวิธีการบำรุงรักษาไม้ผลให้เกิดรากใหม่ และให้แตกใบอ่อนโดยเร็ว ขณะเดียวกันต้องมีการจัดการดินให้ถูกต้องด้วย
พอดีได้รับปากว่า วันพุธนี้ (13 เม.ย.) จะหาข้อมมูลเกี่ยวการปลูกไม้ผลหลังจากที่น้ำลดว่า จะทำกันอย่างไร เพราะช่วงนี้เกษตรกรที่ปลูกไม้ผลบางครอบครัว เมื่อมีการฟื้นฟูสภาพดินแล้ว อาจจะมีการปลูกไม้ผลใหม่มาทดแทนที่เสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมในครั้งนี้ ก็เลยไปขอข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตรเหมือนเดินครับ
ขั้นต้อนการปฏิบัติ หรือวิธีการปลูกไม้ผล สำหรับพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย เมื่อน้ำลดแล้วนั้น มี 2 วิธีครับ คือ
1. ปลูกแบบไถพรวนน้อยครั้ง โดยใช้เครื่องมือที่มีน้ำหนักเบา และกระทำหลังจากที่ดินเริ่มแห้งเป็นการกำจัดวัชพืชไปด้วยในตัว และลดการรบกวนดิน
2. ปลูกแบบไม่ไถพรวน วิธีนี้เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ยังเปียกชื้นอยู่
การเลือกปลูกไม้ผลนั้น ควรพิจารณาความต้องการของตลาดด้วย และควรปลูกไม้ผลที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น ให้ผลผลิตเร็ว ควบคู่กับไม้ผลที่มีอายุการเก็บเกี่ยวนานแต่มีศักยภาพทางการตลาดสูง เป็นการวางแผนในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะปลูกพืชนั้น หากดินแห้งพอที่จะไถได้ ควรไถดินตากแดดสัก 2-3 วันก่อน (ควรเลือกใช้เครื่องมือที่มีน้ำหนักเบา) หากไถไม่ได้ก็ใช้วิธีขุดหลุมปลูกให้ได้ขนาดพอเหมาะตามชนิดของพืช จากนั้นผสมปุ๋ยคอกและปูนขาวเล็กน้อยรองก้นหลุมเพื่อปรับปรุงดิน
กรณีที่เป็นพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องโรครากเน่าควรราดหรือโรยก้นหลุมด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อราในดิน เช่น ริโดมิล อาลิเอท หรือเทอร์ราคลอร์ แล้วแต่ชนิดของเชื้อสาเหตุ หรือจะใช้วิธีจุ่มรากของกล้าพืชในสารเคมีดังกล่าวก่อนจะปลูกก็ได้
หลังปลูกพืช ควรมีการใส่ปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยคอกเป็นระยะๆ เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืช มีการปฏิบัติดูแลรักษาต้นพืช และการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช ตามคำแนะนำสำหรับพืชแต่ละชนิด
ทั้งนี้ เมื่อเกษตรกรจะตัดสินใจเลือกไม้ผลอย่างใดหนึ่งอย่างหนึ่งแล้ว อยากฝากไว้ว่าเกษตรกรต้องรอบคอบครับ เพราะว่าช่วงนี้มีคนที่หวังดีในบ้านนี้เมืองมากมายเหลือเกิน บางคนตีหน้าซื่อ ปากว่าสงสาร คิดจะช่วยแต่จิตใจช่างอำหิต ไม่ช่วยเหลือผู้ที่ประสบความเดือดร้อนแล้วยังจะหาวิธีหลอกลวงสารพัด โดยเฉพาะเรื่องเมล็ดพันธุ์ กิ่งพันธุ์ และปุ๋ย อาจปลอม
อย่าลืมนะครับว่า ปุ๋ยปลอม เมล็ดพันธุ์ในบ้านเรามากมายเหลือปราบแล้วก็ไม่หมด หากเกษตรกรหลงกล ไปซื้อเมล็ดพันธุ์ด้อยคุณภาพ ต้องเสียเวลาครับ เพราะกว่าจะรอดูผลผลิตออกมา ไม้ผลนั้นใช้เวลาแรมปีครับ
เมื่อออกผล และทราบว่าเป็นกิ่งพันธุ์ที่ด้อยคุณภาพ ผลผลิตทั้งขนาด จำนวนของผลผลิต และรสชาติ ไม่เป็นไปตามสายพันธุ์ สิ่งที่ตามมาคือตลาดไม่ต้องการ นั่นหมายถึงว่าต้องขาดทุนแน่นอน
อย่าลืมครับว่า เมื่อโค่นต้นที่เป็นสายพันธุ์ด้อยคุณภาพทิ้ง เพื่อปลูกใหม่ต้องใช้เวลาอีกครับ ฉะนั้นต้องหากล้าพันธุ์ที่ไว้ใจได้ แล้วปลูกให้ถูกวิธีครับ
"ดลมนัส กาเจ"



