ข่าว

ระเบียบโลกพหุนิยมใหม่

ระเบียบโลกพหุนิยมใหม่

12 เม.ย. 2554

หลังสงครามเย็นสหรัฐอเมริกาเป็นอภิมาหาอำนาจเดียวไม่มีคู่แข่ง จนกระทั่งมาประสบปัญหาเรื่องเศรษฐกิจการคลัง สหภาพโซเวียตคู่กัดมาก่อน ต้องทดถอยตั้งหลักปรับตัวเอง ตอนนี้มีเงินเก็บเยอะเพราะราคาน้ำมันและแก๊สขึ้นราคา ในขณะเดียวกัน จีนผงาดขึ้นในชั่วสามสิบปีหลัง มีพล

  หลังปีใหม่ได้เพียงสองสามอาทิตย์ สถานการณ์โลกเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนในตูนีเซียและอียิปต์รุกฮือต้านพลังทรราชขับไล่ผู้นำทหารที่ครองเมืองมาสามสิบกว่าปีได้สำเร็จ วัฒนธรรม การเมืองขนบธรรมเนียมและศาสนาอิสลาม รวมทั้งความเหมือนในสังคมอาหรับและระบอบการปกครองทรราชอันยาวนาน ทำให้การต่อสู้การเมืองภาคประชาชนในบริเวณนี้ แพร่ขยายจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งได้อย่างราวโรคระบาด

 เศรษฐกิจในโลกอาหรับมีน้ำมันค้ำจุนมาตลอด บางประเทศมีน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ ร่ำรวยมหาศาล สามารถดูแลประชาชนได้ระดับหนึ่ง เช่น ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ใช้เงินสนับสนุนประชาชนทุกรอบด้าน แต่สำหรับประเทศอื่นๆ เช่น บาห์เรน เยเมน ซีเรีย จอร์แดน และลิเบีย ไม่ได้สตางค์มากขนาดนั้น ประชาชนยังยากจนและต้องการให้ภาครัฐเข้ามาดูแลและสนใจพวกเขา

 ในกรณีลิเบียน่าสนใจเพราะ คณะมนตรีความมั่นคงมีมติ 1973 ออกมาอนุญาตให้ใช้กำลังทหารหรือมาตรการอื่นๆ ที่เห็นสมควรในการปกป้องชีวิตพลเรือน นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีใช้กองกำลังนานาชาติในสงครามกลางเมืองในลักษณะแบบนี้ ในสงครามโคโซโวมีมาตรการลักษณะเดียวกันออกมาเหมือนกัน แต่เป็นการใช้กองกำลังทหารองค์การนาโตอย่างเดียว

 ขณะนี้มีการถกเถียงทั่วโลกกันอย่างกว้างขวาง ในประเด็นการยอมใช้อำนาจทางทหารเพื่อยุติความขัดแย้งภายในประเทศ จีน อินเดีย รัสเซีย และเยอรมนีไม่เห็นด้วยกับมาตรการนี้ เพราะถือว่าเป็นบังคับเปลี่ยนแปลงผู้นำรัฐบาลลิเบีย ซึ่งองค์สหประชาชาติไม่สนับสนุน แต่อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศสรู้ดีว่าการใช้กำลังแทรกแซงเข้าช่วยฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ต้องจบลงด้วยการจับไล่ประธานาธิบดีกัดดาฟีออกจากอำนาจ เพราะถ้าเขายังการคงอยู่ในตำแหน่ง การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จะต้องดำเนินต่อไปอย่างแน่นอน

 น่าเสียดาย จีน อินเดียและรัสเซียไม่เล่นด้วยในมติ 1973 ทำให้หลักการความรับผิดชอบในการคุ้มครองประชาชน (responsibility to protect) นั้นไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์ ถ้าคณะมนตรีความมั่นคงทั้งหมดมีท่าทีเหมือนกันในหลักการนี้ มันจะทำให้บทบาทของมหาอภิอำนาจมีมากขึ้นเพื่อดูแลเสถียรภาพและความมั่นคงทั่วโลก ตั้งแต่นี้ต่อไปการทูตพาหุนิยม รวมทั้งองค์การสหประชาชาติจะมีบทบาทขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

"กวี จงกิจถาวกร"
[email protected]