ข่าว

ผบ.เหล่าทัพตบเท้าขอพรสงกรานต์"ป๋าเปรม"

ผบ.เหล่าทัพตบเท้าขอพรสงกรานต์"ป๋าเปรม"

11 เม.ย. 2554

“ป๋าเปรม”เปิดบ้านสี่เสาให้“ประวิตร”นำผบ.เหล่าทัพ ตบเท้าขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลในเทศกาลสงกรานต์ พร้อมอวยพรกองทัพให้ทำงานประสบความสำเร็จกับชาติบ้านเมือง สถาบัน และ ประชาชน บอก“ผบ.ตร.”อย่าสนใจคำตำหนิ และเดินหน้าทำงานเป็นที่พึ่งของประชาชน และเป็นตัวอย่างดีที่ให

(11เม.ย.) เวลา 09.00 น. ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรษ เปิดบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ให้ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำ พล.อ. กิตติ พงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ. กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ. อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และนายทหารระดับสูง เข้าร่วมอวยพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2554 อย่างพร้อมเพียง ขาดเพียง พล.อ. ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่ติดภารกิจเยือนประเทศบราซิล โดยส่งให้ พล.ร.อ. วัลลภ เกิดผล รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นตัวแทนในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย

 พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พวกเราทุกคนมีความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสแสดงความเคารพรักต่อ พล.อ.เปรม ที่ได้สร้างคุณงามความดีด้วยคุณธรรมประจำใจที่ว่า “ เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุดมการณ์อันมั่นคงของ พล.อ.เปรม ที่มีความห่วงใยต่อชาติบ้านเมือง มุ่งมั่นทำงานเพื่อประเทศชาติ ด้วยความเสียสละ ซื่อสัตย์ สุจริต จงรักภักดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดมา

 จากนั้น พล.อ.เปรม ได้กล่าวกับ พล.อ.ประวิตร และ ผบ.เหล่าทัพ ว่า ขอบคุณ พล.อ. ประวิตร ที่ชวนน้อง ๆ 3 เหล่าทัพมาอวยพรในครั้งนี้ ทั้งนี้ตนได้รับความเอ็นดูจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ทหารจาก 3 เหล่าทัพ มาโดยตลอด ตนดีใจที่ระลึกถึงกันในวันที่เป็นประเพณีไทยของเรา การรักษาวัฒนธรรมไทยถือว่าเป็นการรักษาชาติ ถ้าเราปล่อยให้วัฒนธรรมของเราย่อหย่อน ชาติของเราก็จะย่อหย่อนไปด้วย ฉะนั้นการที่พวกเรายังรักษาวัฒนธรรมไว้ เป็นการแสดงตัวอย่างให้คนอื่นเห็นว่ากองทัพยังมั่นคงในการรักษาวัฒนธรรมที่ดีเหมือนกับที่รักษาเกียรติ วินัย และรักษาชาติบ้านเมือง เป็นที่น่าสรรเสริญอย่างยิ่ง

 พล.อ.เปรม กล่าวต่อว่า ตนยืนดูการปฏิบัติหน้าที่ของกองทัพด้วยความสนใจ รู้ดีว่ากองทัพได้ทุ่มเทเพื่อชาติบ้านเมืองมาโดยตลอด ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้เห็นประชาชนชาวไทยได้เห็น ได้รับรู้ การกระทำของพวกเราต่อชาติบ้านเมือง สถาบันที่เคารพบูชา คือสถาบันพระมหากษัตริย์ ขอให้การกระทำของพวกเราได้ประสบความสำเร็จ และขอให้ความดีทั้งปวงที่พวกเราได้เสียสละต่อชาติบ้านเมือง ต่อประชาชนคนไทย ได้เป็นเกียรติ และเป็นที่เชิดชูแก่คนทั้งหลายในประเทศนี้ ขอให้การกระทำหน้าที่ของพวกเราจงประสบความสำเร็จ มีความปลอดภัย และเป็นที่เชื่อถือไม่วางใจของคนไทย ส่วนตัวตนขอให้ครอบครัว ผู้ใต้บังคับบัญชา มีความสุขร่มเย็น และฝากปรารถนาดีไปถึงทหารทุกคนให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยสำเร็จด้วยเกียรติ และมีเกียรติ มีชื่อเสียง

 หลังจากนั้น พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำคณะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมอวยพร พร้อมกับกล่าวว่า พล.อ.เปรม ได้สร้างคุณงามความดี และปฏิบัติหน้าที่เพื่อทำนุบำรุงรักษาชาติ ศาสนา และสนองพระเดชพระคุณรับใช้เบื้องพระยุคบาทอย่างต่อเนื่อง สมเป็นปูชนียบุคคลผู้ทรงคุณค่ายิ่งเป็นผู้ที่ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นแบบอย่างที่พวกตนยึดถือมาโดยตลอด

 พล.อ.วิเชียร กล่าวว่า ในสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน อาจจะกระทบกระเทือนมั่นคงต่อประเทศชาติ พวกตนปฏิญาณบูรพกระกษัตริยาธิราชเจ้า ว่าจะเชิดชูรักษาไว้เพื่อพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์ และจะเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท จะมุ่งมั่นแน่วแน่แก้ไขปัญหาของประเทศชาติ และประชาชน จะสร้างสรรค์คุณประโยชน์ของแผ่นดิน จะยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนแห่งศาสนา และแนวทางของพระบรมราโชวาทต่อไป

 โดย พล.อ.เปรม ได้กล่าวว่า พล.ต.อ.วิเชียร และ ตำรวจ ตอนนี้มีงานหนักมาก   เป็นงานที่ทำให้พวกเรา บางทีก็ได้รับคำชมเชย บางทีก็ได้รับคำตำหนิติเตียน แต่ตนคิดว่า พล.ต.อ.วิเชียร และ ตำรวจทุกคนจะเข้าใจว่า เรามีหน้าที่ที่จะต้องทำคือรักษาระบบในชาติบ้านเมืองของเรา ตนรู้ว่า พล.ต.อ. วิเชียร ไม่สนใจคำตำหนิ และตำรวจ จะต้องเข้าใจว่าหน้าที่ของตำรวจคือการดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ซึ่งที่ผ่านได้ทำตลอด และอยากให้มีความภาคภูมิใจ เราเหน็ดเหนื่อยมามาก และความเหน็ดเหนื่อยที่ทำก็ทำให้เรามีความสุข ซึ่งเป็นการกระทำที่จะต้องยึดมั่น และจะต้องทำให้ประชาชนในชาติของเราภูมิใจ อย่าสนใจคำตำหนิ หรือ คำวิจารณ์ เราจะต้องตามหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุด

 “ คนอาจจะมองตำรวจไม่เหมือนกัน แต่ก็ไม่เป็นไร แต่ตำรวจจะต้องมองตัวเองให้เหมือนกัน พล.ต.อ.วิเชียร เป็นตัวอย่างของตำรวจ และตำรวจทุกคนก็จะต้องทำตามที่ พล.ต.อ.วิเชียร ที่ได้ทำไว้เป็นตัวอย่าง ทั้งนี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องทำและต้องทำให้ได้ ผมขอให้กำลังใจ ผมรู้ว่าตำรวจกำลังทำอะไรกันอยู่ ผมรู้ว่า พล.ต.อ.วิเชียร จะนำพาตำรวจในการดูแลชาติบ้านเมืองได้ ฉะนั้นผมขอให้ยึดมั่นว่าหน้าที่ที่เราทำ ทั้งคำชมเชย ยกย่อง ตำหนิ เป็นของคนอื่นไม่ใช่ของเรา เรามีหน้าที่ในการทำให้บ้านเมืองสำเร็จ จะชม หรือ จะติ เป็นของคนอื่น พล.ต.อ.วิเชียร มีหน้าที่ในการชมเชย และให้กำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ก็ไม่ใช่หน้าที่ของ พล.ต.อ.วิเชียร ทั้งนี้ พล.ต.อ.วิเชียร จะทำให้ประชาชนคิดว่าตำรวจเป็นที่พึ่งของเขา และที่แห่งความยุติธรรมให้กับพวกเขาอย่างตรงไปตรงมา ” พล.อ.เปรม กล่าว

 จากนั้นพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีในฐานะประธานมูลนิธิรัฐบุรุษ ได้นำคณะมูลนิธิรักษ์เมืองไทยอาทิ พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข อดีตรองประธานคมช.เข้ารดน้ำและขอรับพรจากพล.อ.เปรม โดย พล.อ.เปรม กล่าวว่า พวกคุณถือว่าแก่ช้า และมันสมองยังดีอยู่ยังช่วยกันทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองได้อยู่ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยทำงานความจริงอยากไปร่วมประชุมที่มูลนิธิด้วย อยากไปช่วยทำงานด้วยแต่ไม่ไหวแล้ว เดินเหินลำบาก แต่ดีที่ยังมีพวกเราที่อุทิศกำลังกายและใจทำงานเพื่อสาธารณชน แม้คนไม่รู้ว่า เราทำอะไรกันเพราะไม่ค่อยโฆษณาแต่ก็ไม่เป็นไร เพราะเราทำงานกันอย่างมีความสุข ใจอยากทำในการช่วยเหลือเด็กและชาติบ้านเมือง จึงขอให้พวกเราทำงานกันอย่างมีความสุข ขอให้เราทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม