ข่าว

ก้าวสู่ 75 ปี กองทัพอากาศ
อัพ"เอฟ16" ตีคู่ "กริพเพน"

ก้าวสู่ 75 ปี กองทัพอากาศ อัพ"เอฟ16" ตีคู่ "กริพเพน"

11 เม.ย. 2554

วันที่ 9 เมษายน ของทุกปี ถือเป็น "วันกองทัพอากาศ" เนื่องจากมีการยกฐานะ "กรมทหารอากาศ" ขึ้นเป็น "กองทัพอากาศ" เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2480

 9 เมษายน พ.ศ. 2554 จึงเป็นการก้าวย่างสู่ปีที่ 75 ที่เป็นอีกก้าวสำคัญของกองทัพอากาศที่ยังคงสานต่อภารกิจการปกป้องอธิปไตยของชาติ รวมทั้งการสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เช่น การทำฝนหลวง การส่งเสริมพลังงานทดแทน เป็นต้น

 สำหรับภารกิจที่สำคัญอีกด้านของกองทัพอากาศ คือ "การบรรเทาสาธารณภัย" ดังที่ปรากฏผลงานความเสียสละอย่างชัดเจนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ภาคใต้เมื่อเร็วๆ นี้ โดยกองทัพอากาศได้จัดตั้ง "ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ" ตลอด 24 ชั่วโมง

 ส่วนภารกิจหลักอย่างการรักษาอธิปไตยของชาติ กองทัพอากาศได้ดำเนินยุทธศาสตร์เพื่อนำไปสู่การเป็น “กองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค” เปลี่ยนผ่านจาก "กองทัพอากาศดิจิตอล" ไปสู่ "การปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง" ให้เกิดความสมบูรณ์ทั้งระบบ

 พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวถึงแผนการพัฒนาเพื่อนำไปสู่กองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค (One of The Best Air Forces in ASEAN) โดยกำหนดยุทธศาสตร์กองทัพอากาศในระยะ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2552-2562 เป็น 3 ระยะ คือ

 ระยะที่ 1 ปี 2552-2554 เป็นการมุ่งนำเอาเทคโนโลยีกำลังทางอากาศ และเทคโนโลยีสารสนเทศมาเป็นเครื่องมือในการเตรียมกำลัง และใช้กำลังทางอากาศ เพื่อก้าวสู่การเป็น Digital Air Force และเพื่อพัฒนากองทัพอากาศไทยไปสู่เครือข่ายตามแผนโครงสร้าง

 ระยะที่ 2 ปี 2555-2558 เป็นการพัฒนากองทัพอากาศไปสู่กองทัพอากาศที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Air Force)

 ระยะที่ 3 ปี 2559-2562 กองทัพอากาศจะมีขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิตอล และแนวคิดปฏิบัติการใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (NCO) ในการปฏิบัติการรบ และปฏิบัติการที่มิใช่การรบ เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามในทุกรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 "เทคโนโลยีสมัยก่อนไม่ได้มีความทันสมัย ดังนั้น จึงได้เอาจำนวนมาเปรียบเทียบกำลังรบ แต่เมื่ออาวุธมีความทันสมัย และสามารถที่จะตรวจจับเป้าหมายได้แม่นยำมากขึ้น ทั้งอาวุธ เรดาร์ และระบบบัญชาการการควบคุม จึงมีความสำคัญมาก ถ้าเรามีระบบที่เป็นเครือข่ายข้อมูลทางยุทธวิธีที่สมบูรณ์ จะมีความได้เปรียบมหาศาล"

 ในอดีตเมื่อจะต้องมีการสกัดกั้น สถานีเรดาร์จะต้องตรวจการณ์เครื่องบินรบของข้าศึก หลังจากนั้นถึงจะสั่งการเครื่องบินให้ขึ้นบิน และแจ้งข้อมูลทิศทางให้ได้รับทราบ

 แต่ถ้าเรามีระบบเครือข่ายข้อมูลทางยุทธวิธี พร้อมกับการจัดหา "เครื่องบินกริพเพน" ซึ่งจะรวมถึงการปรับปรุงสถานีเรดาร์ทั้งหมดในพื้นที่ภาคใต้เพื่อให้รับข้อมูลจากระบบแอร์บอร์นเออร์ลี่วอร์นนิ่ง (Airborne Early Warning) จากเครื่องบิน SAAB340-AEW ด้วย

 ทั้งนี้ สิ่งที่กองทัพอากาศจะพัฒนา คือ การสร้าง "เครือข่ายการเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี" ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโครงการระยะยาวที่จะปรับปรุงระบบบัญชาการควบคุมเพื่อเชื่อมต่อกับสถานีเรดาร์ทั่วประเทศ เพราะปฏิบัติการทางทหารในปัจจุบันไม่สามารถรบได้เหล่าเดียว แต่จำเป็นจะต้องรบทั้ง 3 เหล่า ขณะนี้กองทัพได้ใช้งบประมาณจำนวนมากในการเชื่อมโยงระบบของทั้ง 3 เหล่า

 “ในอนาคตเมื่อเรือหลวงนเรศวร ออกไปปฏิบัติภารกิจทางทะเล ก็จะได้รับข้อมูลจากเครื่องบินแจ้งเตือนภัยของกองทัพอากาศ และสามารถกระจายข้อมูลไปยังกองเรือของกองทัพเรือได้ ซึ่งโครงการจัดซื้อกริพเพนถือเป็นการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงจากระบบอะนาล็อกไปสู่ดิจิทัล"

 ปัจจุบันเครื่องบินกริพเพน เฟสแรก จำนวน 6 ลำ ได้บรรจุประจำการที่กองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี เรียบร้อยแล้ว

 ส่วนเฟสสอง จะใช้เวลาประมาณ 33 เดือนกว่าจะได้รับมอบเครื่องอีก 6 ลำ และเรายังจะได้เครื่องบินแอร์บอร์นเออร์ลี่วอร์นนิ่งอีก 1 ตัว และอาวุธหนักมาประจำการด้วย

 "ปัจจุบันกองทัพอากาศได้พัฒนาระบบที่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องบินอัลฟ่าเจ็ตได้แล้ว ขณะที่การเชื่อมต่อกับเครื่องบินเอฟ 16 ก็เป็นอีกโครงการคู่ขนาน เพราะเป็นเครื่องบินรบหลักที่กองทัพอากาศมีประจำการอยู่ถึง 3 ฝูงบิน"

 กองทัพอากาศได้ "อัพเกรด" เครื่องบินเอฟ 16 ในระยะที่ 1 จำนวน 6 ลำ และจะต้องจัดหาระบบอาวุธระยะไกลเกินสายตาเพื่อให้มีความทันสมัยทัดเทียมกับเครื่องบินกริพเพนที่ใช้จรวดอาร์บี 15 เอฟ

 แต่ปัจจุบันระบบอาวุธที่มีความทันสมัยมาก คือ จรวด IRIS-T ที่ถือเป็นอาวุธใน "เจเนอเรชั่นที่ 5" ซึ่งจะดำเนินการจัดหามาใช้กับกริพเพนด้วย

 นอกจากนี้ ระบบอาวุธที่ดีที่สุดในการรบทางอากาศ คือ Meteor (เมทิเออร์) ซึ่งทางยุโรปได้คิดค้น และมีความสามารถดีกว่า AMRAAM (แอมแรม) เมื่อขั้นตอนการทดสอบกริพเพนเฟสที่ 2 เสร็จสิ้น ระบบอาวุธดังกล่าวก็อยู่ในกลุ่มที่จะขอจัดซื้อในอนาคตด้วย

 นั่นคือแผนพัฒนาทั้ง 3 ระยะของกองทัพอากาศ ซึ่งปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ระยะที่ 2 คือ การพัฒนาจากกองทัพอากาศดิจิทัล ก้าวไปสู่กองทัพอากาศที่ใช้ระบบ "เครือข่าย" เป็นศูนย์กลาง เพื่อเชื่อมโยงกับเรือรบของกองทัพเรือ และเครื่องบินเอฟ 16 ของกองทัพอากาศด้วย

 โดยมีจุดหมายปลายทางที่การเป็น "กองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค" เพื่อถ่วงดุลอำนาจ และคุ้มครองผลประโยชน์แห่งชาติในอนาคต

"ปัญญา ทิ้วสังวาลย์"