
งานวิจัยกับตำรวจยุคใหม่ (1)
เมืองใหญ่ๆ ในโลกนี้ส่วนมากมักมีอาชญากรรมอยู่ในระดับรุนแรง
อย่างหลายเมืองของสหรัฐอเมริกา มีตัวเลขอาชญากรรมอยู่ในลำดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว
งานสืบสวนปราบปรามแบบเก่าไม่ประสบผลสำเร็จ เมื่อเกิดคดีตำรวจก็ไปตามจับ แต่พบว่าแม้ได้ตัวคนร้ายมาลงโทษแต่ไม่ได้ทำให้คดีอุกฉกรรจ์ลดลงแต่อย่างใด ตรงข้ามกลับเพิ่มมากขึ้น
นักวิชาการด้านอาชญวิทยา จึงเริ่มทำการวิจัยอย่างเข้มข้น ใช้สถานการณ์จริง นำสถิติตัวเลขมาวิเคาราะห์ ศึกษาภูมิศาสตร์อาชญากรรม
สุดท้ายนำข้อมูลที่ได้มาทดสอบให้ตำรวจลองปฏิบัติในหลายยุทธวิธี กระทั่งสามารถสรุปได้ว่า ตำรวจมีจุดบกพร่องหรือการกระทำอย่างไรไม่ได้เกิดผลในงานตำรวจ ที่สำคัญลดตัวเลขคดีได้อย่างเห็นผล
ถือว่าเป็นงานวิจัยที่เรียกว่าพลิกทฤษฎีหรือยุทธวิธีการปราบปราบแบบเก่าๆ เกือบสิ้นเชิง
งานวิจัยดังกล่าว กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กำลังนำมาปรับใช้ในสายการบังคับบัญชา เพื่อทดสอบว่า สามารถลดอาชญากรรมได้จริงหรือไม่
มาดูงานวิจัยเกี่ยวกับวิธีการตำรวจแบบเก่า (THE TRADITION METHODS OF POLICING) ที่ไม่ได้ผลในการลดอาชญากรรม (REDUCING CRIME)
1.การเพิ่มขนาดของหน่วยงานตำรวจ (THE SIZE OF THE POLICE FORCE) ไม่ได้ลดหรือแก้ปัญหาอาชญากรรม
2.วิธีการตำรวจแบบเก่า ไม่ได้ลดอาชญากรรม
3.การตรวจโดยยานพาหนะแบบส่งเดช (RANDOMIZED MOTOR PATROL) ไม่ได้ลดอาชญากรรมและไม่ได้เพิ่มโอกาสในการจับกุมผู้กระทำผิด
4.เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย นั่งรถสายตรวจ ไม่ได้มีผลในการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานมากกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงคนเดียวนั่งรถสายตรวจและไม่ได้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่คนนั้น
5.การใช้รถสายตรวจจำนวนมากๆ (SATURATION PATROL) ไปที่จุดใดจุดหนึ่งโดยไม่ได้วิเคราะห์จะไม่ช่วยในการลดอาชญากรรม แต่จะทำให้อาชญากรรมเคลื่อนไป
ยังมีอีกหลายหัวข้อที่น่าสนใจและเป็นประเด็นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือนักวิชาการในมหาวิทยาลัย ควรนำไปวิเคราะห์ศึกษา การพัฒนาแผนประทุษกรรมในรูปแบบต่างๆ
ยิ่งอาชญากรรมในเมืองใหญ่ของบ้านเรากำลังรุนแรงขึ้น จากสภาพความเปลี่ยนแปลงทั้งทางการเมืองและสังคม
องค์กรตำรวจน่าจะพัฒนาไปข้างหน้ามากกว่าย่ำอยู่กับที่ ติดอยู่กับการบริหารแบบกึ่งหาประโยชน์!!
"ชัยกร ใบเงิน"



