
เขมรแห่ข้ามแดนจ.ศรีสะเกษหลังเจบีซี
ชายเเดนไทย-เขมรบริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ จ.ศรีสัเกษ มีชาวเขมรข้ามแดนนำสินค้ามาซื้อขายแลกเปลี่ยน ภายหลังการประชุมเจบีซีที่อินโดนีเซีย สร้างความเชื่อมั่นสถานการณ์ไปในทิศทางที่ดี
(10เม.ย.) เวลา 07.30น. ผู้สื่ข่าวรายงานว่าภายหลังการประชุมเจบีซีระหว่างไทย-กัมพูชาที่ประเทศอินโดนีเซียผลที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์จังหวัดศรีสะเกษตลาดการค้าขายชายแดนไทยกัมพูชาช่องสะงำกัมพูชาแห่ข้ามพรมแดนศรีสะเกษร่วม 2,000 คน ถือได้ว่ามีคนเข้ามาเป็นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์นำสินค้าฝั่งกัมพูชาซื้อขายแลกเปลี่ยนกันอย่างมีชีวิตชีวารับเทศกาลปีใหม่ไทยกัมพูชา
และจากการติดตามข้อมูลข่าวสารของทั้ง 2 ประเทศส่งผลประชาชนเกิดความเชื่อมั่นสถานการณ์ เชื่อจากผลการเจรจาพูดคุยกันน่าจะได้ข้อสรุปร่วมกันไปในทิศทางที่ดีน่าจะมีสัมพันธไมตรีกลับสู่สภาวะปกติ ไม่น่าจะมีการใช้กำลังกันอีก ส่งผลให้ประชาชน 2 ประเทศ จากประเทศกัมพูชาจากจังหวัดเสียมราฐ พระวิหาร อุดรมีชัย กำปงจามประเทศกัมพูชาข้ามพรมแดนไปมาหาสู่กันไม่เกิดความหวาดระแวงต่อกันแห่เข้าตลาดนัดวันอาทิตย์ฝั่งไทย นำรถยนต์ รถตู้ รถเก๋ง รถมอร์เตอร์ไซด์ รถบรรทุกสินค้าซื้อหาสินค้าเครื่องอุปโภค บริโภค อาทิ เนื้อวัว , สุกร ,ไก่ ,ปลาพืชผักทางการเกษตร อาทิ ทุเรียน ผักกาด ส้ม แตงโม แตงกวา มะเขือ มะไฟ มะพร้าวอ่อนมะพร้าวแก่ ทุเรียน ลางสาด พุทรา สบปะรด มันเทศ ข้าวโพดมะม่วง ฯลฯ ตลอดจนสินค้าการอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน อาทิ สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม ผงชูรส เสื้อผ้า เส้นก๋วยเตี๋ยว ม่าม่า พริกและอาหารทะเล
ส่วนทางประชาชนชาวกัมพูชานำสินค้าประเภทของป่าอาทิ กระบอง หรือขี้ไต้ซึ่งวันนี้นับว่านำขึ้นมาร่วม20,000 อัน สนนราคา อยู่ที่อันละ 5-8 บาท นำมาขายในไทยตกอันละ 15-20 บาทหรือมัดหนึ่งมี5 อันขายมัดละ25-30 บาทมีพ่อค้าคนไทยมาซื้อเกลี้ยงและยังมีสินค้าประเภท ตับหญ้าคา ชัน เก็บพืชผักป่าตามธรรมชาติข้ามพรมแดนค้าขายกับพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยนำปัจจัยจับจ่ายซื้อหาสินค้าไทยกลับประเทศอีกด้วยสร้างบรรยากาศการค้าขายกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
กอรปกับกับชาวกัมพูชาแห่ซื้อหาเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษรับปีใหม่ตรุษสงกรานต์อีกด้วยเพื่อเตรียมเลี้ยงฉลองกับครัวเรือนรับวันขึ้นปีใหม่เทศกาลเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์รับวันเถลิงศกใหม่
นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม ประธานการค้าการท่องเที่ยวตลาดช่องสะงำ กล่าวว่า วันนี้ใกล้กับวันสงกรานต์ประจวบกับการประชุมเจบีซีทีอินโดนีเซียด้วยเขมรก็โทรทัศน์ไทยก็ดูโทรทัศน์การค้าขายบริเวณนี้กเลยคึกคักขึ้นมาอีกหน่อย เขมรก็กล้ามาซื้อขายบริเวณนี้มาก ก็เลยส่งผลให้ช่องสะงำคึกคักและก็อาจจะเป็นหยุดยาวชาวเขมรที่ทำงานอยูบริเวณตลาดช่องสะงำ ประมาณ 40 -50 คน ก็เบิกเงินเพื้อที่จะกลับบ้านไปเฉลิมฉลอง และซื้อสินค้าข้าวของกลับไป เยอะหน่อยก็น่าที่จะเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีต่อไปซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายข้าวของแลกกันไปมาแต่ก็ติดปัญหาด้านความมั่นคงไม่ให้นำสินค้าเครื่องอุปกรณ์ก่อสร้างเข้าไปเช่นปูนซีเมนต์เข้าหากฝ่ายความมั่นคงมีการผ่นผันให้มีการนำเข้าการค้าขายก็จะกลับมาคึกคักมากกว่านี้
เพราะมูลค่าการส่งออกของเราในขณะนี้ทางพานิชย์จังหวัดออกมาสำรวจแล้วของเราส่งออกไปยังกัมพูชาด้านช่องสะงำลดลงถึงร้อยละ70 ในปีนี้น่าที่จะเหลือประมาณ 3-400ล้านบาทเท่านั้นจากปีทีผ่านมามูลค้าการส่งออกประมาณ 1,200 ล้านบาท(หนึ่งพันสองร้อยล้านบาท)คาดว่าลดลงถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แน่นอน
นายคูณ คงตางาม ที่กรรมการที่ปรึกษาตลาดไทยช่องสะงำกล่าวว่าคนกัมพูชาขึ้นมาตลาดนัดวันอาทิตย์นี้จำนวนเยอะมากผิดกว่าปกติที่ผ่านมา อาจมีความมั่นใจจากการประชุมเจบีซี ที่มีข่าวดีขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งคือการเข้าสู่วันปีใหม่ชาวกัมพูชาซึ่งเป็นประเพณีปีใหม่วันสงกรานต์ผลชาวกัมพูชาแห่ข้ามแดนจับจ่ายสินค้าไปประกอบพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ และเฉลิมฉลองเทศกาล วันนี้ถือว่าชาวกัมพูชาขึ้นมาเยอะมากตนคาดคะเนคนข้ามแดนประมาณร่วม 2,000คนขึ้นไป ดูแล้วมากกวาทุกนัดที่ผ่านมาตนอยากฝากไปยังรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ ควรมีการพูดคุยกันอย่างมีสัมพันธภาพที่ดีแก่กันด้วยทางการฑูตดีกว่าการนำกองกำลังมาตรึงปนวชายแดนทั้ง2ฝ่ายเชื่อสัมพันธภาพจะกลับมาดีขึ้นคน2ชนชาติมีความสุขด้วยกัน



