ข่าว

แห่เที่ยวสงกรานต์ตจว.ถนนมุ่งอิสานติด

แห่เที่ยวสงกรานต์ตจว.ถนนมุ่งอิสานติด

09 เม.ย. 2554

คนเริ่มทยอยเดินทางเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ก่อนกำหนด ถนนมิตรภาพเริ่มหนาแน่น ขณะที่เชียงใหม่คึกคัก สถานที่ท่องเที่ยวเตรียมพร้อมเต็มที่ ส่วนที่เชียงคาน-อุบลฯ เข้มห้ามดื่ม

บรรยากาศการเดินทางของประชาชนกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แม้ว่าจะยังไม่ถึงช่วงวันหยุดอย่างเป็นทางการ คือในวันที่ 13 เมษายน แต่ประชาชนก็เริ่มทยอยออกเดินทางกันแล้ว
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันที่ 9 เมษายน ถนนมิตรภาพช่วงสระบุรีไปนครราชสีมา เริ่มมีปริมาณรถยนต์หนาแน่นมากขึ้นกว่าปกติ นบางช่วงโดยเฉพาะทางขึ้นลงเขา ที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี และริมเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา รวมถึงในเขตชุมชนต่างๆ รถยนต์ที่มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการชะลอตัว เคลื่อนตัวได้อย่างช้าๆ
  พ.ต.อ.วณัฐ อรรถกวิน รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา กล่าวว่า ได้ระดมตำรวจจากทุกสถานีวันละ 1,556 นาย ตำรวจบ้าน 1,500 นาย และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนอีก 500 นาย เพื่อมาประจำจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน โดยจะเน้นจุดตรวจบนถนนสายหลักและถนนสายรอง และบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน
  นายวัลลภ เทพภักดี ผอ.ปภ.เขต 5 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทำให้รถยนต์หนาแน่น จึงได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ขึ้นที่ศูนย์ ปภ. เขต 5 นครราชสีมา เฝ้าระวังประสานการปฏิบัติและรับส่งรายงานผลการปฏิบัติงานของจังหวัดที่อยู่ในเขตรับผิดชอบผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไปยัง ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน นอกจากนี้ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม-17 เมษายน ได้เปิดให้บริการตรวจสอบสภาพยานพาหนะก่อนการใช้งานช่วงเทศกาลเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้ประชาชน ซึ่งจะช่วยป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนได้อีกทางหนึ่งด้วย
 ที่ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นทางผ่านขึ้นสู่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายวิศว ศะศิสมิต ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ช่วงวันที่ 11-17 เมษายน  ได้ตั้งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนและตั้งจุดอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางทุกท้องที่ และมีการประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-11.00 น. และเพื่อให้ประชาชนได้ทราบถึงสถานการณ์การใช้รถใช้ถนนและการปฏิบัติงานของศูนย์ จึงขอให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกแห่งถ่ายทอดการประชุมดังกล่าวทางหอประจายข่าวและวิทยุชุมชน จากสถานีวิทยุกระจายเสียงอ่างทอง ตามวันเวลาดังกล่าวด้วย

เชียงใหม่เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว

 ส่วนที่ภาคเหนือผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.พิษณุโลกว่า ที่สถานีรถไฟ จ.พิษณุโลก มีประชาชนมาใช้บริการรถไฟเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะขบวนรถไฟฟรีที่มีทั้งขาขึ้นและขาล่อง มีประชาชนมารอขึ้นรถจำนวนมาก ขณะที่ขบวนรถไฟสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ก็แน่นขนัด
 นายธีรทัศน์ ชัยจิรรารัตน์ ผู้อำนวยการแขวงการทางพะเยา เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ แขวงการทางพะเยา ได้ทำการปิดจุดกลับรถ/ทางแยก รวมถึงจุดเสี่ยงทั่วเมืองพะเยา รวม 5 จุด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ทั้งนี้ เนื่องจากในห้วงเวลาดังกล่าวนั้น มีประชาชน นักท่องเที่ยวใช้รถใช้ถนนหนาแน่นหลายเท่า อาจทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดหรือเกิดอุบัติเหตุสูงเพิ่มขึ้นได้ โดยแขวงการทางพะเยาจะปิดจุดกลับรถจุดเสี่ยงต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 9-17 เมษายน
 นายธีรทัศน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ทางแขวงการทางยังมีการตั้งศูนย์อำนวยความปลอดภัยแขวงการทางพะเยาขึ้น เพื่อประสานงานสั่งการในการอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยแก่ประชาชนที่เดินทางช่วงสงกรานต์ ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานแขวงการทางพะเยา ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา โทร.0-5443-1076 และยังมีศูนย์ปฏิบัติงานหมวดการทางในสังกัดแขวงการทางพะเยาอีก 7 ศูนย์ทั่วพะเยา โดยจะมีการเตรียมเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ไว้ประจำศูนย์ เพื่อให้บริการประชาชนในกรณีเกิดอุบัติเหตุทางถนน หรือรถเสีย
 นอกจากนี้ ยังมีการบริการผู้เดินทาง เช่น ข้อมูลการเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งห้องสุขา เพื่อให้ประชาชนได้ผ่อนคลายความตึงเครียดจากการเดินทาง และสุดท้ายยังมีหน่วยบริการเคลื่อนที่ เพื่อแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับการเดินทาง เช่น รถเสีย ยางรั่ว หรือช่วยติดต่อประสานงานในการบรรเทาเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการเดินทาง โดยสามารถใช้บริการได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการหมวดการทางที่ใกล้ที่สุดหรือติดต่อศูนย์อำนวยความปลอดภัยแขวงการทางพะเยา ตามหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว เพื่อประสานงาน สั่งการศูนย์ต่างๆ ในสังกัดให้ความช่วยเหลือต่อไป
 ด้าน จ.เชียงใหม่ นายณัฐพงศ์ เชิดชู ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า  ช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือประเพณีปี๋ใหม่ของ จ.เชียงใหม่ในปีนี้ ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่านักท่องเที่ยวจะเดินทางมามากหรือน้อยเมื่อเทียบกับช่วงปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ปีก่อน เนื่องจากปีนี้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ มีความเป็นไปได้ว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อาจเบนเข็มเดินทางมาท่องเที่ยวที่ จ.เชียงใหม่ และภาคเหนือเพิ่มขึ้น หรือนักท่องเที่ยวจากภาคใต้จะเดินทางมาลดลงเพราะบ้านเรือนเสียหายจากน้ำท่วม แต่ในช่วงเทศกาลทุกปีสำนักงานขนส่งจะเพิ่มจำนวนรถอีก 200% จากช่วงเวลาปกติ โดยเฉพาะเส้นทางจากเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ที่วิ่งเข้า-ออกวันละ 100 เที่ยว
 ทั้งนี้แม้ยังไม่สามารถประเมินความต้องการของประชาชนได้ แต่สำนักงานขนส่งเตรียมความพร้อมรับมือ-ปรับหรือเพิ่มจำนวนเที่ยวรถเพื่อให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ เชื่อมั่นว่าจะไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานีขนส่งอาเขตแน่นอน จากการตรวจสอบสถิติการจองตั๋วเดินทางล่วงหน้าในเส้นทางต่างๆ พบว่ามีกว่า 30% แล้ว 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จะยังไม่ถึงช่วงเทศกาล แต่นักท่องเที่ยวก็เริ่มทยอยเดินทางมาที่ จ.เชียงใหม่กันล่วงหน้า ทำให้บรรยากาศที่สถานีอาเขตคึกคักแต่เช้า คาดว่าการเดินทางจะหนาแน่นมากขึ้น 
 ส่วนการเตรียมการรองรับนักท่องเที่ยวนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น วัดในตัวเมืองเชียงใหม่ เริ่มตกแต่งประดับประดา นำพระพุทธรูปออกมาจัดวาง และก่อเจดีย์ทราย เพื่อต้อนรับเทศกาลปี๋ใหม่เมือง และให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มากราบไหว้ สักการะ และสรงน้ำ รวมทั้งนำตุง หรือธง มาปักที่เจดีย์ทรายกันแล้ว  โดยที่อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย เชิงดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง เริ่มมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบไหว้อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ขณะที่วัดศรีโสดาได้นำพระพุทธรูปเหมือนครูบาศรีวิชัยมาติดตั้งไว้บริเวณลานครูบาศรีวิชัย เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้สรงน้ำ
 ที่วัดโลกโมฬี ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีการก่อเจดีย์ทรายประจำปีเกิดทั้ง 12 นักษัตริย์ บริเวณลานวัดให้ประชาชนนำตุงมาปักไว้เพื่อความเป็นสิริมงคล ที่วัดเจ็ดริน ถ.พระปกเกล้า ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่  มีการก่อเจดีย์ทรายขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หรือที่เรียกว่า "เจดีย์สุดส่าว"  ซึ่งมีตุงประดับประดารอบเจดีย์ทรายอย่างสวยงาม 
 สำหรับรอบคูเมืองเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ได้จัดตกแต่งประดับประดาเมืองด้วยตุงตามจุดสำคัญรอบคูเมือง รวมทั้งนำหุ่นหญิงสาวสวมใส่ชุดล้านนายืนถือป้ายยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่บริเวณประตูสวนดอก ประตูสวนปรุง แจ่งศรีภูมิ และที่ประตูช้างเผือกมีการจำลองพระธาตุประจำปีเกิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มาสักการะด้วย

อีสานหลายแห่งห้ามดื่มเหล้า

 ด้านแหล่งท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลายแห่งห้ามจำหน่ายหรือดื่มสุรา โดยพระครูพุทธวราธิคุณ เจ้าคณะอำเภอนาตาล และเจ้าอาวาสวัดพระโต บ้านปากแซง ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า ได้สั่งการอย่างเด็ดขาดให้ผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสาย ในเทศกาลปีนี้ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ หาดทราย ตลอดทั้งแม่น้ำโขงหน้าวัดพระโต บ้านปากแซง ห้ามนำสุราและเบียร์ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาจำหน่ายอย่างเด็ดขาด ตลอดทั้งผู้ที่จะนำติดตัวมาดื่มก็ไม่ได้ เพราะสิ่งมึนเมาเหล่านี้เมื่อกินเข้าไปแล้วจะทำให้ควบคุมสติไม่อยู่ เป็นสาเหตุหลักของการทะเลาะวิวาท ทำให้นักท่องเที่ยวอื่นเดือดร้อน เที่ยวไม่สนุก
 "ห้ามขายห้ามดื่มบริเวณหาดทรายปากแซงโดยเด็ดขาด หากมีผู้ฝ่าฝืนจะแจ้งให้ตำรวจจับกุม จึงขอเตือนบรรดาผู้ค้าทั้งหลายด้วยว่าอย่าหลบเลี่ยงหรือลักลอบขายเลย เพราะถูกจับได้จะไม่คุ้ม นอกจากนี้ทางวัดยังได้ประสานขอกำลังทหาร จากกรมทหารราบที่ 23 เตรียมไว้แล้ว 1 ชุด เป็นการมารักษาความปลอดภัย ตลอดทั้งเทศกาลสงกรานต์" เจ้าอาวาสวัดพระโต กล่าว
 นายกมล คงปิ่น นายกเทศมนตรีตำบลเชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้  เทศบาลตำบลเชียงคานร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเลย และหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขใน จ.เลย จัดโครงการ ”เที่ยวเชียงคาน ปลอดเหล้าปลอดภัย” ขึ้น ณ บริเวณถนนชายโขง ชุมชนบ้านไม่เก่า วัดศรีคุณเมือง และวัดท่าคก และลานวัฒนธรรมเชียงคาน ซึ่งบริเวณนี้ กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้เป็นพื้นที่ปลอดแอลกอฮอล์ทุกชนิดในเทศกาลสงกรานต์
 เป้าหมายสำคัญก็เพื่อสร้างจิตสำนึกและลดอุบัติเหตุ ลดการเล่นน้ำสงกรานต์ที่อันตราย ลดความรุนแรงและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่างๆ เช่น ลักษณะอนาจารล่วงละเมิดทางเพศ ดื่มสุราขณะเล่นน้ำที่อาจเกิดการกระทบกระทั่งทั้งสองฝ่าย โดยมีการควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ในแหล่งท่องเที่ยว การคมนาคม สัญจรตลอดจนการติดป้ายประกาศแสดงขอบเขตเล่นน้ำอย่างปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจตราเฝ้าระวังดูแล ไม่อนุญาตให้มีการดื่มและขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

โพลล์ชี้คนไทยขับรถแย่

 ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจหัวข้อ ประสบการณ์บนท้องถนนของคนขับรถในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และความคิดเห็นต่อมารยาทในการจราจรกรณีศึกษาตัวอย่างคนขับรถในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งดำเนินโครงการในช่วงวันที่ 10 มีนาคม-8 เมษายน คนขับรถส่วนใหญ่หรือร้อยละ 78.8 ระบุพฤติกรรม “ยอดแย่” มากที่สุดคือขับรถเกินความเร็วที่กำหนด ปาดซ้าย ปาดขวา ประมาท หวาดเสียว ร้อยละ 76.2 ระบุว่า ขับรถย้อนศร ร้อยละ 67.4 ระบุว่าขับรถบนไหล่ทาง ร้อยละ 65.2 ระบุว่าขับรถมาทีหลัง แต่แซงคิว และร้อยละ 59.1 ระบุขับรถใจแคบ แล้งน้ำใจ
 ส่วนพฤติกรรม“ยอดเยี่ยม” ของคนขับรถที่เคยพบเห็น ร้อยละ 80.2 ระบุว่าเคารพกฎจราจร ร้อยละ 46.3 ระบุว่าการจอดรถให้เด็ก คนชรา คนพิการข้ามถนน ร้อยละ 44.9 ระบุว่าการขับรถดีมีน้ำใจ ร้อยละ 43.0 ระบุว่าการให้สัญญาณไฟ เตือนอุบัติเหตุให้คันอื่น และร้อยละ 30.2 ระบุว่าการจอดรถช่วยเหลือคนอื่น
 เมื่อถามความคิดเห็นต่อมาตรการควบคุมพฤติกรรมการขับรถที่ไม่ดี พบว่า มีผู้เห็นด้วยกับการใช้ภาพถ่าย รถที่ทำผิดกฎจราจร ส่งค่าปรับถึงบ้านเจ้าของรถ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.4 เห็นด้วยกับการเพิ่มค่าปรับ เป็นงบพัฒนาการศึกษาของท้องถิ่นชุมชนที่เกิดการกระทำผิดขึ้น ร้อยละ 79.5 และเห็นด้วยกับการขับรถเมื่อถึงทางแยก สลับกันไป ไม่ต้องแย่งกัน ร้อยละ 66.9