
เขมรอ้างไม่รู้จะฟังใครรบ.-ทหารไทย
กัมพูชาอ้างว่า ไม่รู้จะฟังใครระหว่างรัฐบาลกับกองทัพไทย ในประเด็นแก้ปัญหาข้อพิพาทชายแดน
(9เม.ย.) กัมพูชาได้แสดงความไม่พอใจต่อข่าวสารที่ขัดแย้งจากฝ่ายไทย เกี่ยวกับบทบาทผู้ไกล่เกลี่ยของอินโดนีเซีย ในประเด็นข้อพิพาทบริเวณชายแดนระหว่างสองชาติ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและกัมพูชา ได้เห็นชอบร่วมกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ในการยอมให้ผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซีย เข้าไปในบริเวณพรมแดนของสองประเทศ เพื่อสังเกตการณ์การหยุดยิงในพื้นที่พิพาทบริเวณปราสาทพระวิหาร โบราณสถานของศาสนาฮินดู ที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 11
แต่ล่าสุด ทางกองทัพไทย ได้ยืนยันว่า การแก้ปัญหาข้อพิพาทต้องทำในระดับทวิภาคีเท่านั้นและไม่ยอมรับการเข้าไปเกี่ยวข้องของอินโดนีเซีย ที่เป็นประธานหมุนเวียนของสมาคมอาเซียนในปัจจุบัน ซึ่งนายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา กล่าวที่กรุงจาการ์ต้า เมืองหลวงของอินโดนีเซียว่า ไม่เข้าใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าฝ่ายไทยหวังที่จะให้เกิดการหยุดยิงในพื้นที่บริเวณชายแดนจริง เหตุใดจึงลังเลในการยอมรับผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซีย
นายฮอร์ กล่าวว่า ไทยได้กล่าวหากัมพูชาว่าเป็นฝ่ายเริ่มต้นการปะทะก่อนทุกครั้ง ที่มีการใช้อาวุธตอบโต้กัน ซึ่งเขามองว่า เป็นเรื่องยากที่จะตกลงกับฝ่ายไทย รัฐบาลและรัฐมนตรีต่างประเทศพูดอย่างหนึ่ง ในขณะที่กองทัพพูดอีกอย่างหนึ่ง ทำให้ไม่ทราบว่าจะสามารถไว้ใจใครได้ และจะเจรจาตกลงกับใครได้ เพราะไม่รู้ว่าใครที่มีสิทธิ์ในการเจรจา
นักการทูตไทยและกัมพูชา ได้เจรจาร่วมกันเมื่อวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ที่เมืองโบกอร์ของอินโดนีเซีย เพื่อพยายามแก้ปัญหาข้อพิพาท ซึ่งก่อนหน้านี้ สื่อไทยได้รายงานว่า กระทรวงต่างประเทศของไทย จะรับภารกิจจากกระทรวงกลาโหม ในการกำหนดบทบาทของคณะผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซีย ว่าจะให้พวกเขาอยู่ที่ไหนในบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากก่อนหน้านี้ กระทรวงต่างประเทศรับผิดชอบเพียงแค่ให้ความคุ้มกันททางการทูตต่อคณะผู้สังเกตการณ์ ในระหว่างพำนักอยู่ในประเทศไทย
รายงานของสื่อระบุว่า การเคลื่อนไหวของกระทรวงต่างประเทศ สร้างความไม่พอใจให้กับกองทัพ ที่ประกาศเมื่อวันอังคารว่า จะไม่ยอมให้ผู้สังเกตการณ์ต่างชาติ เข้าไปยังพื้นที่ขัดแย้ง ขณะที่นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศ ระบุว่า เขาได้ตกลงกับกัมพูชาและอินโดนีเซียแล้วว่า ผู้สังเกตการณ์น่าจะได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่พิพาท



