ข่าว

"ละ3ทำ4”ชูธรรมะ...ชนะปัญหาจราจร

"ละ3ทำ4”ชูธรรมะ...ชนะปัญหาจราจร

09 เม.ย. 2554

ภาพความโกลาหลวุ่นวายบนท้องถนนในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน บางจังหวะรถราจอดสนิทแน่นิ่งแน่นช่องทางจราจรนานนับชั่วโมง

สร้างความหงุดหงิดร้อนใจ พอมีโอกาสเคลื่อนตัวเพียงน้อยนิด บางคันก็ขับรถปาดซ้ายขวา บางคันกำลังบีบแต่ใส่กัน บางคนอารมณ์ร้อนทนแรงกดดันไม่ไหว ลดกระจกรถยนต์ตะโกนด่าทอคู่กรณี บางรายถึงขั้นใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหาก็มีให้เห็นบ่อยครั้ง..ต้นตอของปัญหาเหล่านี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากความเครียดสะสมบวกความไม่มีวินัยของผู้ใช้รถใช้ถนนนั่นเอง

 จึงเป็นที่มาของโครงการ "คิดดีทำดีบนท้องถนนกับเพื่อนร่วมทาง (ธรรมมะกับจราจร)” ด้วยความปรารถนาดีจาก กองกำกับการ 1 (สายตรวจ) กองบังคับการตำรวจจราจร จัดส่งเจ้าหน้าที่มายืนประจำแยกไฟแดงย่านการจราจรคับคั่ง ได้แก่ ย่านสุขุมวิท ประทุมวัน และพระราม 4 เพื่อแจกสติกเกอร์ "ธรรมะกับจราจร" ซึ่งเป็นผสมผสานระหว่าง "ธรรมะ" กับ "วินัยจราจร" รวมกันเป็น "ละ 3 ทำ 4”

 โดยมีเนื้อหาระบุว่า "ละ 3" คือ ละโกรธ ท่องไว้โกรธง่ายตายง่าย มีแต่เสียหาย ไม่ดี, ละโลภ ไม่มีธุระใดสำคัญไปกว่า “ชีวิต” อย่าโลภกับความเร็ว เร่งรีบเร่งด่วนจนขาดสติ ใช้ความประมาทมาตัดสิน และ ละหลง ไม่หลงทาง ศึกษาแผนที่ให้ดี ไม่หลงชั่วดีต้องมีธรรมะประจำใจ เอาง่ายๆ คือ อย่าหลงมัวเมาไปกับอารมณ์ของตนเอง และของผู้อื่น 

 ส่วน "ทำ 4" คือ ขับขี่อย่างมีความพร้อม คือความพร้อมของรถที่ต้องมีสภาพสมบูรณ์ดี ความพร้อมของใจ ไม่ขับขี่เมื่อมีอารมณ์ฉุนเฉียว, ขับขี่อย่างมีสติ ไม่เสพของมึนเมา เคารพกฎจราจรอยู่เสมอ, ขับขี่อย่างมีน้ำใจ สำคัญมากคือ ไม่เบียดเบนตนเอง ผู้อื่น ไม่ซิ่งไม่แซงไม่แรง ไม่มีเรื่อง และ ขับขี่อย่างมีสติปัญญา ไม่ใช้อารมณ์ ข่มความโกรธด้วยเมตตา และขันติธรรม

 "คนเราเลือดร้อนขึ้นทุกวัน ผิดใจกันนิดเดียวอาจจะหมายถึงชีวิตก็เป็นได้ การข่มอารมณ์ จิตใจของตนเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะปัจจุบันจากอุปนิสัย หรือพฤติกรรมการขับขี่ที่ใช้รถใช้ถนนกันมีปัญหาอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งจะนำไปสู่ความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินโดยใช่เหตุ” พ.ต.อ.วีรวิทย์ วัจนะพุกกะ ผกก.1 (สายตรวจ) บก.จร. กล่าว

 พ.ต.อ.วีรวิทย์ บอกอีกว่า หลังจากที่ พล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสะอาด ผู้บังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) มอบนโยบายให้แก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ ที่สั่งสมมาเป็นเวลานานให้ได้ และทำมาหลายโครงการแล้ว สำหรับโครงการล่าสุดนี้ ได้รับแนวคิดมาจาก แม่ชีพรลพัชร นรารัตน์วันชัย เชื่อว่าจะไขปัญหาด้านอารมณ์ของผู้ขับขี่บนท้องถนนทันที ด้วยการนำหลักธรรมะมาเตือนสติ สร้างจิตสำนึก จัดระเบียบความคิด เพื่อผลประโยชน์ของตัวผู้ขับขี่เอง

 “ปัญหาจราจรเกิดมาจากผู้ขับขี่มีพฤติกรรมการขับขี่ที่สร้างปัญหาให้แก่ตนเองและผู้อื่น อันนำไปสู่การทะเลาะวิวาทบนท้องถนน ทั้งใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพ การทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน เมื่อเขาเห็นสติกเกอร์ที่ติดอยู่หน้ารถ เขาจะมีสติกลับมาและลดอารมณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นได้ และเมื่อใจดีทุกอย่างก็ดีตาม จึงถือเป็นการนำน้ำเย็นมาให้ผู้ขับขี่บนท้องถนน” พ.ต.อ.วีรวิทย์ กล่าว

 ทั้งนี้ ข้อมูลจากบริษัท นีลสัน รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ในปี 2549 ในประเทศไทยมีรถยนต์อยู่ถึง 14 ล้านคัน จะเป็นประเทศที่มีรถยนต์มากเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยอันดับแรกคือ สหรัฐอเมริกา มี 190.3 ล้านคัน, เยอรมนี 46.9 ล้านคัน, อังกฤษ 36.9 ล้านคัน และเกาหลีใต้ 22.3 ล้านคัน โดยมีแนวโน้มว่าประเทศไทยต้องมีจำนวนรถยนต์เพิ่มทุกปี ล่าสุดเพียงปี 2554 มียอดรถยนต์ป้ายแดงจดทะเบียนกับกรมการขนส่งไปแล้วถึง 28,336 คันไป!!?