
ปตท.จัดเวทีฟังความเห็นท่อก๊าซสระบุรี-โคราช
ปตท.จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น การวางท่อก๊าซสระบุรี-โคราช ประธานหอการค้าออกโรงหนุน มั่นใจลดต้นทุนได้มหาศาล
(8เม.ย.) ที่โรงแรมสีมาธานี อ.เมือง นครราชสีมา เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 เม.ย. นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครราชสีมา พร้อม นายจิร จบหิมเวศน์ ผู้จัดการ ฝ่ายสนับสนุนโครงการ บริษัท ปตท.จำกัด ( มหาชน ) ร่วมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น เพื่อกำหนดขอบเขต และแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ( Public Scoping ) ของโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก นครราชสีมา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย กับโครงการ ฯ ได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการกำหนดขอบเขต และแนวทางการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ
โดยมี ตัวแทน อปท. และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ ประชาชน รวม 300 คน เข้าร่วมกิจกรรมรับฟัง การนำเสนอความเป็นมา และวัตถุประสงค์ของโครงการ ฯ ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการ ฯ จากนายปรีดา ทองสุขงาม ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม บริษัท เอ็นทิค จำกัด และ รศ.ดร.ปิยะรัตน์ บุตราภรณ์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้นได้เปิดรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ต่อแนวทางในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
นายจิร จบหิมเวศน์ ผู้จัดการ ฝ่ายสนับสนุนโครงการ บริษัท ปตท.จำกัด ( มหาชน ) เปิดเผยว่า จากภาวะผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก จึงทำให้ความต้องการใช้ก๊าซธรรมในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในการผลิตกระแสไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม และ การคมนาคมขนส่ง ครม.จึงมีมติ โดยเห็นชอบ และรับทราบในมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เรื่องแผนการจัดหาก๊าซธรรมชาติในระยะยาว และการทบทวนแผนแม่บทระบบท่อส่งก๊าซ ฉบับที่ 3 พศ. 2544-2554 (ปรับปรุงเพิ่มเติม) ครั้งที่ 1 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศ
โดยมอบหมายให้ บริษัท ปตท.จำกัด ( มหาชน ) ในฐานะ บริษัทพลังงานแห่งชาติ ดำเนินการบรรเทาผลกระทบจากปัญหา โดยมีภารกิจในการส่งเสริมการใช้ก๊าซธรรมชาติอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการสร้างเสถียรภาพทางด้านพลังงานให้กับประเทศ เพิ่มโอกาสในการสร้างสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ก๊าซธรรมชาติและ ลดปัญหาจราจรจากการขนส่งก๊าซธรรมชาติโดยรถบรรทุก
"โครงการนี้ เป็นการวางท่อก๊าซธรรมชาติขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 28 นิ้ว จากสถานีควบคุมความดันก๊าซ ฯ ที่ 5 (WK#5) ของโครงการท่อส่งก๊าซ ฯ วังน้อย - แก่งคอย สระบุรี มาตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ถ.มิตรภาพ รวมระยะทางประมาณ 130 กม. สิ้นสุดที่ทางแยกเข้าเขตอุตสาหกรรมนวนคร อ.สูงเนิน นครราชสีมา โดยผ่านพื้นที่ 2 จังหวัด 8 อำเภอ 35 ตำบล 14 เทศบาล
ซึ่งมีแผนดำเนินการก่อสร้าง ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 โดยใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 20 เดือน งบประมาณประมาณ 1.6 พันล้านบาท ขณะนี้ ปตท.อยู่ระหว่างการชี้แจงข้อมูลเบื้องต้น เหตุผล และความจำเป็นของโครงการ ฯให้กับประชาชน ในแนวเส้นทางเลือกที่จะวางท่อก๊าซ ฯ พร้อมศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น และนำผลที่ได้จากการศึกษามาดำเนินการกระบวนมีส่วนร่วม และ จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบตามข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง"นายจิร กล่าว
ด้าน ทันตแพทย์ศุภผล เอี่ยมเมธาวี แกนนำ ภาคีมวลชนคนโคราชเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น ได้แสดงความคิดเห็นในที่ประชุม ว่า ปตท. ควรเปิดเผยรายละเอียดความเป็นจริงทั้งหมด และ ระบุถึงผู้รับผิดชอบ หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ซึ่งมีตัวอย่างที่เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกาที่เมืองถูกเพลิงจากท่อก๊าซ ระเบิด เผาผลาญ
ในขณะที่นายจักริน เชิดฉาย ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า การวางท่องส่งก๊าซใต้ดินถือได้ว่าเป็นระบบสากล อีกทั้งการขนส่งก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ภาคตัวออกเฉียงเหนือ หรือจังหวัดนครราชสีมา ในปัจจุบันยังคงมีการขนส่งโดยการใช้รถบรรทุกในการขนส่งดังนั้นจึงทำให้ราคาในการขนส่งมีราคาที่สูงอีกทั้งยังไม่มีความปลอดภัยเท่าที่ควร ดังนั้นหากมีการดำเนินการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่ได้ระบบ โดยการกำเนินการของ ปตท. ตนเชื่อว่าจากการสำรวจของ ปตท.ที่จะมีการฝังท่อส่งก๊าซ จะใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ และจะฝังให้มีความลึกกว่า 1 เมตร 50 เซนติเมตร
ซึงจะมีความปลอดภัยและสะดวกกว่าการขนส่งแบบปัจจุบัน ซึ่งในภาคธุรกิจส่วนใหญ่เห็นด้วยในการที่จะมีการฝังท่อก๊าซธรรมชาติมายังนครราชสีมา เนื่องจากโครงการนี้จะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติของไทยเองได้มากขึ้น อีกทั้งในส่วนของภาคอุตสาหกรรมก็จะสามารถนำก๊าซธรรมชาติมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมได้เช่นกัน
"หากจังหวัดนครราชสีมา ได้หันมาใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มมากขึ้นก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ เป็นอย่างมาก เนื่องจากการลงทุนในภาคเอกชนโดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้อการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นแหล่งพลังงานก็สามารถที่จะนำมาใช้ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นการประหยัดในเรื่องของการขนส่ง ดังนั้นนอกจาการใช้พลังงานธรรมชาติเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถนำมาใช้แทนพลังงานจากน้ำมันที่มีราคาสูง ถือได้ว่าพลังงานธรรมชาติเป็นทรัพย์สมบัติของประเทศไทยและสามารถนำมาพัฒนาเศรษฐกิจ ได้ ซึ่งตนยืนยันจังหวัดนครราชสีมา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะได้รับผลประโยชน์โดยตรง จากโครงการนี้" นายจักริน กล่าว



