
แม้วเผยสื่อเทศพท.ชนะคุมเศรษฐกิจเอง
"ทักษิณ" เปิดใจสื่อต่างชาติหวังมีบทบาทกำหนดนโยบายเศรษฐกิจหากเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ขณะที่นักวิชาการแห่งสถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษาในสิงคโปร์มอง "ทักษิณ "เป็นคนที่ดาดเดาได้ยาก
(8เมษายน) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ประกาศเจตนารมณ์ว่าจะกลับมามีบทบาทสำคัญในการบริหารประเทศจากต่างแดนหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง
ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์จากบ้านพักในดูไบ โดยบอกว่า ความขัดแย้งในประเทศยืดเยื้อมานาน 5 ปีแล้ว หลายคนบอบช้ำทั้งทางร่างกายและจิตใจ และถึงเวลาที่จะเริ่มต้นใหม่เพื่อทำให้ประเทศชาติมั่งคั่งอีกครั้ง
นอกจากนี้เขาบอกว่า ตัวเองได้แรงบันดาลใจจากการลุกฮือประท้วงทั้งในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ รวมถึงแนวโน้มที่ไทยจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน และตั้งเป้าหมายว่าจะมีส่วนร่วมสำคัญในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจตามแนวทางของเขา หากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง โดยเขาจะลดภาษีธุรกิจ และผลักดันให้มีการประกาศนิรโทษกรรมให้กับทุกคนที่ถูกดำเนินคดีในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานับจากเหตุการณ์รัฐประหาร
คำประกาศจากพ.ต.ท.ทักษิณครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคเพื่อไทยเตรียมพร้อมหาเสียงเลือกตั้งอย่างเต็มตัวแล้ว ขณะเดียวกันก็เป็นหลักฐานบ่งชี้ว่า ทักษิณมีส่วนบงการสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังบอกด้วยว่า ประชาธิปไตยของไทยก้าวมาถึงทางแยกแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ได้บอกให้รู้ว่า ทั่วโลกหรือประชากรส่วนใหญ่กำลังเปลี่ยนไปเพราะอิทธิพลจากสิ่งที่เขาได้เห็นเกี่ยวกับภายนอกประเทศ และอิทธิพลจากอินเตอร์เน็ตและเครือข่ายสังคมออนไลน์
แต่พ.ต.ท.ทักษิณ เตือนว่า การเลือกตั้งอาจไม่เพียงพอแก้ไขความแตกแยกทางการเมืองในประเทศได้ และเขาแสดงความกังวลด้วยว่าการเลือกตั้งอาจไม่สามารถจัดขึ้นได้ พร้อมกันนี้เขาบอกด้วยว่า กองทัพและผู้มีบารมีที่เขาเรียกว่ามือที่มองไม่เห็น จะพยายามขัดขวางการเลือกตั้ง หรือชักชวนให้พรรคเล็กๆไม่ให้เข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทยเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม
ด้านนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการแห่งสถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษาในสิงคโปร์ บอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนที่ดาดเดาได้ยาก ในช่วงหลายเดือนนี้เขาหายเงียบไป และการออกมาครั้งนี้แสดงว่าเขามีความสนใจอย่างมากที่จะต้องการมีส่วนกำหนดความเป็นไปในการเมืองไทย และเขาจะยังเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเตือนด้วยว่า เศรษฐกิจของประเทศเสี่ยงล้าหลังเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งบางประเทศ หากยังคงไม่สามารถยกมาตรฐานระบบการเมืองไทย และยกเลิกวัฒนธรรมการเซนเซอร์ของสื่อมวลชน เขาบอกด้วยว่า เราจะไม่สามารถทำอะไรได้ หากไม่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่หากเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นไม่มี ประชาชนไม่มีเสีรภาพที่จะเข้าถึงความรู้และเงินทุน คนเราจะมีความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร



