ข่าว

มาร์คชี้น้ำท่วมใต้เสียหายเฉียดหมื่นล้าน

มาร์คชี้น้ำท่วมใต้เสียหายเฉียดหมื่นล้าน

08 เม.ย. 2554

"นายกฯ"คาดน้ำท่วมใต้เสียหายเฉียดหมื่นล้าน สั่งเร่งรวมข้อมูลส่งเข้าครม.อังคารหน้า จี้ดำเนินการตามกม.คนรุกพื้นที่ภูเขา วอนปปช.ส่งชื่อรับเงินเยียวยาตามจริง แนะจนท.หนักแน่นกับเสียงวิจารณ์ จี้มหาดไทยแก้ปัญหาไร้นายอำเภอสิชล

 เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 เม.ย. นายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมประชุมกับคณะกรรมการกำกับ ติดตาม อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ที่ห้องประชุมงบประมาณชั้น 3 อาคารรัฐสภา 3 ว่า ในการประชุมครั้งนี้ตนได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเร่งดำเนินการแก้ไขเส้นทางคมนาคม ให้เชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยในส่วนของกรมทางหลวงชนบท จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 เม.ย.นี้ ส่วนเส้นทางหลักๆอาจจะยังไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงให้คืนสู่สภาพเดิมได้ทั้งหมด แต่สะพานหรือถนน ที่ขาดจะต้องดำเนินการแก้ไขเชื่อมต่อ ให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้มีพื้นที่ใดถูดตัดขาดหรือการเดินทางต้องอ้อม ค่อนข้างไกล

 ส่วนปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะในจ.สุราษฎร์ธานี นายกฯ กล่าวว่า ได้เร่งรัดอย่างเต็มที่ คาดว่าการประปา จ.สุราษฎร์ฯ จะกลับมาผลิตน้ำให้ประชาได้ตามปกติภายใยวันที 10 เม.ย.   ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประสบภัยได้ โดยในระหว่างนี้ได้ให้หน่วยงานนอกพื้นที่เร่งระดมความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เช่น ส่งรถน้ำเข้าไปในพื้นที่ ส่วนปัญหาที่อยู่อาศัยเป็นปัญหาหนึ่งที่ต้องเร่งรัดดำเนินการ เนื่องจากจะเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนจะกลับเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งแต่ละพื้นที่แต่ละปัญหาไม่เหมือนกัน บางพื้นที่ประชาชนหวาดกลัวไม่อยากกลับเข้าพื้นที่เดิม จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำรวจปัญหาและข้อมูลนี้ ว่ามีพื้นที่ใดบ้าง จะได้แก้ไขปัญหาให้ถูกจุด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ ที่มีเหตุการณ์ดินถล่มหรือมีความรุนแรง   นอกจากนั้นขณะนี้ได้มีการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยไปบ้างแล้ว สำหรับสถานที่ที่เสียหายต่างๆ เช่น โรงเรียน วัด โรงพยาบาล สถานที่ราชการนั้น ได้สั่งการให้เร่งรวบรวมข้อมูล เพื่อนำเสนอครม. ในวันที่ 12 เม.ย.นี้

 เมื่อถามว่าหากความช่วยเหลือเป็นไปตามแผนที่รัฐบาลวางแผนเอาไว้ ในสัปดาห์หน้าประชาชนจะใช้ชีวิตได้ตามปกติใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นส่วนใหญ่ เพราะยังมีบางพื้นที่ ที่ยังมีปัญหาอยู่อย่างเช่น พื้นที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ที่ยังมีปัญหาในเรื่องน้ำประปา และคาดว่าต้องใช้เวลาแก้ไขอีก 8-9 วัน กว่าทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ปกติ

 เมื่อถามถึงปัญหาการบุกรุกปลูกยางพาราและปาล์มตามพื้นที่ป่าและพื้นที่เขาถือว่าเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมนั้น นายกฯ กล่าวว่า คงจะมีปัจจัยประกอบกันหลายส่วน และต้องยอมรับว่าปริมาณน้ำที่ค่อนข้างมากถือเป็นปัจจัยหลัก อย่างไรก็ตามเท่าที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง หรือรัฐมนตรีคนอื่นลงไปในพื้นที่ ก็พบว่า พื้นที่ที่ป่าสมบูรณ์ก็ยังเกิดปัญหาดินถล่ม เพราะมีปริมาณน้ำมาก ส่วนจะมีผู้มีอิทธิพลจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบุกรุกป่าหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

 เมื่อถามว่ารัฐบาลได้มีการประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นว่าถึงประมาณ 1 หมื่นล้านบาทหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นคงจะมากแล้วแต่ว่าจะนับรวมอะไรด้วย เช่น บางพื้นที่สถานประกอบการ ต้องหยุดกิจการทำให้ลูกจ้าง ไม่มีรายได้จึงได้เร่งให้พิจารณาว่าจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างไร แต่ที่ผ่านมารัฐบาลได้อนุมัติความช่วยเหลือไปแล้ว ประมาณ 6,000 ล้านบาท และยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการซ่อมแซมเส้นทางคมนาคมและบ้านเรือน เพราะได้มีการทดลองจ่ายไปแล้ว

 “ดังนั้นตัวเลขหมื่นล้านบาท ถือว่าเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียง และคิดว่าคงไม่ต้องใช้งบประมาณ ถึง10,000 ล้านบาท เพื่อเข้าไปช่วยเหลือและฟื้นฟูแต่ก็ใกล้เคียงกับตัวเลขนั้น”นายกฯ กล่าว  

 สำหรับความช่วยเหลือด้านอื่นที่ได้รับผลกระทบ เช่น ด้านการท่องเที่ยวในจุดที่ไม่ได้น้ำมท่วมแต่นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางไป นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องจัดลำดับความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือก่อน อย่างกรณีที่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบโดยตรง รัฐบาลต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือเป็นอันดับแรก และเราต้องช่วยกันแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนและความช่วยเหลือ เงินที่นำไปช่วยเหลือถือว่าเป็นเงินของประชาชน จึงต้องพิจารณาตามความเหมาะสม ส่วนการฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจก็จะมีการหารือและพิจารณากันต่อไป

 ส่วนเสียงวิจารณ์ที่มองว่าความช่วยเหลือของรัฐบาลล่าช้า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอย้ำว่าขณะนี้ ตัวเลขของพื้นที่ ที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือนั้นมีน้อยมาก ยกเว้นพื้นที่ ที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์เมื่อเสนอมาก็ไม่ผ่านเกณฑ์ โดยเฉพาะคนที่เซ็นรับรอง หรือคนที่มาให้สัมภาษณ์ เช่นบางพื้นที่ มีความเดือดร้อนเพียงร้อยละ 5 แต่ส่งชื่อมา 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เกิดความล่าช้าเพราะต้องมาคัด ในส่วนที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ออก ไม่เช่นนั้น ถือว่าการช่วยเหลือและการข่ายเงินไม่สุจริต ตนได้ย้ำกับประชาชนเวลาลงพื้นที่ด้วยว่าอย่าส่งรายชื่อเกิน หรือส่งรายชื่อที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ ส่วนบางพื้นที่จะไปแบ่งสรร กันเองก็ถือว่าเป็นเรื่องภายในที่จะมีการเอื้อเฟื้อกันเอง แต่อย่าทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะมีบางบ้านที่รับเงินไปแล้ว ไปเฉลี่ยแบ่งให้คนอื่นทำให้ มาบอกว่ารับเงินไม่ครบ”นายกฯ กล่าว

 นายกฯ กล่าวต่อว่า หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายนี้ คนที่เสนอชื่อมารอบแรกนั้นรัฐบาลได้จ่ายไปหมดแล้ว ส่วนที่ยังไม่ได้จ่ายและเข้าหลักเกณฑ์ คือ รายชื่อที่เพิ่งส่งมา และต้องกลั่นกรอง ซึ่งเพิ่งดำเนินการเสร็จ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ตนยืนยันว่าไม่ได้มีความล่าช้า แต่เราต้องดูแลให้เกิดความถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์ เพราะเงินเหล่านี้ไม่ใช่เงินของรัฐบาลแต่เป็นเงินภาษีของประชาชน จึงต้องจ่ายเงินให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์

 เมื่อถามว่าขณะนี้มีการสร้างกระแสเรื่องการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาโจมตีรัฐบาล เพราะเป็นช่วงใกล้เลือกตั้ง นายกฯ กล่าวว่า เป็นธรรมดา และบางคนที่พูดเรื่องนี้ จะรู้ข้อเท็จจริงดีว่าเป็นอย่างไร ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมดา ที่อาจจะมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งตนย้ำกับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานว่าขอให้หนักแน่นทำงานให้ดีที่สุด อาจจะมีข้อบกพร่องหรือมีคนวิพากษ์วิจารณ์แต่ขอให้อย่าท้อแท้เดินหน้าทำงานต่อไป ยึดความถูกต้องเป็นหลัก อย่างกรณี เงินช่วยเหลือครอบครัวละ 5,000 บาท ก็ยอมรับว่าบางพื้นที่มีปัญหาว่าทำอย่างไร จะให้ถูกใจและถูกหลักเกณฑ์ บางพื้นที่ตัดชื่อออกไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์

 ส่วนกรณีที่อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ที่ยังไม่มีนายอำเภอ นายกฯ กล่าวว่า ปัญหานายอำเภอเป็นปัญหาที่ตกค้างมาจากคำวินิจฉัยและต้องมีการแก้ไขกันต่อไป เพื่อทำให้ถูกต้องตามระบบ ซึ่งตนได้เร่งรัดให้ดำเนินการแล้ว ส่วนอ.สิชล จะมีนายอำเภอได้อเมื่อไหร่นั้นต้องถามกระทรวงมหาดไทย เพราะเราได้มีมติให้เร่งรัดแก้ไขไปแล้ว