ข่าว

มาร์คพยายามให้ฉลองสงกรานต์เป็นสุข

มาร์คพยายามให้ฉลองสงกรานต์เป็นสุข

08 เม.ย. 2554

"อภิสิทธิ์"รับปากจะพยายามให้ฉลองสงกรานต์เป็นสุข วอนทุกฝ่ายร่วมมือ สภาปิดประชุมส.ส.ลงพื้นที่เล่นสงกรานต์ กรมอุทยานประกาศห้ามนำเหล้าเข้าอุทยานช่วงสงกรานต์

 เมื่อเวลา 13.30น. วันที่ 8 เม.ย.นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการฉลองสงกรานต์ปีนี้ว่า “ก็พยายามทำกันเต็มที่ อยู่ที่ความร่วมมือของทุกฝ่าย”  จากคำถามของผู้สื่อข่าวที่ว่า"เดือนเมษายนปีนี้คนไทยจะได้ฉลองสงกรานต์ตามปกติหรือไม่"  

สภาปิดประชุมส.ส.ลงพื้นที่เล่นสงกรานต์

 นายสามารถ  เเก้วมีชัย  รองประธานสภาผู้เเทนราษฏร์ ในฐานะประธานการประชุมได้เรียกประชุมส.ส.หลังพักการประชุมไปหนึ่งชั่วโมง  โดยจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.องค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีส.ส.เข้าประชุม 268 คน เเต่นายเกียรติอุดม  เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทยขอหารือโดยกล่าวว่า ช่วงนี้ส.ส.ลงพื้นที่ในงานสงกรานต์ เเละร่างกฎหมายนี้มีความสำคัญ ตนอยากให้ส.ส.มาร่วมประชุมพร้อมเพรียง  จึงขอเสนอให้เลื่อนพิจารณาในสัปดาห์ต่อไป จากนั้นนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเเสดงความเห็นด้วย ทำให้นายสามารถสั่งปิดประชุมในเวลา 12.05 น.

กรมอุทยานประกาศห้ามนำเหล้าเข้าอุทยานช่วงสงกรานต์

 ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุนันต์ อรุณนพรัตน์ อธิบดีกรมอุทยานฯ แถลงข่าวรณรงค์ “ ท่องเที่ยวสุขใจ...อุทยานปลอดเหล้า ” ว่า กรมอุทยานฯ จะเดินหน้านโยบายห้ามนำเหล้าเข้าอุทยานฯ ทั่วประเทศ 148 แห่งอย่างเข้มข้นต่อไปหลังจากดำเนินการมาตั้งแต่เทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาและได้รับเสียงตอบรับในทางที่ดีมากจากแทบทุกหน่วยงานรวมทั้งนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าไปท่องเที่ยวและศึกษาธรรมชาติอย่างจริงจัง ขณะที่ปริมาณขยะ เศษแก้วที่เกิดจากขวดเหล้า เครื่องดื่มชูกำลัง แก้ว น้ำเสียลดลงอย่างมาก ที่สำคัญความคึกคะนองของนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ต้องการเข้ามาเที่ยวอุทยานฯ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศดื่มเหล้า ประเภทฉิ่งฉับทัวร์ เสียงดังโวยวายและมักมีเรื่องทะเลาะวิวาท ก่ออาชญากรรมทำลายทรัพยากรธรรมชาติ รบกวนสัตว์ จนทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่กล้าเข้ามาท่องเที่ยวก็ลดลง

 กรมอุทยานฯ ได้นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสนใจท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติมากขึ้น โดยสถติจำนวนนักท่งเที่ยว 3 ปีย้อนหลัง พบว่ากรมฯ มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ปี 2551 มีนักท่องเที่ยว 10.4 ล้านคน ปี 2552 จำนวน 11.2 ล้านคนและปี 2553 จำนวน 10.8 ล้านคน สามารถเก็บรายได้ 3 ปีย้อนหลังได้ถึง 1,473 ล้านบาท ดังนั้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง กรมฯ จะรณรงค์ห้ามนำเหล้าเข้าอุทยานฯ เข้มข้น ทั้งการทำป้ายประชาสัมพันธ์ การขอความร่วมมือพร้อมมีการตั้งจุดรับฝากเหล้าและสามารถรับคืนได้เมื่อเลิกใช้บริการ สำหรับผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาทหรือทั้งจำและปรับ

 อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีนักท่องเที่ยวเข้าอุทยานฯ จำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถอำนวยความสะดวกได้อย่างทั่วถึงรวมทั้งปัญหาขยะและน้ำเสียดังนั้นขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้ช่วยปฎิบัติตามกฎระเบียบเพื่อป้องกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยอุทยานที่มีนักท่องเที่ยวมากในช่วงสงกรานต์ อาทิ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เป็นต้น

 ด้านน.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผช.ผอ.สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ชี้ชัดว่าผลกระทบที่ตามมา 1ใน 3 ของผู้บาดเจ็บทั้งหมด มีการดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วย โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 13 -15 เม.ย.ที่จะถึงนี้ ที่สำคัญเยาวชนยังมีพฤติกรรมการดื่มหนักในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า ดังนั้นมาตรการที่ใช้ได้ผลมากที่สุดคือ เรื่องการควบคุมการเข้าถึงโดยเฉพาะด้านราคา การกำหนดภาษีที่สูงทำให้คนซื้อได้น้อยลง รวมถึงการควบคุมการตลาดและโฆษณาซึ่งเป็นการลดแรงกระตุ้นให้บริโภค ตลอดจนการจำกัดสถานที่ขายหรือดื่มให้เหมาะสม เช่น การกำหนดมาตรการห้ามนำเข้าห้ามขายเหล้าของกรมอุทยาน

 “คนไทยส่วนใหญ่ไม่ดื่มเหล้า เบียร์ มีเพียง 30 % เท่านั้นที่เป็นนักดื่ม จึงเชื่อว่าเทศกาลสงกรานต์นี้ประชาชนจำนวนมากรวมถึงชาวต่างชาติจะหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวเมืองไทย และเลือกที่จะท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติ และวัฒนธรรมของไทย ทั้งนี้ผลสำรวจนักท่องเที่ยว 317 คนจาก 28 ประเทศ ของนักศึกษาสื่อสารมวลชนรามคำแหง ระหว่างวันที่ 25-27 ก.พ. 2552 พบว่าชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทย มีแรงจูงใจมาจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 35.8 % วัดวาอาราม 24.3 % แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม 21 % ซึ่งไม่พบเหตุผลที่เป็นแรงจูงใจจากการดื่มแต่อย่างใด และเมื่อถามว่าหากมีมาตรการห้ามขายเหล้าช่วงสงกรานต์ นักท่องเที่ยวกว่า 94.63 % ยังยืนยันที่จะมาเที่ยวเมืองไทย จึงเทียบเคียงได้กับมาตรการห้ามนำเข้าห้ามขายเหล้าของกรมอุทยานฯ ซึ่งคงไม่กระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวเช่นกัน ” น.ส.รุ่งอรุณ กล่าว