
ไม่ยันตึกสร้างก่อนปี50รับแรงสั่นได้
"วิศวศรีปทุม"เปิดเสวนารับมือแผ่นดินไหว ไม่ยืนยันตึกสร้างก่อนกฎกระทรวงปี 50 รับแรงสั่นได้ หนุนทำวิจัยบ้านรุ่นใหม่ - ไร้เสาทนแรงสะเทือน จี้เจ้าของอาคารเร่งตรวจโครงสร้างตึกเก่า ชูความปลอดภัย
(8เม.ย.) ที่ห้องออดิทอเรียม 1 ชั้น 14 อาคาร 11 มหาวิทยาลัยศรีปทุม ศูนย์วิจัยวิศวกรรมแผ่นดินไหว คณะวิศวกรรมศาสตร์ จัดอบรมเสวนาเรื่อง “ การเตรียมรับมือในขณะแผ่นดินไหว ” มีผู้เข้ารับฟังกว่า 30 คน โดย รศ.ดร.ไพบูลย์ ปัญญาคะโป หัวหน้าศูนย์วิจัยวิศวกรรมแผ่นดินไหว กล่าวบรรยายว่า มีคำถามที่สงสัยว่าอาคารในกทม.ที่มีการสร้างก่อนกฎกระทรวงปี 2550 ที่มีการออกแบบรับแรงลมจะสามารถรับแรงแผ่นดินไหวได้หรือไม่ และสามารถรับแรงแผ่นดินไหวได้ขนาดไหน ต้องพิจารณาจากความแตกต่าง ระหว่างแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวกับการออกแบบ ซึ่งไม่มีอะไรยืนยันว่าจะรับแรงแผ่นดินไหวได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่กรุงเทพฯไม่ได้อยู่ในจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว จึงต้องพิจารณาจากระยะทางและจุดศูนย์กลางจะมีผลกระทบกับอาคารในกทม.มากแค่ไหน
รศ.ดร.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า แผ่นดินไหวเป็นเรื่องใหม่ของกทม.การตรวจอาคารเบื้องต้นจะตรวจด้วยสายตา แต่ส่วนโครงสร้างต้องเข้าไปตรวจภายในว่ามีการแตกร้าวหรือไม่ โดยอาจจะต้องนำแบบโครงสร้างมาจำลอง เพราะอาคารเหล่านี้มีการออกแบบก่อนกฎกระทรวงปี 50 บังคับใช้ จึงไม่รู้ว่าจะรับแผ่นดินไหวได้ขนาดไหน ขณะที่การสร้างบ้านสมัยใหม่ที่ไม่มีเสา ไม่มีคาน โดยเป็นโครงสร้างแผ่นสำเร็จรูปจะรับแรงแผ่นดินไหวได้หรือไม่นั้น อยู่ที่รอยต่อมีเหล็กเดือยฝังที่มีความยาวเพียงพอหรือไม่ เพราะการรับแรงโครงสร้างของบ้านสมัยใหม่จะมีผนังเป็นตัวรับแทนที่เสา ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีงานวิจัยเรื่องนี้ แต่ในต่างประเทศคงจะมีบ้าง ซึ่งตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่จะนำแนวคิดนิดไปทำการวิจัยได้
รศ.ดร.ไพบูลย์ กล่าวว่า แนวรอยเลื่อนไม่ได้พาดผ่านใจกลางกรุงเทพฯ แต่รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์และเจดีย์สามองค์อยู่ใกล้กทม.ที่สุดในระยะทาง 200 - 300 ก.ม. ซึ่งนักธรณีวิทยากำลังวิจัยว่ารอยเลื่อนเหล่านี้จะพาดผ่านมาถึงกทม.แค่ไหน แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครบอกชัดเจนว่ามีความยาวหรือลึกแค่ไหน ต้องมีการขุดดินลึกเข้าไป และดูว่าแนวรอยเลื่อนเป็นแบบยกหรือด้านข้าง ซึ่งต้องใช้งบประมาณมาก อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าเราไม่ต้องห่วงแผ่นดินไหวจะรุนแรงแค่ไหน แต่ต้องระวังตัวเองไว้ก่อน อย่างอาคารที่มีการสร้างก่อนกฎกระทรวงปี 50 บังคับใช้ เจ้าของอาคารต้องตื่นตัวโดยประสานให้สถาบันการศึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญไปวิเคราะห์โครงสร้างที่เป็นจุดอ่อน เพื่อหาแนวทางเสริมกำลัง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก



