
โพลล์ชี้นทท.เล่นสงกรานต์ถ.ข้าวสาร
นครบาลจัดตำรวจลงพื้นที่อำนวยความสะดวกปชช.กลับภูมิลำเนา-ท่องเที่ยวตจว.ช่วงสงกรานต์ ระบายรถเส้นทางหลัก-เส้นทางรองมุ่ง 4 ภาค รอง ผบช.น. สั่งตั้งด่านตรวจเข้มคนกรุงเล่นสงกรานต์ 176 จุดลดอุบัติเหตุ เน้นกวดจับพวกเมาแล้วขับ-ขับรถเร็ว-ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย-จยย.ไม่สว
(8เม.ย.) พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) รับผิดชอบงานจราจร กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรขาออก กทม.มุ่งหน้าจังหวัดต่างๆช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 8 ถึง 12 เม.ย.ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนทยอยเดินทางกันเป็นจำนวนมากว่า ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ดูแลการจราจรเส้นทางสายหลักและเส้นทางสายรองมุ่งสู่ภาคต่างๆ อย่างเต็มที่เร่งระบายรถให้ระบายออกอย่างรวดเร็วไม่ติดขัด อีกทั้งยังจัดกำลังไปดูแลความสงบเรียบร้อยตามสถานีขนส่งทุกแห่ง เน้นที่สถานีขนส่งจตุจักรหมอชิต 2 เป็นพิเศษเพราะเป็นศูนย์รวมของรถขนส่งภาคเหนือแและตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงสถานีขนส่งสายใต้ และสถานีรถไฟหัวลำโพงและพื้นที่โดยรอบ อำนวยความสะดวกให้การเดินทางคล่องตัวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวต่อว่า นอกจากจะอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแล้วยังมีการตั้งด่านตรวจคุมเข้มวินัยการจราจรในผู้ขับขี่ทั่วพื้นที่ กทม.ด้วยจำนวน 176 ด่าน เน้นกวดขันวินัยจราจรเรื่องการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ขับรถไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ขับขี่จักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน็อก และความผิดเมาแล้วขับขี่ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ตั้งเป้าลดจำนวนอุบัติเหตุและเสียชีวิตให้เหลือน้อยที่สุด เน้นเส้นทางที่ต้องคุมเข้มดูแลเป็นพิเศษช่วงวันที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์ ได้แก่ ถนนข้าวสาร และถนนสีลม รวมถึงพื้นที่โดยรอบไม่ให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดและอุบัติเหตุ
รอง ผบช.น.กล่าวถึงการออกข้อบังคับห้ามรถบรรทุกน้ำเข้าพื้นที่ต้องห้ามว่า ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดขออนุญาตใช้พื้นที่จัดงานบนท้องถนนจึงยังไม่ได้ออกข้อบังคับห้ามรถเข้าถนนเส้นใด อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วในถนนที่มักจะมีประชาชนไปเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมาก เช่น ถนนข้าวสาร ถนนสีลม ซอยโชคชัย 4 ถนนอักษะ หากมีประชาชนเดินทางไปเล่นน้ำกันมากก็จะมีการติดป้ายห้ามรถบรรทุกน้ำเข้าพื้นที่ทันทีเพื่อความปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกองบังคับการตำรวจจราจรนั้นได้จัดกำลังตำรวจจราจรกลางลงพื้นที่สนับสนุนกำลังจราจร บก.น.1-9ดูแลการจราจรใน กทม.โดยจะเพิ่มจุดตรวจค้นและเพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติงาน โดยมีการจัดชุดเคลื่อนที่เร็วประจำภายในสถานีขนส่งต่างๆ ทั้งขนส่งหมอชิต เอกมัย สายใต้ใหม่ พร้อมจัดหน่วยกู้ชีพคอยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในจุดต่างๆ ทั้งจะสำรวจจุดเสี่ยงเพื่อปรับปรุงแก้ไขเส้นทางที่ชำรุด ขณะที่กองบังคับการตำรวจทางหลวงตั้งศูนย์ดูแลความปลอดภัยในจังหวัดสำคัญต่างๆ โดยจะให้ประชาชนสามารถแวะมาพักผ่อนได้ รวมทั้งประสานกับกรมทางหลวงให้ผู้รับเหมาที่ซ่อมแซมถนนอยู่หยุดการดำเนินการก่อนที่จะปรับปรุงเส้นทางให้อยู่ในสภาพพร้อมในงานเป็นการชั่วคราว และเปิดเป็นช่องทางพิเศษในช่วงที่จราจรหนาแน่น
ขณะที่มูลนิธิเมาไม่ขับ ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ลดอุบัติเหตุจราจรสงกรานต์ คุมเข้มรถสาธารณะแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ เชิญชวนสถานประกอบการงดขายเหล้า 1 วันเทศกาลสงกรานต์ ไถ่ชีวิตคนไทยโดย นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ชี้แจงว่า ช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงที่คนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรมากที่สุด จึงกำหนดมาตรการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางจราจรคือ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานบันเทิง สถานที่ท่องเที่ยว วันที่ 13 เมษายน วันมหาสงกรานต์ งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1 วัน เพื่อร่วมไถ่ชีวิตคนไทย แม้ว่ากฎหมายห้ามขายจะไม่มีการออกมาบังคับใช้ และผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยผู้ขับขี่รถสาธารณะแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ ร่วมกับกระทรวงคมนาคม จัดโครงการ “รถสาธารณะปลอดภัย แอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์” ให้กับผู้ขับขี่รถบขส. รถเมล์ โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถสาธารณะเป็นบุคคลที่ต้องรับผิดชอบชีวิตผู้อื่นเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานในการขับขี่รถที่สูงกว่าผู้ขับขี่รถทั่วไป
มูลนิธิเมาไม่ขับอยากขอความร่วมมือประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หากพบว่ามีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีลักษณะคล้ายคนเมาสุรา ขอให้แจ้งที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม 1584 ซึ่งถ้าตรวจพบผู้ขับขี่มีแอลกอฮอล์ในร่างกาย ทางมูลนิธิเมาไม่ขับ สมาคมประกันวินาศภัย กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ร่วมกับภาคเอกชนจำนวนมาก จะมอบเงินให้ผู้แจ้ง 500 บาทในทันที สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตรวจจับก็จะได้รางวัล 500 บาทเช่นกัน
ผลสำรวจเรื่องความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่อการมาท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่อการมาท่องเที่ยวกรุงเทพฯ พบว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติร้อยละ 53.4 สนใจเข้าร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ขณะที่ร้อยละ 24.5 ไม่สนใจ และร้อยละ 22.1 ไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ โดยสถานที่ที่ตั้งใจจะไปร่วมงานเทศกาลสงกรานต์
อันดับแรกได้แก่ ถนนข้าวสาร (ร้อยละ 17.7) รองลงมาคือ จังหวัดเชียงใหม่ (ร้อยละ 12.9) และถนนสีลม (ร้อยละ 7.8) ส่วนสิ่งที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกังวลมากที่สุดหากเข้าร่วมเทศกาลสงกรานต์ อันดับแรกได้แก่ อุบัติเหตุ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (ร้อยละ 35.7) รองลงมาคือ การจราจรติดขัด (ร้อยละ 15.5) และการเล่นสงกรานต์ด้วยความรุนแรง (ร้อยละ 12.2)
สำหรับสิ่งที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินึกถึงเป็นอันดับแรก เมื่อคิดถึงกรุงเทพฯ ได้แก่ พระบรมหาราชวัง (ร้อยละ 25.2) รองลงมาคือ ถนนข้าวสาร (ร้อยละ 9.0) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) (ร้อยละ 8.6) ยิ้มสยาม อัธยาศัยไมตรี ความเป็นมิตรของคนไทย (ร้อยละ 7.3) และแม่น้ำเจ้าพระยา (ร้อยละ 5.0) ขณะที่สิ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวกรุงเทพฯ มากที่สุดอันดับแรกได้แก่ อาหารไทย (ร้อยละ 52.9) รองลงมาคือ โบราณสถาน / โบราณวัตถุ (ร้อยละ 48.8) และวัฒนธรรมประเพณี ศิลปะพื้นบ้าน (ร้อยละ 41.1)
คะแนนความพึงพอใจในภาพรวมต่อการมาท่องเที่ยวกรุงเทพฯ พบว่ามีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 7.52 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ซึ่งลดลงจากการสำรวจครั้งก่อนเมื่อตอนปลายปี 2553 อยู่ 0.10 คะแนน โดยความพึงพอใจในอาหารและเครื่องดื่มมีคะแนนสูงที่สุด (8.31 คะแนน) รองลงมาคือศิลปะวัฒนธรรมและประเพณี (8.26 คะแนน) ขณะที่ความพึงพอใจในคุณภาพอากาศมีคะแนนต่ำที่สุด (5.33 คะแนน) ตามมาด้วยความสะอาด (6.28 คะแนน) ทั้งนี้เมื่อสอบถามถึงสิ่งที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยากให้กรุงเทพมหานครปรับปรุงแก้ไขมากที่สุดอันดับแรกได้แก่ คุณภาพอากาศ (ร้อยละ 33.4) รองลงมาคือ การจราจรติดขัด (ร้อยละ 29.6) และความสะอาด (ร้อยละ 20.6)
ส่วนความต้องการจะกลับมาท่องเที่ยวกรุงเทพฯ อีกครั้งพบว่า นักท่องเที่ยวร้อยละ 69.4 ระบุว่าต้องการจะกลับมาเที่ยวกรุงเทพฯ อีก และร้อยละ 76.8 ยินดีแนะนำและบอกต่อให้ผู้อื่นมาเที่ยวกรุงเทพฯ ขณะที่นักท่องเที่ยวที่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวกรุงเทพฯร้อยละ 48.6 รู้สึกว่าดีกว่าที่คาดหวังไว้เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนเดินทางมา
เมื่อสอบถามถึงสถานการณ์ทางการเมืองของไทยพบว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนใหญ่ (ร้อยละ 63.3) ระบุสถานการณ์ความขัดแย้งและการชุมนุมทางการเมืองส่งผลกระทบน้อยต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวกรุงเทพฯ



