ข่าว

เปิดแผนพัฒนาเมืองพัทยาใช้โมเดลเชื่อมโยงสู่เมืองท่องเที่ยวยั่งยืน

เปิดแผนพัฒนาเมืองพัทยาใช้โมเดลเชื่อมโยงสู่เมืองท่องเที่ยวยั่งยืน

08 เม.ย. 2554

นับจากได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเมืองปกครองรูปแบบพิเศษ ในเดือนพฤศจิกายน 2521 เป็นต้นมา จากนั้น "เมืองพัทยา" จ.ชลบุรี ก็ได้มีการพัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ทั้งในเรื่องการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน การปรับปรุงในเรื่องการท่องเที่ยว และส่งเสริมทางด้านการตลาดจนทำให

 ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เมืองพัทยาก้าวขึ้นสู่ความเป็นศูนย์กลาง ของการเป็นเมืองท่องเที่ยวในระดับสากล มีปัจจัยสำคัญมาจากการที่เมืองพัทยา ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในเรื่องงบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจ และงบประมาณทั่วไป การวางรูปแบบการบริหารให้อยู่ภายใต้แนวทางการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวที่ดี เช่น การให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลรักษาความสะอาด รวมทั้งสภาพสังคม อย่างไรก็ตาม ด้วยอำนาจหน้าที่และอาณาเขตของเมืองพัทยา ที่มีอยู่อย่างจำกัด หากแบ่งเป็นพื้นที่ในทะเล 155 ตารางกิโลเมตร และบนบก 55 ตารางกิโลเมตร ถือว่าพื้นที่สำหรับการท่องเที่ยวมีน้อยมาก ดังนั้น เมืองพัทยาจึงมีแนวคิดในบริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ในเขตปกครององค์กรปกครองท้องถิ่นอื่น ที่มีเขตติดต่อกับเมืองพัทยา ให้สามารถเชื่อมโยงกันได้ และเกิดการนำแผนงานและโครงการมาบูรณาการร่วมกัน จึงนำไปสู่แผนการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวเมืองพัทยาขึ้น ทั้งนี้ นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา พร้อมคณะฝ่ายบริหาร ได้ทำหนังสือถึงองค์การบริหารจัดการพื้นที่พิเศษเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ในเดือนพฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความจำนงในเรื่องการให้เมืองพัทยา และเมืองที่มีพื้นที่เชื่อมโยงเข้าไปเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษ ซึ่งจะมีแผนบูรณาการ การบริหารจัดการ มีลำดับขั้นตอนในการสนับสนุนงบประมาณ ผ่านการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษ กระทั่งเมืองพัทยาได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2552

 หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้เมืองพัทยาและพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง อันประกอบไปด้วย 8 เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล เริ่มจากเทศบาลตะเคียนเตี้ย เทศบาลตำบลโป่ง เทศบาลตำบลบางละมุง องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)หนองปลาไหล เทศบาลเมืองหนองปรือ เทศบาลตำบลห้วยใหญ่ เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นาจอมเทียน อ.สัตหีบ รวมทั้งอีก 2 เกาะ คือ เกาะล้านและเกาะไผ่ รวมพื้นที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกันจำนวนทั้งสิ้น กว่า 930 ตารางกิโลเมตร จนมีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่เมืองพัทยา 4 เท่า ซึ่งถือว่าเป็น “พื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษเมืองพัทยา”

 พัฒนาศก.-สังคม-สิ่งแวดล้อม

 ส่วนการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ของการบริหารพื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษ ของ อพท.ที่ร่วมกับเมืองพัทยานั้น ยังเน้นในการพัฒนาด้าน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องและตรงกันกับแผนพัฒนาหลักที่เมืองพัทยาได้วางเอาไว้ โดยเน้นที่การเชื่อมโยงพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวร่วมกัน ภายใต้การบริหารจัดการของหน่วยงานในภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในแต่ละแผนงานที่กำหนด ในส่วนของการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์นั้น ให้ความสำคัญโดยจะคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อม การพัฒนายุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกัน

 ขณะเดียวกันในการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษของ อพท. จะมีการดูแลปัจจัยโครงสร้างขั้นพื้นฐาน การคมนาคมขนส่ง รวมทั้งระบบสาธารณูปโภค รวมถึงการดูแลในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในแผนแม่บทหรือแผนยุทธศาสตร์พัฒนาเมืองพัทยาฉบับนี้ รวมกรอบงบประมาณที่จะใช้ในการพัฒนาประมาณ 15,000 ล้านบาท

 นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ภายใต้โครงการนำร่องที่ได้บรรจุไว้ในโครงการรวม 300 โครงการ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาถนน การพัฒนาแหล่งน้ำ การขยายเขตปรับปรุง ไฟฟ้า ประปา การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ในพื้นที่เชื่อมโยงทั้งหมด และการพัฒนาชายหาดพัทยา โครงการทั้งหมดจะมีความสอดคล้องเชื่อมโยงระหว่างแผนยุทธศาสตร์เมืองพัทยา ตามเป้าประสงค์แผนแม่บทของ อพท. ภายใต้หลักการและแนวคิด ที่ได้รับการปรึกษา จากศูนย์ให้คำปรึกษาแห่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลการวางแผนแม่บทในเรื่องพื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษเมืองพัทยา

 ส่วนแผนแม่บทที่เป็นกรอบการพัฒนาประกอบด้วย แผนการพัฒนาเมืองพัทยา 10 ปี กำหนดระยะเวลาการดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2554-2563 ซึ่งภาพรวมของแผนแม่บทฯ 10 ปี นั้น เป็นการวางกรอบแนวคิดและกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองพัทยาไว้อย่างชัดเจน เพื่อก้าวไปสู่การพัฒนาเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวในรูปแบบเวิลด์คลาส ภายในระยะเวลาตามที่แผนแม่บทกำหนดไว้คือ 10 ปี

  แผนพัฒนาเมืองพัทยา 5 ปี ได้กำหนดระยะเวลาการดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2554-2558 เป็นการกำหนดแนวทางการพัฒนาในด้านการส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ อาทิ โครงการส่งเสริมด้านกีฬา ด้านการประชุมสัมมนา การจัดงานอีเว้นท์ต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว เพื่อดึงเม็ดเงินเข้าท้องถิ่นและประเทศ ส่วนแผนพัฒนาเมืองพัทยา 3 ปี เริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554-2556 เป็นการนำโครงการต่างๆ กำหนดไว้ในแผนแม่บทนำไปขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมาย และสอดรับกับพื้นที่ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงโครงสร้างขึ้นพื้นที่ฐาน เพื่อบูรณาการการพัฒนาในภาคเศรษฐกิจ ภาคสังคม และในด้านสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมกัน

 เชื่อมโยงพื้นที่เพิ่มความหลากหลาย

 นายวิวัฒน์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ให้ความเห็นว่า  หากเมืองพัทยาเชื่อมโยงพื้นที่ท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน และสามารถดำเนินการพัฒนาตามแผนแม่บทที่กำหนดไว้ได้ ก็จะทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เชื่อมโยงมีรายได้มากขึ้น และมีกลุ่มนักท่องเที่ยวหลากหลายตามมาด้วย

 ปัจจุบันแผนแม่บทในการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษ และพื้นที่เชื่อมโยงเมืองพัทยาได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงแต่ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแผน และให้ดำเนินการตามแผน โดยให้หน่วยงานแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำไปดำเนินการตามโครงการในแผนแม่บท ซึ่งถ้าหน่วยงานใดเป็นเจ้าภาพก็ให้หน่วยงานนั้นๆ ตั้งงบประมาณตามลำดับปีและความเร่งด่วนของโครงการ

 สำหรับโครงการหลักๆ และเป็นโครงการที่อยู่ในความสำคัญของพื้นที่ท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองพัทยา ได้แก่ โครงการพัฒนาปรับปรุงชายหาดพัทยา ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาพื้นที่ การฟื้นฟูสภาพชายหาดให้กลับมาสวยงามดังเดิม การฟื้นฟูเม็ดทรายที่หายไป การปรับปรุงภูมิทัศน์ตลอดแนวชายหาด ซึ่งรวมงบประมาณที่ต้องใช้สำหรับโครงการนี้ กว่า 1,000 ล้านบาท โครงการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่นาเกลือ ให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว โดยการจัดวางฝัง การสร้างแหล่งท่องเที่ยวบริเวณลานโพธิ์นาเกลือ ซึ่งต้องใช้งบประมาณกว่า 430 ล้านบาท

 ในเรื่องของการจัดวางผังใช้ประโยชน์พื้นที่ ซึ่งจะตรงกับเรื่องการวางฝังเมืองรวมของเมืองพัทยาเช่นกัน แผนนี้จะมีการจัดระเบียบโซนนิ่งสถานบริการ การควบคุมดูแลให้มีการเปิดปิดได้ตามความเหมาะสมของลักษณะของพื้นที่ ส่วนในพื้นที่เชื่อมโยงต่างๆ ก็จะมีแผนแม่บท ในการพัฒนาผ่านหน่วยงานในภาครัฐ เช่น ถนน และซอย ก็จะพัฒนาผ่านทางกรมทางหลวงชนบท การพัฒนาแหล่งน้ำ ผ่านทางกรมชลประทาน การพัฒนาด้านเพิ่มกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า ก็จะมอบให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปดำเนินการ รวมไปถึงการพัฒนาน้ำประปา ก็จะเป็นการพัฒนาผ่านทางการประปาส่วนภูมิภาค เป็นต้น

 สำหรับผลที่จะได้จากแผนแม่บทของการประกาศเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษนี้ ก็คือจะมีการพัฒนาครบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาเมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

บายไลน์ ศุภกร อรรคนันท์ - คัมภีร์ อาบสุวรรณ์