ข่าว

ขอให้คนไทยมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตตัวเอง

ขอให้คนไทยมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตตัวเอง

08 เม.ย. 2554

ช่วงนี้คนไทยเกือบครึ่งค่อนประเทศกำลังจะสำลักตาย แต่ไม่ใช่เพราะสำลักน้ำตายสืบเนื่องจากอากาศวิปริตผิดอาเพศจนภาคใต้กลายเป็นแดนวิปโยคทั้งจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ผิดฤดูกาลและดินถล่มในหลายหมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ไร้ที่อยู่อาศัยอีกนับแสนคน หากจะสำลักตายจากนโย

 จะว่าไปแล้ว นโยบายหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองต่างๆ ทั้งพรรคใหญ่ พรรคกลางและพรรคเล็ก ตั้งแต่พรรคประชาธิปัตย์เรื่อยไปจนถึงพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ล้วนคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายของการ "ขายฝัน" หรือกลิ่นเหล้าเก่าที่นำมาเทใส่ขวดใหม่ ซึ่งแทบไม่มีอะไรใหม่ นอกจากภาษาสวยหรูเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ประชาชน หนำซ้ำ ยังมีแต่ตอกย้ำให้คนไทยมีแต่ติดหล่มปลักการเมืองน้ำเน่า จากนโยบายแจกดะเพื่อหวังชนะเลือกตั้งเพียงประการเดียวเท่านั้น

 ที่สำคัญ นโยบายสวยหรูต่างๆ ของพรรคการเมืองใหญ่น้อย อาทิ นโยบาย 21 ข้อของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีสาระสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ เรื่องของครอบครัวต้องเดินหน้า เศรษฐกิจต้องเดินหน้า และประเทศชาติต้องเดินหน้า หรือนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยที่เกทับบลัฟแหลก ตั้งแต่การประกาศจะให้เครดิตการ์ดแก่เกษตรกร เพื่อกำจัดพ่อค้าคนกลาง ไม่ให้มีการตกเขียวหรือกู้นอกระบบ นโยบายกองทุนมหาวิทยาลัยแห่งละพันล้านบาท เพื่อสร้างเอสเอ็มอีให้แก่นักศึกษา หรือนโยบายบ้านหลังแรกและรถยนต์คันแรกนำมาลดหย่อนภาษีได้ ล้วนแต่เขียนขึ้นโดยนักการเมืองที่ชอบขายฝันช่วงสั้นๆ มากกว่าที่จะไปสำรวจความต้องการแท้จริงของชาวบ้าน เพื่อจะได้นำมาร่างเป็นกรอบนโยบายระยะยาว

 เราเชื่อว่ายังไม่สายเกินไป หากพรรคการเมืองใหญ่น้อยจะเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างกรอบนโยบายระยะยาวเพื่อกำหนดชะตาชีวิตตัวเองและประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นกรอบนโยบายเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ชาวบ้านมากพอที่จะยืนหยัดด้วยตัวเองตลอดไป หรือการกำหนดวาระแห่งชาติที่มุ่งฟื้นฟูป่าแบบถาวร เพื่อแก้ปัญหาภัยพิบัติทุกรูปแบบอย่างยั่งยืน ซึ่งหมายถึงการต้องเอาจริงเอาจังกับการบุกรุกทำลายธรรมชาติ หรือการกำหนดนโยบายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรม การป้องกันปัญหามลภาวะอย่างถาวร ฯลฯ

 ถ้าหากพรรคการเมืองใดมีวิสัยทัศน์ยาวไกล มีความจริงใจที่จะพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้า รู้จักดึงชาวบ้านให้เข้ามามีส่วนร่วมกำหนดกรอบนโยบายระยะยาวที่ครอบคลุมทุกด้าน โดยไม่มุ่งหวังเอาชนะการเลือกตั้งเพียงประการเดียว พรรคการเมืองนั้นก็สามารถครองใจประชาชนได้อย่างหมดจดงดงาม