ข่าว

มาร์คเบรค"พณ."ขึ้นราคาปุ๋ยครม.ถกก่อน

มาร์คเบรค"พณ."ขึ้นราคาปุ๋ยครม.ถกก่อน

07 เม.ย. 2554

"นายกฯ"เบรคพณ.ขึ้นราคาปุ๋ยชี้ ระบุต้องถกในครม.ก่อน พร้อมโยน"พรทิวา"หามาตรการรองรับ พร้อมระบุปุ๋ยแต่ละสูตรขึ้นไม่เท่ากัน

(7เม.ย.) เมื่อเวลา 17.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงพาณิชย์มีมติให้ขึ้นราคาปุ๋ย ว่า ตนได้พูดคุยกับทางนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ แล้ว หลังจากที่มีข่าวว่าจะขึ้นราคาปุ๋ยนัวนที่ 8 เม.ย.โดยตนให้นโยบายไปแล้วว่าหากจะขึ้นราคาจริง ต้องมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ชัดเจน ซึ่งนางพรทิวาได้รับกลับไปพิจารณาแล้ว ส่วนจะมีการชะลอการขึ้นราคาได้ถึงเมื่อไหร่นั้นต้องรอให้กระทรวงพาณิชย์เสนอมาตรการที่เป็นรูปธรรมชัดเจนมาก่อน  

 “แต่นางพรทิวาชี้แจงว่าเท่าที่หารือกับสมาคมชาวนาไทยแล้วยืนยันว่าไม่มีปัญหา แต่ผมต้องการให้ ครม.ได้พิจารณาร่วมกันก่อนว่ามีมาตรการอะไรรองรับ และการขึ้นราคาปุ๋ยเป็นอย่างไร เพราะแต่ละสูตรปุ๋ยขึ้นราคาไม่เหมือนกัน”นายกฯ กล่าว

 ส่วนสาเหตุที่ราคาสินค้าต่างๆขยับสูงขึ้นในปัจจุบัน นายกฯ กล่าวว่า เป็นเพราะราคาต้นทุนทั่วโลกสูงขึ้น ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เราปฏิเสธไม่ได้ อะไรที่เราสามารถบริหารได้ก็บริหารไป อย่างกรณีของน้ำมันดีเซลที่กองทุนน้ำมันยังให้การอุดหนุนอยู่ ซึ่งประมาณการว่าเงินในกองทุนขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 11,000 ล้านบาท เมื่อตัวเลขใกล้ตามที่กำหนดไว้ก็ต้องมาคุยกันอีกรอบว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะมาตรการดังกล่าวจะครบกำหนดในปลายเดือนเม.ย. และตนจะนัดหารือกับทางกระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงาน

 เมื่อถามว่าจำเป็นจะต้องใช้มาตรการทางภาษีสรรพสามิตมาช่วยแก้ปัญหาหรือไม่ นายกรัฐมนตี กล่าวว่า เป็นทางเลือกหนึ่ง และมีอีกหลายทางเลือกที่รมว.คลังเตรียมแผนไว้ และตนคิดว่ายังมีความจำเป็นต้องตรึงราคาดีเซลต่อไป อย่างไรก็ตาม หากใช้มาตรการทางภาษีจะไม่กระทบต่อรายได้ของประเทศ เพราะขณะนี้การจัดเก็บรายได้เกินเป้าและเกินมากกว่าที่ตอนที่เสนองบกลางปี

 เมื่อถามว่าปัจจัยในปัจจุบันจะส่งผลกระทบตัวต่อเลขจีดีพีหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังยืนยันประมาณการตัวเลขจีดียังเป็นตัวเลขเดิม และในไตรมาสแรก 2 เดือนแรกที่มีตัวเลขเข้ามา อยู่ที่ประมาณร้อยละ 2-3