ข่าว

จระเข้ลุ่มน้ำปากพนังไล่งับชาวบ้านเจ็บ

จระเข้ลุ่มน้ำปากพนังไล่งับชาวบ้านเจ็บ

07 เม.ย. 2554

น้ำท่วมนครศรีฯเริ่มคลี่คลายแต่ยังคงเดือดร้อนใน 3 จุดใหญ่ ขณะที่ลุ่มน้ำปากพนังยังจม ส่วนชาวบ้าน อ.เชียรใหญ่ รวมตัวกว่า 400 คน ชุมนุมประท้วงคำสั่งยกเลิกเงินช่วยผู้ประสบภัย จระเข้ลุ่มน้ำปากพนังอาละวาดหลายจุดไล่งับ-ฟาดหางใส่ชาวบ้านบาดเจ็บ พระภิกษุ-สามเณรออกช

 (7เม.ย.) การช่วยเหลือแก้ปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากเหตุการณ์อุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่นครศรีธรรมราช ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยอ.นบพิตำ อ.สิชล เป็นพื้นที่ดินโคลนถล่มและอีก 5 อำเภอในเขตลุ่มน้ำปากพนัง ยังคงมีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง   โดยภาพรวมนั้นลุ่มน้ำปากพนังยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในขณะนี้เนื่องจากการระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า น้ำยังคงท่วมสูงในหลายจุดเช่น อ.ปากพนัง อ.เชียรใหญ่ และ อ.หัวไทร และ อ.เฉลิมพระเกียรติ โดยเฉพาะที่ อ.ปากพนัง และ อ.เชียรใหญ่นั้นถือเป็นพื้นที่หนักสุดประชาชนได้รับผลกระทบและความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยทางเจ้าหน้าที่และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนต่างๆพยายามนำเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีอุปสรรคที่สำคัญคือการเดินทางที่เป็นไปด้วยความยากลำบากจากระดับน้ำ และการเดินทางด้วยเรือที่บรรทุกสิ่งของไปด้วย

กำนันนบพิตำเผยต้องเร่งสร้างสะพาน-พื้นที่เกษตรสูญนับหมื่นไร่

 นายกรีฑา อินณรงค์ กำนันตำบลนบพิตำ อ.นบพิตำ เปิดเผยว่าสถานการณ์ในภาพรวมของพื้นที่ อ.นบพิตำนั้นเริ่มดีขึ้น อย่างไรก็ตามในเรื่องของถนนหนทางนั้นยังไม่ได้ฟื้นฟูเท่าที่ควร สะพานในพื้นที่ ต.นบพิตำขาดทั้งหมดใน หมู่ที่ 2,3,4,5,7,9 ยังไม่สามารถเชื่อมกันได้เนื่องจากขาดสะพานแบริ่งหากจะเข้าไปได้นั้นต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้นต้องลุยลงไปในลำห้วยลำคลอง ไม่เช่นนั้นผ่านไม่ได้

 “ ยังมีอยู่อีก 3-4 หมู่บ้านยังออกมาด้านนอกไม่ได้ต้องเร่งเสริมสะพานแบริ่งเข้าไปแต่ตอนนี้ยังขาดแคลนมาก จากการสำรวจประมาณการนั้นพบว่าการถล่มของภูเขานั้นมีกว่า 100 จุดในพื้นที่ 2 ตำบลคือ ต.นบพิตำ และต.กรุงชิง ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงโดยเฉพาะสวนยางพาราและสวนผลไม้ นับหมื่นไร่บางจุดถูกกวาดไปหมดไม่เหลือแม้แต่ต้นเดียว บางจุดลำคลองกว้าง 3เมตร  ขยายกลายเป็นร้อยเมตร ”

 นายกรีฑา  กล่าวว่า ในส่วนของการใช้ชีวิตนั้นยังเต็มไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากขาดแคลนน้ำดื่มอย่างมากในขณะนี้ การอพยพคนนั้นหยุดแล้วคงมีเพียงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และผู้บาดเจ็บด้วยเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น

ชาว ต.ฉลอง-ต.เทพราช อ.สิชลฉุนข่าวตัดไม้ทำเหตุดินถล่ม

 นาง อวยพร บุญพรหม ชาวม.15 ต.เทพราช อ.สิชล  จ.นครศรีธรรมราช  เปิดเผยว่าชาวบ้านในพื้นที่ ต.เทพราช และต.ฉลอง ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยอย่างรุนแรงไม่พอใจกับข่าวที่มาว่าชาวบ้านตัดไม้ท่อนซุงจำนวนมากไหลลงมากับน้ำป่านั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ข้อเท็จจริงนั้นให้ไปดูได้โดยเฉพาะในจุดฝายึคลองท่าทน ที่มีต้นไม้ ท่อนไม้มากองยังจุดนั้นเป็นจำนวนมากเกิดจากกระแสน้ำป่าและการถล่มของดินริมชายคลองท่าทน ไม้เหล่านั้นเป็นไม้ที่ถูกกระแสน้ำป่าพัดเซาะถอนมาทั้งรากทั้งโคน คลองท่าทนเดิมกว้างประมาณ 10-20 เมตรแต่ตอนนี้กลายเป็นกว้างเพิ่มขึ้นกว่า 100 เมตร ต้นไม้ทั้งสองฝั่งคลองเหนือฝายขึ้นไปถูกพัดเซาะมารวมกัน ข่าวที่ว่าเป็นการตัดไม้นั้นไม่เป็นความจริง สำหรับจุดที่ถล่มนั้นมีมากกว่า300 จุดล้วนเป็นจุดที่อยู่บนพื้นที่สูงชั้น ลาดชันสูงแทบทั้งสิ้น สามารถเข้ามาตรวจสอบได้

กำนันผู้ใหญ่บ้านสิชลฉุนประกาศรับสมัครนายอำเภอ
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอำเภอสิชล จ.นครศรีธรรมราช ไม่มีนายอำเภอ เนื่องจากหลังจากมีการเกษียณอายุราชการไปเมื่อเดือนตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา โดยมี นายพงษ์ศักดิ์ ตรึกตรอง ปลัดอำเภอ ปฏิบัติราชการแทนนายอำเภอ ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 53 จนมาถึงปัจจุบัน โดยยังไม่มีการแต่งตั้งนายอำเภอมาทำหน้าที่ ซึ่งส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเหตุการณ์ภัยพิบัติในเขต อ.สิชล เป็นไปได้อย่างไม่สะดวกเนื่องจาก การทำหน้าที่ของนายพงษ์ศักดิ์อยู่ในฐานะ ปฏิบัติราชการแทนเท่านั้น จึงติดขัดในข้อกฎหมายและในบางเรื่องส่งผลให้การช่วยเหลือในด้านต่างๆไม่ดีเท่าที่ควร

  นายสมหมาย เชิงศิลป์ ในฐานะประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอสิชล  เปิดเผยว่า  ได้หารือกับสมาชิกและเห็นพ้องกันว่าควรจัดทำป้ายรับสมัครนายอำเภอ และนำไปติดไว้หน้าที่ว่าการอำเภอ การขึ้นป้ายดังกล่าว พื่อแสดงให้เห็นว่าอำเภอนี้ว่างเว้นนายอำเภอในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ เผื่อมีใครสนใจมาสมัครจะได้ช่วยกันแก้ปัญหาชาวบ้านนั่นเอง

  “ประกาศรับสมัครนายอำเภอสิชล เนื่องจากตำแหน่งว่างมาเป็นเวลา 6 เดือนแล้ว กรมการปกครองยังไม่แต่งตั้งผู้ใดมาดำรงตำแหน่ง ทำให้การตัดสินใจในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างลำบาก ประชาชนเดือดร้อน จึงขอประกาศรับสมัครนายอำเภอสิชลอย่างเร่งด่วน ใครสนใจสามารถสมัครได้ ณ.ที่ทำการชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอสิชล ” ข้อความระบุ

จระเข้ลุ่มน้ำปากพนังอาละวาดหลายจุดไล่งับ-ฟาดหางใส่ชาวบ้านบาดเจ็บ

  มีการพบเห็นจระเข้ในพื้นที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช หลายจุดด้วยกัน ซึ่งสร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านหลายตำบล โดยเฉพาะใน ต.คลองกระบือ และ ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง หลังจากที่ ด.ต. เจริญ บัวคง หัวหน้าสายตรวจตำบลคลองน้อย รับแจ้งว่ามีจระเข้อาละวาดไล่กัดคนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บในบริเวณ ม.10 ต.คลองกระบือ จึงเข้าทำการตรวจสอบ พร้อมจัดทีมไล่ล่าจระเข้ทันทีโดยในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่สามารถจับตายจระเข้ น้ำหนักประมาณ 40 กก.เศษยาวประมาณ 2 เมตรไว้ได้ และยังออกล่าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีชาวบ้านพบเห็นหลายจุดนับสิบตัว

 ส่วนผู้บาดเจ็บเนื่องจากถูกจระเข้ทำร้ายนั้นพบว่าคือนายบุญนำ บุญจันทร์ อายุ 66 ปีอยู่ 4 ม.10 ต.คลองกระบือ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช  โดย นายบุญนำ อยู่ในสภาพเข่าขวาและต้นขาขวาบวมเป่ง โดยเจ้าตัวระบุว่าถูกจระเข้พยายามกัดและฟาดหางเข้าใส่  "ผมได้นำเรือออกไปกู้ลอบดักปลา โดยลงจากเรือในขณะที่น้ำสูงประมาณไม่ถึงเมตร หยิบลอบดักปลาที่ทำด้วยไม้ไผ่เหลือบไปเห็นจระเข้พุ่งเข้าใส่พยายามงับ แต่งได้ใช้ลอบไม้ไผ่ขวางปากไว้ ก่อนที่จระเข้ตัวนั้นจะฟาดหางเข้าใส่ หลังจากนั้นจึงกระโดดขึ้นเรือแล้วถ่อหนี "นายบุญนำ กล่าว

 ด.ต. เจริญ บัวคง หน.สายตรวจคลองน้อย หัวหน้าชุดไล่ล่าจระเข้ เปิดเผยว่า มีรายงานการพบเห็นหลายจุดเจ้าหน้าที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่องบางจุดพบว่าพยายามขึ้นมากินวัวชาวบ้านมีขนาดใหญ่มากคล้ายกับเป็นพ่อแม่พันธ์ยาวกว่า 4 เมตร และยังพบไข่จระเข้อยู่บนเนินดินกลางทุ่งนาด้วยเมื่อเอาไปให้เจ้าหน้าที่ประมงตรวจสอบได้รับการยืนยันว่าเป็นไข่จระเข้ ขณะนี้ชาวบ้านต่างหวาดผวาเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจตำบลได้ระดมอาสาสมัครร่วมกันออกตามล่าอย่างต่อเนื่อง

ผวจ.นครศรีเร่งแจงหลักเกณฑ์แจกเงินชดเชย

 นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี เห็นชอบในหลักการจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัย และดินโคลนถล่มในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เบื้องต้นครัวเรือนละ 5,000 บาท ใน 10 จังหวัด โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ ตามที่คณะกรรมการอำนวยการ กำกับ ติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ (คชอ.) กำหนด ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ใน 3 กรณี คือ น้ำท่วมถึงบ้านพักโดยฉับพลัน ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมขังติดต่อกัน ไม่น้อยกว่า 7 วัน บ้านพักอาศัยได้รับความเสียหาย จากน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ทั้งนี้ บ้านพักอาศัยจะต้องมีทะเบียนบ้าน หากเป็นบ้านเช่าผู้เช่าเป็นผู้ได้รับเงินช่วยเหลือ บ้านเช่ามีหลายชั้นได้รับเงินเฉพาะชั้นที่น้ำท่วมถึง และบ้านพักอาศัยทั้ง 3 กรณี จะต้องอยู่ในเขตพื้นที่ประกาศภัยพิบัติด้วยนั้น ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับนายอำเภอทุกอำเภอ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งดำเนินการสำรวจพื้นที่ได้รับความเสียหาย ในระดับหมู่บ้าน-ชุมชน ตามแบบฟอร์มที่กำหนด และลงนามรับรอง จากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น เสนอต่อคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) ตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนส่งไปยังจังหวัดได้ตรวจสอบและรับรองโดยผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อส่งไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจัดทำรายละเอียดเสนอรัฐบาลต่อไป

สรุปความเสียหายยอดตายแล้ว23ราย

 สำหรับความเสียหายจากอุทกภัยของจังหวัดนครศรีธรรมราช  ภาพรวม ทั้ง 23 อำเภอ ขณะนี้ มีผู้เสียชีวิตจำนวน 23 ราย ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 312 , 500 ครัวเรือน จำนวน 909 , 500 คน บ้านเสียหายทั้งหลัง 180 หลัง และบางส่วน 2 , 800 หลัง พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายกว่า 5 แสนไร่ นอกจากนี้ จำนวนผู้อพยพต่างทยอยเดินทางกลับหลังจากน้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย ยังคงเหลืออีกประมาณ 1 , 500 คน ในพื้นที่ 5 อำเภอ ความเสียหายเบื้องต้นมีมูลค่าประมาณไม่ต่ำกว่า 2,300 ล้านบาท ขณะที่ทุกภาคส่วน ระดมเครื่องจักรกล และเจ้าหน้าที่ เร่งบูรณะฟื้นฟูเส้นทางที่ได้รับความเสียหาย ในหลายพื้นที่ให้สามารถใช้การได้โดยเร็ว

สำนักนายกรัฐมนตรีจ่ายศพละ5หมื่น

 นายจำเริญ ยุติธรรมสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย พร้อมด้วย พล.ต.ท. อุดม ชัยมงคลรัตน์ ประธานอนุกรรมการช่วยเหลือฟื้นฟูและเยียวยาพื้นที่ประสบภัย คณะที่ 2 พื้นที่ภาคใต้ และว่าที่ ร้อยตรี ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ร่วมกันมอบเงินช่วยเหลือพิเศษ ที่ได้รับจากการบริจาคผ่านบัญชีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ของสำนักนายกรัฐมนตรี สำหรับจัดการศพผู้เสียชีวิต ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 6 รายในเบื้องต้นรายละ 50 , 000 บาท ที่นอกเหนือจากเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์เงินกองทุนที่จ่ายให้กับทายาทผู้เสียชีวิต ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว 50 ,000 บาทและสมาชิกในครอบครัวรายละ 25 , 000 บาท จากทางจังหวัดไปแล้ว

 สำหรับในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช ถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยไปแล้ว จำนวน 23 ราย ซึ่งทางสำนักนายกรัฐมนตรี จะได้เดินทางไปมอบให้กับรายที่เหลืออื่นๆต่อไป และกล่าวว่า ขอให้ทุกคนที่ได้สูญเสียสมาชิกในครอบครัว ได้มีจิตใจที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะฟันฝ่าอุปสรรคให้หลุดพ้นจากอุบัติภัยที่เกิดขึ้น ทางราชการจะไม่ทอดทิ้ง และจะได้เข้าไปดูแลช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ชาวเชียรใหญ่ประท้วงคำสั่งยกเลิกเงินช่วยผู้ประสบภัย

 เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 7 เม.ย.54 ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้มีชาวบ้านจากท้องที่ต่างๆ ในอำเภอเชียรใหญ่ มารวมตัวชุมนุมประท้วง โดยมีนาย จำแลง คงวัดใหม่ และนาย ไมตรี ไชยราช ชาวบ้านจาก ต.เชียรใหญ่ อ.เชียรใหญ่ เป็นแกนนำ ได้ตั้งเวทีปราศรัยเพื่อให้ทางอำเภอชี้แจงเกี่ยวกับกรณี มีคำสั่งยกเลิกเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อครั้งก่อนทั้งที่บางหมู่บ้านถูกยกเลิกจนหมด ขณะที่การช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งล่าสุดก็ยังให้การช่วยเหลือไม่ทั่วถึง

 นายจำแลง ได้กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า มติ ครม.เมื่อวันที่ 26 ต.ค.53 และวันที่ 16 พ.ย.53 ที่ผ่านมา อนุมัติให้ในงบประมาณรายจ่ายปี 2554 สำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินครอบครัวละ 5 , 000 บาท ซึ่งได้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.เชียรใหญ่ นครศรีธรรมราช ทำให้ชาวบ้านรับความเดือดร้อนกันอย่างถ้วนหน้า บ้านพักที่อยู่อาศัยถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน หลังจากที่ชาวบ้านได้นำหลักฐานตามที่ทางอำเภอแจ้งมาเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือดังกล่าวจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับแต่อย่างใด

 นอกจากนั้นล่าสุดมีการสั่งยกเลิกเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งก่อน ทำให้ชาวบ้านมีความไม่พอใจว่าหน่วยงานราชการกำลังทำอะไรกันอยู่  ไม่เข้าใจว่าสั่งยกเลิกด้วยเหตุผลอันใด  การช่วยเหลือของหน่วยงานราชการก็ล่าช้าและไม่ทั่วถึง บางหมู่บ้านยังไม่ได้รับการช่วยเหลือทำให้เดือดร้อนอย่างหนัก การที่ชาวบ้านมาร่วมตัวในครั้งนี้เพื่อขอทราบคำชี้แจงถึงกรณียกเลิกเงินช่วยเหลือเรื่องน้ำท่วมในครั้งก่อน และมาเรียกร้องให้เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังไม่มีใครเข้าไปดูแลด้วย

 ด้าน  นายอัมรินทร์ เขมรัตน์ นายอำเภอเชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช  ซึ่งติดภารกิจ  ได้สั่งการทางโทรศัพท์ให้ปลัดอำเภอเรียกกลุ่มชุมนุมเข้าประชุมปรึกษาหารือเพื่อชี้แจงกรณีดังกล่าวข้อเรียกของกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีเรื่องเงินช่วยเหลือ 5 , 000 บาท และรับทราบพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือของผู้ประสบภัยว่ามีหมู่บ้านใดบ้าง เพื่อจะได้เข้าไปให้การช่วยเหลือต่อไป ขณะที่การช่วยเหลือยังคงทยอยถุงยังชีพออกแจกจ่ายให้กับผู้เดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วมเป็นระยะแล้ว

พระภิกษุ-สามเณรออกช่วยชาวบ้าน

 พระครูวรเขตคณารักษ์”เจ้าคณะอำเภอฉวาง รองเจ้าอาวาสวัดธาตุน้อย และอาจารย์-ผู้บริหารมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช(มจร.นครศรีธรรมราช)  ได้นำสามเณรในโครงการบรรพชาสามเณรฤดูร้อนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมายุ 56 พรรษา รุ่น 1 จำนวนกว่า 100 รูป ร่วมกับพระภิกษุสงฆ์อีกจำนวนหนึ่งลงพื้นที่แจกจ่ายถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่บ้านปากเนตร ต.บางจาก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และที่บ้านสระแก้ว ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช