ข่าว

ไทยเตรียมเสนอตัว
มีตติ้งงานกีฬาโลก
วอนรัฐบาลร่วมแจม

ไทยเตรียมเสนอตัว มีตติ้งงานกีฬาโลก วอนรัฐบาลร่วมแจม

08 เม.ย. 2554

ไทยเตรียมเสนอตัวจัดงานประชุมกีฬาโลก "สปอร์ตแอคคอร์ด" แต่ทุกอย่างต้องได้รับไฟเขียวจากรัฐบาล ล่าสุด ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ เตรียมนำเรื่องนี้เข้าเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


 อภิชาติ ระวีวัฒน์ ผู้สื่อข่าว "คม ชัด ลึก" รายงานการประชุมใหญ่กีฬานานาชาติ หรือ "สปอร์ตแอคคอร์ด 2011" เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมีผู้นำองค์กรกีฬาจากทั่วทุกมุมโลกร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ไล่ตั้งแต่การจัดบูธโชว์ความสามารถของแต่ละชนิดกีฬา รวมไปถึงการนำวิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยีในอนาคตมาใช้ โดยประเทศไทยภายใต้การนำของ ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ หรือ อิฟมา ได้มาจัดบูธ "มวยไทย" แสดงโชว์ให้ทุกคนรู้จักและยอมรับในกีฬาชนิดนี้มากขึ้น เพื่อโอกาสในการผลักดันเข้าไปสู่โอลิมปิกเกมส์ในอนาคต


 ทั้งนี้ ดร.ศักดิ์ชาย กล่าวถึงโอกาสและความเป็นไปได้ที่ไทยจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพงานประชุมกีฬาใหญ่ระดับโลกว่า จาก 4 ครั้งที่เดินทางไปร่วมประชุมมานับตั้งแต่ครั้งแรกปี 2006 ที่เกาหลีใต้ จนมาถึงวันนี้ที่ลอนดอน ส่วนตัวมองว่าด้วยศักยภาพและประสบกสารณ์ของบ้านเรา สามารถที่จะเสนอตัวจัดประชุม "สปอร์ตแอคคอร์ด" ได้ ซึ่งจะมีผู้นำองค์กรกีฬาจากทั่วโลกตลอดจนผู้เกี่ยวข้องประมาณ 1,000 คนเดินทางเข้าร่วม หากเป็นการจัดการแข่งขันกีฬาต่างๆ ต้องใช้งบประมาณลงทุนมากกว่านี้ แต่การประชุมที่มีขึ้น 3-4 วันนั้น จะสร้างภาพลักษณ์และรายได้ที่ดีให้ประเทศไทยมหาศาล เพราะแต่ละชาติที่เดินทางมาต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ที่สำคัญทุกชาติก็รู้ดีว่าเมืองไทยมีดีแค่ไหน แถมค่าครองชีพและการลงทุนด้านต่างๆ ไม่สูงมากนัก แต่สิ่งที่เราจะได้กลับมาคือ การร่วมมือกับหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งระดับโอลิมปิกสากล ผู้นำองค์กรสหพันธ์กีฬาที่ในโลกใบนี้มีมากมาย รวมไปถึงผู้นำองค์กรแต่ละชนิดกีฬาทั้งที่บรรจุอยู่ในโอลิมปิกและไม่ได้บรรจุด้วย


 อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างจะประสบความสำเร็จได้สมาคมต้องได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลว่า เห็นชอบด้วยหรือไม่ หากสนใจก็จะทำหนังสือเสนอตัวตามขั้นตอนทันที และโอกาสที่จะได้รับการพิจารณามีสูงด้วย เพราะส่วนตัวมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับผู้นำองค์กรกีฬาต่างๆ เป็นอย่างดี ที่สำคัญประโยชน์ที่จะได้รับกลับไปมากมาย เอาแค่การจัดงานในครั้งนี้เจ้าภาพอังกฤษได้ทุ่มงบประมาณมหาศาล เพื่อสร้างแรงดึงดูดและความมั่นใจให้ชาติสมาชิกก่อนโอลิมปิกเกมส์ในปี 2012 จะเปิดฉากขึ้น แต่ถ้ามาจัดงานในเมืองไทยคงไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณถึงขนาดนี้ เพราะค่าครองชีพบ้านเราถูกกว่า แถมยังมีสถานที่จัดงานและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ คอยต้อนรับทุกคนไว้เรียบร้อย เชื่อว่าหลังเดินทางกลับไทยจะนำเรื่องนี้ปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยด่วน