
พิบัติภัยและการเติมทุกข์ซ้ำ
ช่วงนี้ธรรมชาติกำลังเอาคืนมวลมนุษยชาติ ไทยเองก็ประสบกับภาวะอากาศแปรปรวน เหนือแผ่นดินไหว ใต้ฝนกระหน่ำจมบาดาล อีสานแล้ง กลางหนาว เดือดร้อนกันไปทั่ว
แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีคดีอาชญากรรมมาเติมทุกข์ชาวบ้านซ้ำเข้าไปอีก !?!
เหตุผลก็เพราะมันทำได้ง่าย ไม่มีคนเฝ้าบ้านเรือนทรัพย์สิน ตำรวจเองก็เข้าไปดูแลได้ไม่ทั่วถึง ถนนถูกตัดขาด ไหนน้ำจะท่วมเข้าก็ยาก ดีไม่ดีสถานีตำรวจหรือบ้านช่องห้องหอตำรวจเองก็ประสบภัยด้วยเช่นกัน
มันจึงเหมือนถูกละเลย โจรก็ย่ามใจ น้ำท่วมใต้ครั้งนี้ที่สุราษฎร์ธานีตำรวจก็ตามจับได้ 1 คน
อย่างที่เคยบอกเคยพูดอยู่เสมอ อาชีพตำรวจต้องเสียสละ โดยเฉพาะเรื่องเวลาส่วนตัวไม่ค่อยมีเหมือนอาชีพอื่นเขา แต่ก็ยังอยากจะย้ำในบรรทัดนี้อีกครั้ง
ชาวบ้านที่ทุกข์ยากอยู่แล้วไม่ควรเผชิญกับความทุกข์ตรมอีก ?!!
เรื่องภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องของเวรของกรรม และเรื่องขโมยขโจรก็ไม่ใช่เรื่องกรรมเวรใดๆ สามารถแก้ไขป้องกันได้
ภัยพิบัติอาจจะป้องกันยากหน่อย แต่สำหรับเรื่องโจรกรรมนั้น ทำได้ถ้าใส่ใจให้ความสำคัญ เสียสละทุ่มเท
ฝากไว้ครับ เพราะธรรมชาติโลกเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ภัยพิบัติครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หาทางรับมือเอาไว้บ้างก็ดี เขียนเป็นแผนไว้ล่วงหน้าเลยก็ได้ เพราะเคยมีประสบการณ์มากันแล้ว เอาข้อดีข้อเสียมาประเมิน สรุปแล้วกำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติไว้เลย
ท้องที่ไหนน้ำท่วมบ่อยหาเรือท้องแบนเตรียมไว้เลย พื้นที่ไหนโคลนถล่มถนนขาดบ่อย เตรียมประสานเอกชน-หน่วยงานในพื้นที่ขอเครื่องจักรกลหนักสำรองไว้
เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นอีกจะได้แก้ไขได้ทันการณ์ ตำรวจท้องที่มีสายสัมพันธ์กับท้องถิ่นและบริษัทห้างร้านดีอยู่แล้ว นำมันมาใช้ประโยชน์บ้าง
อย่าให้ชาวบ้านพูดได้ ดีแต่แบกเตารีดและคันไถไว้บนบ่า เดินไปทางไหนพ่อค้าแม่ขายเบือนหน้าหนี
อ้อ มีอีกเรื่อง ! ระยะหลังมานี้มีคดีลักวิ่งชิงปล้นกันถี่ขึ้น เป็นเหมือนดัชนีชี้วัดความอดอยากปากแห้ง คนว่างงาน เลยหันมาเป็นโจรกันเยอะขึ้น
เรื่องนี้ก็สำคัญต้องหามาตรการยับยั้งไว้ ปล่อยไว้นานเดี๋ยวกลายเป็นโจรอาชีพ ต้องตามแก้กันอีก บางคนทำไปแค่สิ้นคิด อับจนหนทาง
ชาวบ้านเขาฝากความหวังไว้กับตำรวจครับ แม้ไม่เกี่ยวกับเรื่องบุญ แต่ถ้าทำได้เชื่อว่าบุญกุศลก็จะตกแก่ตัวตำรวจเองครับ ?!!



