
ญี่ปุ่นเล็งให้ชาวบ้านใกล้นิวเคลียร์กลับได้
(7เมษายน) รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ชาวบ้านในเขตพื้นที่อพยพรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะกลับเข้าไปช่วงสั้นๆเพื่อตรวจดูบ้านและเก็บข้าวของจำเป็นออกมา หลังจากต้องทิ้งบ้านเรือนอพยพออกไปเกือบหนึ่งเดือนแล้วนับจากเกิดวิกฤติที่โรงไฟฟ้า แต่กำลังศึกษาแ
นอกจากนี้มีรายงานว่ารัฐบาลกำลังทบทวนมาตรการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ไดอิจิ โดยระบุว่าสถานการณ์การรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีเปลี่ยนไปจากช่วงเกิดเหตุใหม่ๆ และมาตรการปัจจุบันที่กำหนดให้ประชาชนในพื้นที่ 20 ก.ม. รอบโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ไดอิจิ อพยพออกจากพื้นที่และให้คนที่อยู่ในระยะ 30 กม.อยู่แต่ในบ้านนั้นเหมาะสมกับการป้องกันการรับสารกัมมันตรังสีในระยะสั้นเท่านั้น และหากจะมีการปรับขยายพื้นที่อพยพก็เพื่อการป้องกันในระยะยาว
ปัจจุบันรัฐบาลกำหนดไว้ว่าหากมีการตรวจพบสารกัมมันตรังสีมากกว่า 50 มิลลิซีเวิร์ต ก็จะสั่งให้มีการอพยพประชาชน และ หากพบสารกัมมันตรังสีประมาณ 10 มิลลิซีเวิร์ต ก็จะแนะนำให้ประชาชนอาศัยอยู่แต่ในบ้าน
ขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ด้านผลกระทบจากสารกัมมันตรังสีของสหประชาชาติจะทำการศึกษาและรวบรวมรายงานเรื่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและความเสี่ยงต่อสุขภาพของคนงานเทปโก้และประชาชนจากอุบัติเหตุในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ
คนงานเทปโก้ฉีดก๊าซไนโตรเจนเข้าคอนเทนเมนต์
คนงานของบริษัทโตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ หรือเทปโก้ได้เริ่มฉีดก๊าซไนโตรเจนเข้าไปยังคอนเทนเมนต์ที่ครอบเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 1 ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิในเช้าวันนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ก๊าซไฮโดรเจนที่ก่อตัวขึ้นและสะสมอยู่ในคอนเทนเมนต์ที่ครอบเตาปฏิกรณ์เพิ่มขึ้นถึงระดับที่ทำปฏิกิริยารุนแรงกับก๊าซออกซิเจนจนเกิดการระเบิด เหมือนที่เคยเกิดขึ้นจนทำให้อาคารเตาปฏิกรณ์ได้รับความเสียหาย ปล่อยไอกัมมันตรังสีฟุ้งออกจากโรงไฟฟ้าฯ
การอัดฉีดก๊าซไนโตรเจน ซึ่งเป็นก๊าซเฉื่อยเข้าไปในคอนเทนเมนต์ที่ครอบเตาปฏิกรณ์เพื่อให้เข้าไปแทนที่ก๊าซออกซิเจน จะได้ไม่ทำปฏิกิริยารุนแรงกับก๊าซไฮโดรเจน และตามแผนการจะใช้ก๊าซไนโตรเจนรวม 6,000 ตันและคาดว่าจะดำเนินการเสร็จใน 6 วัน เทปโก้ยังกำลังตัดสินใจด้วยว่าอาจจะฉีดก๊าซไนโตรเจนในคอนเทนเมนต์ของเตาหมายเลข 2 และ 3 ที่เคยเกิดการระเบิดของก๊าซไฮโดรเจนจนได้รับความเสียหายด้วย
สำนักงานความปลอดภัยอุตสาหกรรมและนิวเคลียร์ญี่ปุ่น ยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีอันตรายที่จะเกิดการระเบิดของเตาปฏิกรณ์ และย้ำว่าการฉีดก๊าซไนโตรเจนเป็นเพียงมาตรการป้องกันล่วงหน้าเท่านั้น
ส่วนความพยายามหยุดการรั่วไหลของน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังเข้มข้นสูงลงสู่ทะเลประสบความสำเร็จอย่างดี หลังใช้โซเดียม ซิลิเกต หรือแก้วเหลวอุดรอยแตกที่ท่อเดินสายไฟใต้ดินข้างใต้เตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ที่อยู่ใกล้กับชายฝั่ง ทำให้น้ำหยุดรั่วไหลเมื่อเช้าวันพุธ ขณะเดียวกันคนงานยังคงเร่งระบายน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในระดับต่ำลงสู่ทะเล เพื่อให้มีที่ว่างสำหรับกักเก็บน้ำปนเปื้อนเข้มข้นที่ยังคงท่วมขังในหลายจุดรวมหลายหมื่นตัว



