ข่าว

สภาฯผ่านร่างกม.ประกอบรธน.3ฉบับแล้ว

สภาฯผ่านร่างกม.ประกอบรธน.3ฉบับแล้ว

07 เม.ย. 2554

 (7เม.ย.)การประชุมสภาผู้แทนราษฎร  ที่มีนายชัย  ชิดชอบ  ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่....)พ.ศ..   ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(ฉบับที่.....)พ.ศ.....และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง(ฉบับที่....)พ.ศ...ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว

 โดยในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯได้แก้ไขในมาตรา 6 / 1 เพิ่มความในมาตรา 9 / 1 ภายใต้บังคับมาตรา 95 เกี่ยวกับผู้มีสิทธิลงเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งต้องมาลงทะเบียนเพื่อขอให้สิทธิลงคะแนนเลืกตั้งล่วงหน้า และการกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งให้กำหนดได้หนึ่งวันเท่านั้น ซึ่งยังมีกรรมาธิการฯเสียงข้างน้อยในส่วนของพรรคเพื่อไทยยังติดใจ โดยนายประเกียรติ  นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยว่าต้องมีการเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะทุกคนมีหน้าที่ต้องเลือกตั้ง หากไม่ไปรัฐธรรมนูญก็บัญญัติไว้ว่าอาจเสียสิทธิ์ตามกฎหมาย แต่สามารถแจ้งสาเหตุของการไม่ไปเลือกตั้งได้      

 นายไพจิต  ศรีวรขาน  ส.ส. พรรคเพื่อไทย  อภิปรายว่า ตนไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะทำให้เกิดการทุจริต ทำให้ผลคะแนนเปลี่ยนไป เราอย่าเป็นเครื่องมือช่องทางให้กับคนที่ทุจริตเลือกตั้งเลย แม้จะเหลือเพียงวันเดียว ก็ถือว่าทุจริตครึ่งหนึ่งแล้ว ดังนั้นเราอย่าส่งเสริมให้มีการทุจริตเกิดขึ้น นอกจากนี้การเลือกตั้งล่วงหน้าถือว่าขัดรัฐธรรมนูญเพราะรัฐธรรมนูญกำหนดว่าให้เลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศภายใน 1 วันเท่านั้น ดังนั้นการเลือกตั้งล่วงหน้าจึงถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ

 นายประยุทธ  ศิริพานิชย์  ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ  ชี้แจงว่า ในกรรมาธิการฯได้พูดในมาตรา 95 เกี่ยวกับการเลือกตั้งล่วงหน้าซึ่งถือว่ายังสุ่มเสียงว่าจะมีการผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามมาตรา 141 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ระบุไว้อยู่แล้วว่า เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญแล้ว  ก่อนที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาให้ความเห็นชอบอยู่แล้ว ซึ่งหากมาตราดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ให้ข้อความนั้นตกไป หรือหากวินิจฉัยว่าข้อความดังกล่าวเป็นสาระสำคัญให้ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนั้นตกไปอยู่แล้ว

 นายพีรพันธุ์  พาลุสุข  ส.ส. ยโสธร จากพรรคเพื่อไทย  ในฐานะกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า กรรมาธิการฯได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่าควรจะมีวันเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะรัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 72   กำหนดว่าต้องมีการอำนวยความสะดวกในการไปเลือกตั้ง จึงได้กำหนดให้เลือกตั้งล่วงหน้า 1 วัน  

 นอกจากนี้ ที่ประชุมยังอภิปรายกันอย่างกว้างขวางในมาตรา 6/2   ซึ่งระบุให้เปิดให้พรรคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับการแบ่งเขตการเลือกต้ัง เพราะเห็นว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งมีส่วนสำคัญที่จะส่งผลต่อผลการเลือกตั้ง

 อย่างไรก็ตามนายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า ในการแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดที่มีสส.เพียงคนเดียว 7 จังหวัดไม่ต้องแบ่งเขตใหม่ แต่ในส่วนจังหวัดอื่น ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีจำนวน ส.ส.ลดลงอาจจะเป็นที่สับสนได้จึงมอบให้กกต.จังหวัดไปแบ่งเขตเลือกตั้ง และติดประกาศที่ตัวจังหวัดเพื่อเปิดโอกาสให้ได้ตรวจสอบจากสาธารณะ ซึ่งในช่วงวันที่ 18-19 เม.ย. จะสามารถดำนเนินการแบ่งเขตได้เสร็จ ส่วนการจะประกาศเขตเลือกตั้งได้น่าจะเป็นช่วงหลังจากมีการประกาศยุบสภาแล้ว

 อย่างไรก็ตามภายหลังจากพิจารณานานกว่า 3 ชั่วโมง ในที่สุดที่ประชุมสภาฯได้ลงมติผ่านร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯวาระที่สามด้วยเสียง 354 ต่อ 0 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 4   และเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งข้อสังเกตคือ ในการจัดให้มีการลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งกรณีผู้มีสิทธิไม่สามารถมาใช้สิทธิในวันเลือกตั้งได้และจะขอใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง กกต.ต้องทำการตรวจสอบหลักฐานเอกสารการลงทะเบียนอย่างเคร่งครัด พร้อมพิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็นอย่างแท้จริงของผู้ใข้สิทธิลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งว่าสมควรอนุญาตได้หรือไม่ ส่วนการจัดหีบบัตรลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งให้จัดเก็บไว้ในสถานที่ที่มีความปลอดภัย

 โดยสามารถสังเกตเห็นได้ตลอดเวลาและจัดให้มีอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์หรือมาตรการอื่นร่วมในสถานที่จัดเก็บรวมทั้งประชาชนสามารถตรวจสอบได้โดยง่าย การเคลื่อนย้ายหีบบัตรลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง ควรกำหนดให้มีตัวแทนพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครเข้าร่วมสังเกตการณ์เคลื่อนย้าย และเสนอว่าหากมีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งในครั้งต่อไปสมควรที่จะมีการแก้ไขเวลาในการลงคะแนนเลือกตั้งเป็นเวลา 08.00 น. -16.00 น.

 จากนั้นที่ประชุมสภาฯได้ลงมติผ่านร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งในวาระสาม ด้วยเสียง 349 ต่อ 0   งดออกเสียง 2 และไม่ลงคะแนน   7 และผ่านร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองวาระที่สาม ด้วยเสียง 355 ต่อ 0 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 6