
'มิดเดิลตัน'ยันไม่สวมมงกุฎวันเสกสมรส
"เคท มิดเดิลตัน" จะไม่ยอมสวมมงกุฎในวันเสกสมรสกับเจ้าชายวิลเลียม
(7เม.ย.) เว็บไซท์หนังสือพิมพ์ เดลี่ เมล รายงานว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า เจ้าชายวิลเลียมและนางสาวเคท มิดเดิลตัน พระคู่หมั้น ได้มีส่วนอย่างมากในการตัดสินใจเกี่ยวกับพิธีแต่งงาน แต่มักจะไม่ค่อยลงรอยกับบรรดาเชื้อพระวงศ์ที่ใกล้ชิดเท่าไหร่ โดยความขัดแย้งล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อ คามิลล่า ซึ่งเป็นพระชายาของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส ได้พยายามโน้มน้าวให้มิดเดิลตันสวมมงกุฎ และยังขอให้เพื่อนๆของเธอ ช่วยกันหว่านล้อมด้วย เนื่องจากมิดเดิลตัน กำลังคิดที่จะใช้ดอกไม้สวมศีรษะแทนที่จะสวมมงกุฎ
นับเป็นความขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ระหว่างสองสตรี 2 คน ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะได้เป็นราชินีในอนาคตทั้งคู่ เพียงแต่ขณะนี้อีกคนหนึ่งกำลังเป็นว่าที่เจ้าหญิง และอีกคนหนึ่งเป็นว่าที่พระสัสสุ(แม่สามี) ซึ่งในขณะที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลสและพระชายา ไม่ต้องการให้พิธีเสกสมรสนั้นฟุ่มเฟือยจนเกินไป แต่ขณะเดียวกันก็เชื่อว่า ระดับของพิธีการและความสง่างามแห่งราชนิกูล ก็ควรจะต้องธำรงไว้ด้วย และการที่ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นราชนิกูลในยุค 60 ทำให้มีแนวโน้มที่จะทรงยึดหลักตามจารีตประเพณีที่สืบทอดกันมา
เจ้าชายวิลเลียมและพระคู่หมั้น ต่างเป็นสมาชิกพระราชวงศ์รุ่นใหม่ และเคยร่วมพิธีแต่งงานของเพื่อน ๆ มาแล้ว ทำให้ทั้งสองกระตือรือร้นอยากจะมีพิธีเสกสมรสที่มีชีวิตชีวา ไม่ใช่อยู่ในกรอบประเพณีโบราณที่ล้าสมัย มีรายงานว่า เจ้าชายวิเลียมและเคท อยากให้พิธีเสกสมรส คล้ายกับพิธีแต่งงานของพระสหาย เช่น มีการเค้กแต่งงานและมีการตัดเค้กแจก
ทั้งสองเลือกโบสถ์เวสต์มินสเตอร์ แทนที่จะเป็นมหาวิหารเซนต์ ปอล เป็นสถานที่จัดพิธีเสกสมรสทั้งที่มีที่นั่งน้อยกว่า 1,500 ที่นั่ง มีรายงานว่า เค้กช็อคโกแลต บิสกิต ของเจ้าชายวิลเลียม สั่งจากร้านแม็ค วิตี้ ส่วนเค้กผสมลูกกวาดของเคท สั่งของฟิโอน่า แคร์นส์ ที่ทำเค้กส่งตามซูเปอร์มาร์เก็ตและที่ไม่น่าเชื่อก็คือ งานเลี้ยงพระกระยาหารที่พระราชบั๊คกิ้งแฮม จัดงานเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ แบบเดียวกับพิธีแต่งงานของสามัญชนชั้นกลางไม่มีผิด
ส่วนในตอนเย็น เจ้าฟ้าชายชาร์ลส จะทรงเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงพระกายาหารมื้อค่ำ สำหรับแขก300 คน ที่คาดว่าจะหรูหราสมพระเกียรติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า งานเลี้ยงช่วงกลางวันและกลางคืนขัดกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งความขัดแย้งระหว่างคนสองรุ่น ได้สะท้อนถึงปัญหาที่ว่า ใครควรจะเป็นผู้จัดพิธี ซึ่งสมัยก่อน การจัดการทั้งหมดเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ราชสำนักในองค์สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2
นอกจากนี้ ยังประเด็นเรื่องรถทรงของเจ้าสาว ในสมัยเจ้าหญิงไดอาน่า ได้ใช้ราชรถแก้วทรงม้าแต่เคทเตรียมจะนั่งรถยนต์ และจัดรถมินิบัส ให้แขกสำหรับการเดินทางไปยังโบสถ์เวสต์มินสเตอร์ซึ่งเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กับพระชายา เลือกที่จะเสด็จเองโดยรถพระที่นั่งโรลสรอยซ์ของพระองค์เองแหล่งข่าวใกล้ชิด ระบุว่า ไม่มีทางที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลสจะเสด็จโดยรถมินิบัส แม้ว่า เจ้าชายแอนดรูว์เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดและเจ้าฟ้าหญิงแอนน์จะไม่ทรงเกี่ยงงอนก็ตาม และที่สำคัญคือ อาคันตุกะผู้มีเกียรติจากต่างประเทศ รวมทั้งสมเด็จพระราชินีแห่งเดนมาร์ค ก็จะเสด็จโดยรถมินิบัสที่จัดไว้ให้ด้วยเช่นกัน
ส่วนความขัดแย้งเรื่องมงกุฎเพชรกับมงกุฎดอกไม้นั้น ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ในวันเสกสมรส ทุกหนทุกแห่งคงจะเต็มไปด้วยดอกไม้ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ที่ใช้ประดับประดับ ดอกไม้แต่งหน้าเค้ก และเคทก็คงอยากจะสวมมงกุฎดอกไม้ให้เข้ากัน ซึ่งแน่นอนว่า เธอคงจะต้องกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากับพระชายาคามิลล่า ที่อยากให้เธอสวมมงกุฎ ส่วนเรื่องช่างผมนั้น ได้เตรียมไว้ 6 คน รวมทั้งริชาร์ด วอร์ด ที่เคทเป็นลูกค้าประจำด้วย
เจ้าหญิงไดอาน่า ทรงสวมมงกุฎของตระกูลสเปนเซอร์ในวันที่ทรงเป็นเจ้าหญิงแห่งเวลส์พระองค์ใหม่ ซึ่งประดับด้วยเพชรและทองคำ ซึ่งตอนแรก สมเด็จพระราชินีทรงพระราชทานมงกุฎเพชรประดับมุข เคมบริดจ์ เลิฟเวอร์'ส น็อต ให้ แต่เจ้าหญิงไดอาน่าทรงปฏิเสธ เพราะหนักเกินไป แต่ถ้าเคทจะยืมมงกุฎตระกูลสเปนเซอร์ของเจ้าหญิงไดอาน่า ก็จะเรียกเสียงฮือฮาจากฝูงชน ที่ตื่นเต้นมารอบหนึ่งแล้ว ตอนที่เธอสวมแหวนหมั้นที่เป็นของเจ้าหญิงไดอาน่า
ถ้าเคท ไม่สวมมงกุฎ ก็จะสร้างความผิดหวังอย่างยิ่งในสหรัฐ ที่เป็นบ้านเกิดของมิสยูนิเวิร์สและตุ๊กตาบาร์บี้ แม้กระทั่งนิตยสารพีเพิล ยังเสนอให้ผู้อ่านช่วยกันโหวตว่า เธอควรสวมมงกุฎหรือไม่ ส่วนเรื่องชุดเจ้าสาวนั้น เจ้าหน้าที่ของพระตำหนักแคลเรนซ์ เฮ้าส์ ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลสยืนยันว่า เคทไม่ต้องการให้ใครรู้ก่อนว่าใครเป็นคนตัดเย็บชุดเจ้าสาวให้เธอ เพราะเธอคบหากับเจ้าชายวิลเลียมมานานจนรู้ใจกัน และนี่คือเซอร์ไพร์ซเดียวที่เธอจะมอบให้พระองค์ได้



