
คดีชี้ชะตาแบร์ลุสโคนี
การขึ้นโรงขึ้นศาลไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับนายซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี นายกรัฐมนตรีวัย 78 ปีแห่งอิตาลี ซึ่งยังมีอีกสามคดีที่อยู่ในชั้นศาล แต่คดีที่เปิดฉากขึ้นเมื่อวันพุธ (6 เม.ย.) นั้น ต่างออกไป
นสพ.ลา สตัมปา ในเมืองตูริน ชี้ว่าครั้งนี้ จะไม่ใช่เรื่องของการซุกซ่อนบัญชีลับในต่างแดน หรือหลบเลี่ยงภาษี แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเซ็กส์ เงิน และอำนาจ นั่นก็จะหมายถึงการตีแผ่ชีวิตส่วนตัวของนายแบร์ลุสโคนีอย่างลงลึก หากแพ้คดี อาจหมายถึงการปิดฉากอาชีพการเมือง
การพิจารณาคดีนัดแรก นายแบร์ลุสโคนีไม่ได้ไปปรากฏตัว แต่ความสนใจของสื่อไม่ได้ลดน้อยลง สำนักข่าวทั่วโลกส่งทีมไปเกาะติดรายงานกันอย่างคึกคัก ศาลมิลานจึงเปิดห้องประชุมใหญ่ที่ปกติจะใช้สำหรับงานพิธีการเป็นห้องพิจารณาคดีวันแรก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่สื่อ
ส่วนที่ด้านนอก บรรดาผู้สนับสนุนนายแบร์ลุสโคนี มีแผนปักหลักชุมนุมบนเกาะกลางถนน ฝั่งตรงข้ามอาคารศาลมิลาน ขณะกลุ่มเอียงซ้ายที่เป็นฝ่ายตรงข้าม ก็มีแผนจัดชุมนุมต่อต้านนายแบร์ลุสโคนีใกล้ๆ กับอาคารศาลเช่นกัน
อัยการกล่าวหานายแบร์ลุสโคนีว่า ให้ค่าตอบแทนแก่ คาริมา เอล มารู้ก ชื่อเล่นว่า รูบี้ แลกกับการมีเพศสัมพันธ์ทั้งหมด 13 ครั้งกับสาวโมร็อกโกวัย 17หลังงานปาร์ตี้ที่คฤหาสน์ของเขา ชานเมืองมิลาน และต่อมา นายแบร์ลุสโคนีได้เคยโทรศัพท์ขอให้ตำรวจปล่อยตัวสาวน้อยหลังจากเธอก่อเหตุลักขโมย เพราะเกรงว่าเธอจะเปิดโปงความสัมพันธ์
แต่นายแบร์ลุสโคนีและรูบี้ ยืนยันว่าไม่เคยมีความสัมพันธ์ชู้สาว รูบี้ยืนยันด้วยว่า เธอไม่ใช่โสเภณี
ความผิดฐานซื้อประเวณีผู้เยาว์ มีโทษจำคุกระหว่าง 6 เดือนถึง 3 ปี แต่การใช้อำนาจในทางที่ผิดนั้น เป็นข้อหาที่ร้ายแรงกว่ามาก มีโทษจำคุก 4-2 ปี หากนายแบร์ลุสโคนีถูกตัดสินลงโทษจำคุกเกิน 5 ปี จะถูกตัดสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเห็นตรงกันว่า การเอาผิดนายแบร์ลุสโคนี จะต้องใช้หลักฐานที่มีน้ำหนักกว่าที่เห็นรายงานกันตามหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นการดักฟังโทรศัพท์ที่ชี้ว่า รูบี้อยู่กับนายแบร์ลุสโคนีที่คฤหาสน์ของเขานอกเมืองมิลาน และปากคำของคนจำนวนมากที่อยู่ในงานปาร์ตี้
ส่วนในข้อหาลุแก่อำนาจนั้น อัยการจะต้องพิสูจน์ว่า การใช้อิทธิพลช่วยเหลือรูบี้ มีการขู่เข็ญบางอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นไปได้มากว่าคนที่เกี่ยวข้องในข้อหานี้ จะให้การไปคนละทาง และหลักฐานที่เป็นวัตถุพยานอย่างคลิปวิดีโอ จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏ
ผลสำรวจล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร ชี้ว่าคะแนนนิยมของนายแบร์ลุสโคนี ตกต่ำเหลือร้อยละ 33 เท่านั้น จากที่เคยมีคะแนนนิยมร้อยละ 50 เมื่อพฤษภาคมปีที่แล้ว และลดลงเรื่อยมานับจากกรณีอื้อฉาวเป็นข่าวครึกโครม แต่ผู้จัดทำโพลล์ล่าสุดนี้ชี้ว่า คะแนนนิยมถดถอยมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน รวมถึงความล้มเหลวที่อิตาลีไม่อาจทำให้เพื่อนสมาชิกยุโรป ช่วยสกัดการไหลทะลักของผู้อพยพหลบหนีปัญหาการเมืองจากแอฟริกาเหนือ และพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคสันนิบาตภาคเหนือ ก็เขย่าเก้าอี้ของนายแบร์ลุสโคนีเป็นระยะ
นอกจากรูบี้ ที่ถูกเรียกเป็นพยานโจทก์และจำเลยแล้ว ยังมีคนดังอีกมากมาย รวมถึง จอร์จ คลูนีย์ ที่ถูกเรียกเป็นหนึ่งในพยานจำเลย เนื่องจากรูบี้เคยบอกว่าเธอเห็นดาราฮอลลีวู้ดชื่อดังรายนี้ ในงานปาร์ตี้ครั้งหนึ่งที่แบร์ลุสโคนีจัดขึ้น คลูนีย์บอกว่าเคยพบกับแบร์ลุสโคนีครั้งเดียวเมื่อตอนไปรับความช่วยเหลือแก่ภูมิภาคดาฟูร์ในซูดาน แต่ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับคณะผู้พิพากษาศาล 3 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้หญิง ว่าจะให้เรียกคลูนีย์มาให้การหรือไม่
บรรดาพันธมิตรการเมืองและทนายของนายแบร์ลุสโคนี ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ยังคงพยายามหาทางไม่ให้ศาลมิลาน ที่ผู้นำอิตาลีบอกว่าตั้งหน้าตั้งตาใส่ร้ายป้ายสีทางการเมือง พิจารณาคดีนี้ และต้องการให้โอนคดีไปให้แก่ศาลพิเศษที่เรียกว่า คณะรัฐมนตรีผู้พิพากษา ที่จะตัดสินคดีเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดขณะอยู่ในตำแหน่ง
เมื่อวันอังคาร สภาล่างอิตาลีซึ่งพันธมิตรของนายแบร์ลุสโคนีครองเสียงข้างมาก ได้ผ่านมติร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ตัดสินว่าองค์กรใดควรพิจารณาคดีนายกรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรีผู้พิพากษาต่างจากศาลธรรมดา ที่จำเป็นต้องขออำนาจจากสภาล่างก่อน หากต้องการพิจารณาคดีนายแบร์ลุสโคนี แต่นายกรัฐมนตรีเป็นสมาชิกคนหนึ่งของคณะผู้พิพากษาชุดนี้โดยตำแหน่ง จึงไม่ใช่คำถามว่าสภาล่างที่แบร์ลุสโคนีคุมอยู่ จะไฟเขียวให้มีการพิจารณาคดีนี้หรือไม่
มติของสภาเมื่อวันอังคาร ที่นายดาริโอ ฟรานเชสชินี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านใหญ่สุดในสภาอิตาลี กล่าวว่า เป็นมติอัปยศอย่างแท้จริงในประวัติศาสตร์ของรัฐสภาอิตาลี ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเปิดพิจารณาคดีในวันพุธตามกำหนด ศาลรัฐธรรมนูญอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการวินิจฉัย และศาลมิลานไม่มีข้อผูกมัดทางกฎหมายที่จะต้องระงับการพิจารณาคดีไว้ก่อนระหว่างรอฟังคำวินิจฉัย แต่กระนั้น อาจตัดสินใจระงับได้ เพื่อแสดงความเคารพต่อศาลรัฐธรรมนูญ



