ข่าว

ลุ้นญี่ปุ่นเร่งย้ายลงทุนตะวันออกไทย

ลุ้นญี่ปุ่นเร่งย้ายลงทุนตะวันออกไทย

07 เม.ย. 2554

ศูนย์ลงทุนชลบุรีหวังนักลงทุนญี่ปุ่นตัดสินใจย้ายฐานมาลงทุนในไทยมากขึ้น ชี้ภัยพิบัติในญี่ปุ่นเป็นตัวเร่งสำคัญ จับตาไตรมาส 3 เห็นทุนไหลเข้าไทยแน่ เชื่อภาคตะวันออกมีความพร้อมรองรับ ด้านประธานสภาอุตฯ กรุงเก่าเผยแรงงาน 1,500 คนผวาการชะลอจ้างงาน ผลกระทบโรงงานขา

 นายสันติ ลีละวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 4 (ชลบุรี) สำนักงานส่งเสริมการลงทุนภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นจะส่งผลบวกต่อไทยในเรื่องการย้ายฐานการผลิต ซึ่งคาดว่าในปีนี้ญี่ปุ่นจะเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้นำคณะทำงานจากญี่ปุ่นกว่า 100 บริษัท มาดูงานด้านการผลิตในไทย ดังนั้น น่าจะทำให้ผู้ลงทุนตัดสินใจง่ายขึ้นในการที่จะย้ายฐานการลงทุนเข้ามาในไทยเร็วขึ้น

 สำหรับปัจจัยสำคัญที่จะดึงดูดการลงทุนของภาคตะวันออกคือ ความพร้อมของระบบสาธารณูปโภค ทั้งด้านการขนส่งทางบกและทางน้ำ เห็นได้จากการมีท่าเรือน้ำลึกและยังไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิ ขณะที่การพัฒนาเส้นทางบกก็มีการขยายตัว ทำให้นักลงทุนย่อมมั่นใจที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่แห่งนี้ เห็นได้จากในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา กลุ่มนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นมีการขยายการลงทุนในภาคตะวันออกค่อนข้างมากกว่ากลุ่มนักลงทุนจากประเทศอื่นๆ

  นายทศพล วังศิลาบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้มีหลายบริษัทในนิคมอุตสาหกรรมของพระนครศรีอยุธยา ในสายงานผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ได้หยุดการผลิต มีผลถึงการจ้างงานที่นายจ้างใช้วิธีการให้หยุดงานชั่วคราว โดยมีคนงาน 1,500 คนที่เผชิญกับสภาพการจ้างงานดังกล่าว แต่ทั้งหมดยังคงได้รับเงินเดือน 2 ใน 3 ต่อไป ซึ่งสาเหตุที่มีการหยุดการผลิตชั่วคราวของบริษัทขนาดใหญ่ในครั้งนี้ เป็นเพราะชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นที่สำรองไว้ก่อนหน้านี้หมดลง และยังไม่สามารถนำเข้าจากญี่ปุ่นได้

 "จากการสำรวจของสภาอุตสาหกรรมพระนครศรีอยุธยา พบว่ามีแนวโน้มที่หลายบริษัทที่จะต้องนำเข้าอุปกรณ์ชิ้นส่วนหลัก มีการลดกำลังการผลิตอีก 2-3 แห่ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการปรับลดพนักงานเหมือนกับ 2 ปีที่ผ่านมา" นายทศพล กล่าว