ข่าว

อีกมิติหนึ่งในเรื่องของการจัดการน้ำท่วมในภาคใต้

อีกมิติหนึ่งในเรื่องของการจัดการน้ำท่วมในภาคใต้

07 เม.ย. 2554

ที่พยายามนำเสนอในวันนี้คงไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลไม่รู้ เพียงแต่ว่าสังคมอาจจะไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก เพราะว่าไม่ใช่เรื่องระยะสั้นที่เห็นผลในทันที

ผมกำลังหมายถึงเรื่องของการจัดการน้ำท่วมผ่านการจัดการพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องของการจัดผังเมืองและประเภทการใช้ที่ดินเพื่อการบริหารจัดการน้ำท่วม (land use planning for flood management)

 เรื่องนี้สำคัญอย่างไร? ก็ขอตอบว่า สำคัญมาก แต่ทว่าในบ้านเรากำลังสนใจรายงานข่าวความสูญเสีย และสนใจข่าวการฟื้นฟูในแง่ของการแจกของ และเกณฑ์ว่าแต่ละบ้านจะได้เท่าไหร่

 และถ้ามองในระยะยาว ประเด็นก็อยู่ที่เรื่องของการคำนวณความสูญเสียทางเศรษฐกิจว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะฟื้นตัว หรือจะช่วยเหลือได้อย่างไร ข้าวของอะไรจะแพงบ้าง

 การจัดการพื้นที่ผ่านการบังคับใช้ที่ดินนั้นเป็นเรื่องที่น่าจะมีอยู่ในแผนทุกแผน แต่ไม่เคยมีการพูดกัน เพราะมองว่าเป็นเรื่องในระยะยาว และยาวแบบไม่มีทางมาถึงสักที ด้วยว่าระยะสั้นยังไม่ทันแก้เสร็จ ระยะสั้นของปีต่อไปก็ตามมาอีก

 แถมว่าการจัดการพื้นที่ที่นั้นในระยะสั้นจะกลายเป็นปัญหาความขัดแย้ง ด้วยแต่ละคนย่อมอยากได้ประโยชน์สูงสุด แต่ในระยะยาวกลับจะให้ผลดีกับทุกฝ่ายในนามของความยั่งยืน ยิ่งในตอนนี้เริ่มมีความสนใจอธิบายถึงสาเหตุของน้ำท่วมภาคใต้ที่เกี่ยวโยงกับเรื่องการปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินโดยขาดทิศทางแล้ว เรื่องที่อยากจะเสนอจึงน่าจะส่งผลต่อความเข้าใจของสังคมมากขึ้น

 แม้ว่าเรื่องของน้ำท่วมนั้นเราคงไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่เราคงจะต้องตั้งหลักให้ดีว่าเราจะบริหารจัดการได้อย่างไร

 ในเอกสารขององค์กรอุตุนิยมวิทยาโลกมีข้อเสนอที่น่าสนใจในเรื่องนี้ ที่ชี้ให้เห็นความสำคัญของการนำเอากลไกทางด้านการใช้ที่ดินเข้ามารองรับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำท่วม

 1.ในแง่ของการลดน้ำท่วม อาจจะต้องใช้เขื่อน หรือการเก็บน้ำในรูปแบบต่างๆ การกั้นน้ำ การแบ่งแยกความแรงของน้ำออกไปในที่ต่างๆ และการปรับปรุงทางระบายน้ำ

 2.การลดความอ่อนไหว-สะเทือนที่มีจากความเสียหาย ซึ่งหมายถึงการจะต้องมีการกำหนดกฎระเบียบการใช้พื้นที่ มีการพูดถึงแผนการพัฒนาและการพัฒนาใหม่ในพื้นที่เดิม มีการพูดถึงการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในแง่การออกแบบและตำแหน่งที่ตั้ง มีการออกระเบียบบ้านเรือน และการก่อสร้างใหม่ มีการป้องกันน้ำท่วมในแง่ของวัสดุการก่อสร้างและพื้นที่ รวมทั้งมีระบบเตือนภัยและพยากรณ์ที่ดี

 3.การบรรเทาผลกระทบที่มาจากน้ำท่วม ซึ่งมองในแง่ของการให้ข้อมูลและการศึกษา การป้องกัน-เตรียมการระยะยาวที่มีต่อภัยพิบัติ และการฟื้นฟูพื้นที่ภายหลังภัยพิบัติ รวมทั้งการพูดถึงการประกันน้ำท่วม

 4.การป้องกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ในพื้นที่ที่มีน้ำท่วม ซึ่งจะกระทำได้โดยการจัดวางโซนการใช้ที่ดินและกฎระเบียบต่างๆ

 จนถึงวันนี้เราคงจะพอเห็นแล้วว่าในทางภาคใต้นั้น ฝนตกหนักเป็นเรื่องธรรมชาติ น้ำท่วมนั้นก็เป็นเรื่องธรรมชาติในระดับหนึ่ง แต่ความเร็วช้าของกระแสน้ำนั้นไม่ใช่ธรรมชาติ เพราะว่าสิ่งแวดล้อมนั้นล้วนแล้วแต่ถูกเปลี่ยนโดยน้ำมือมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นไร่นา สวน หรือเมือง ดังนั้นก็จะต้องมาตั้งคำถามกันจริงๆ จังๆ ว่าจะจัดการพื้นที่อย่างไร คนจะอยู่ร่วมกับน้ำได้อย่างไร บนเศรษฐกิจสามขาของภาคใต้ คือ อุตสาหกรรมเกษตรที่เปลี่ยนแปลงพื้นที่ชนบท อุตสาหกรรมการเงินและภาคบริการที่ต้องการพื้นที่ในเมือง และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ทำให้พื้นที่จำนวนหนึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว

 เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ถึงใหญ่มาก แต่ผมแอบคิดว่าพี่น้องภาคใต้นั้นจะกล้ามองเรื่องเรื่องนี้และแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้มากกว่าผังเมืองกรุงเทพฯ อย่างแน่นอน และนี่คือหัวใจของภาคใต้ ไม่ใช่มีแค่เรื่องของเรือประมงเล็กๆ หรือการจัดการลุ่มน้ำแบบอุดมคติที่ชอบออกมาเป็นสารคดีชวนฝัน...ทั้งที่ภาคใต้เป็นเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศครับ