ข่าว

ชี้ทักษิณถูกยึดพาสปอร์ตยังอยู่ตปท.ได้

ชี้ทักษิณถูกยึดพาสปอร์ตยังอยู่ตปท.ได้

15 เม.ย. 2552

อธิบดีอัยการต่างประเทศชี้ทางการไทยเร่งตามตัว "ทักษิณ" เดินทางกลับไทย “สภาองค์กรมุสลิม”เตรียมยื่นหนังสือเจ้าผู้ครองนครดูไบ จี้ไม่ให้ที่อยู่-สนับสนุนการเคลื่อนไหว“ทักษิณ” "ชวรัตน์"หนุนเสื้อน้ำเงินออกมาปกป้องสถาบัน

(15เม.ย.) แหล่งข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า  การยกเลิกหนังสือเดินทางบุคคลทั่วไปของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นหนังสือเดินทางฉบับสุดท้ายที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เหลืออยู่ เท่ากับเป็นการจำกัดช่องทางการเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณ ในต่างประเทศอย่างสิ้นเชิง เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีเอกสารแสดงตนที่ออกโดยทางการไทยอีกต่อไป
 
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีช่องทางการเดินทางในต่างประเทศที่เหลืออยู่คือ อาจมีบางประเทศที่ยอมให้สถานะพลเมืองพิเศษ หรือพลเมืองกิตติมศักดิ์ แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้รับหนังสือเดินทางของประเทศนั้น ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ สามารถใช้เดินทางไปในประเทศที่ให้การยอมรับได้ แต่ทั้งนี้ก็มีเงื่อนอยู่เช่นกันในกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ มีสถานะเป็นนักโทษหนีคดีของประเทศไทย ดังนั้น  พ.ต.ท.ทักษิณ มีสิทธิ์ที่จะถูกปฏิเสธจากประเทศปลายทางที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไป ถ้าประเทศเหล่านั้นตระหนักถึงความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทย

อัยการชี้เป็นวิธีตามตัวทักษิณกลับ

นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขการพิจารณาออกหนังสือ และเพิกถอนหนังสือเดินทาง ที่เป็นนโยบายของกระทรวงการต่างประเทศ โดยผลของการเพิกถอนหนังสือ จะเป็นการจำกัดช่องทางการเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ที่เชื่อว่า น่าจะเป็นความพยายามที่ทางการไทยต้องการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมา

 ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ จะยังเดินทางเข้า–ออก ประเทศใด ได้อีกหรือไม่ หลังจากถูกเพิกถอนหนังสือเดินทาง ก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายและหลักเกณฑ์การอนุญาตเดินทางเข้า–ออก ของประเทศนั้นว่า จะพิจารณาเรื่องของหนังสือเดินทางอย่างไร ซึ่งทั่วไป ในการเดินทางเข้า–ออกหลายประเทศ หนังสือเดินทาง ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณา เช่นเดียวกับที่ประเทศนั้น จะมีการจับกุมตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ในข้อหาเดินทางเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายหรือไม่ เมื่อไม่มีหนังสือเดินทาง แล้วส่งตัวให้ทางการไทย ก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายภายในของประเทศนั้น

 นายศิริศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ผ่านมา ในส่วนของอัยการได้ทำหนังสือทวงถามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้รับผิดชอบตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ตามหมายจับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในการสืบหาที่อยู่ในต่างประเทศของพ.ต.ท.ทักษิณ มาตั้งแต่ ปลายปี 2551 แล้ว แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลเรื่องที่อยู่ที่ชัดเจน แจ้งกลับมาให้ทราบ

 ทั้งนี้ แม้แต่ในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำการส่งสัญญาณวีดีโอลิงค์ มายังเวทีปราศรัยการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ผ่านมา ก็ยังไม่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากทางตำรวจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ใด โดยมีเพียงข้อมูลประเทศที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยเดินทางไปเท่านั้น เช่น ประเทศอังกฤษ จีน ดูไบ ฮ่องกง ซึ่งทางอัยการจะทำหนังสือทวงถามทางตำรวจต่อไป

 อย่างไรก็ดี ในส่วนฮ่องกง ล่าสุดเมื่อเดือน มี.ค. คณะอัยการ ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ และ ผู้แทน สตช. ได้ เดินทางไปเจรจาร่างสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับทางการฮ่องกงแล้ว หลังจากที่ฮ่องกง แสดงท่าทีชัดเจนว่า การขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อมีสนธิสัญญาต่อกัน ไม่ใช้วิธีการประสานความร่วมมือลักษณะต่างตอบแทน โดยการเจรจากับทางการฮ่องกง จะต้องมีเกิดขึ้นอีกรอบสอง หลังจากที่การเจรจารอบแรก มีประเด็นที่สองฝ่ายยังไม่ได้ข้อยุติ เช่น การกำหนดฐานความผิดที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดน และข้อกำหนดเกี่ยวกับข้อยกเว้นการพิจารณาส่งตัวโดยฝ่ายบริหารที่จะต้องมีการกำหนดให้ชัดเจนว่าจะมีเงื่อนไขอย่างไร

 “เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะทำงานได้ประชุมกันแล้ว มีความเห็นว่า ควรทำหนังสือทวงถามความคืบหน้า ไปยัง สตช. ผู้รับผิดชอบตามหมายจับของศาลฎีกาฯโดยตรง โดยขอให้ สตช.สืบหาและแจ้งถิ่นที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในต่างประเทศที่ชัดเจนให้กับคณะทำงานอัยการ เพื่อดำเนินการต่อ และขอให้ สตช.แต่งตั้งบุคคลขึ้นมาเป็นผู้แทนที่ชัดเจน เพื่อประสานงานกับคณะทำงานโดยตรง เพราะที่ผ่านมาเป็นการส่งหนังสือไปยังสำนักงาน ไม่รู้ว่าไปตกอยู่กองไหนซึ่งทำให้เกิดความล่าช้า” อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ กล่าว

 ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกออกหมายจับ กรณีสั่งการให้กลุ่มเสื้อแดงก่อความไม่สงบในกรุงเทพ ช่วงวันที่ 8–14 เม.ย.ที่ผ่านมา นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า คดีนี้ ยังอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวน กำลังสอบสวนรวมรวมพยานหลักฐาน ยังไม่ได้ส่งให้พนักงานอัยการพิจารณา เพื่อมีคำสั่งฟ้อง ซึ่งคดีที่อัยการจะดำเนินการขอผู้ร้ายข้ามแดน อัยการจะต้องพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาก่อน ดังนั้น คดีนี้อัยการจึงยังไม่สามารถดำเนินการได้

 เมื่อถามว่า ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ อาศัยอยู่ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ จะติดตามตัวได้หรือไม่ นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยไม่มีข้อตกลงสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน กับประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ แต่สืบหาถิ่นที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ชัดเจนในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ได้ ก็น่าจะประสานขอความร่วมมือกันโดยใช้วิธีการต่างตอบแทนกันระหว่างรัฐต่อรัฐได้ ซึ่งก็ต้องรอดูว่า ประเทศผู้ถูกร้องขอ จะรับดำเนินการให้หรือไม่อีกที

องค์กรมุสลิม”เตรียมยื่นหนังสือวอนเจ้านคร"ดูไบ"ไม่ให้ที่อยู่“ทักษิณ”

นายสมัย เจริญช่าง ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในพรุ่งนี้(16 เม.ย.)เวลา 13.00 น. ตนในฐานะชาวมุสลิมและองค์กรชาวมุสลิมหลายองค์กร อาทิ สภาองค์กรมุสลิมแห่งประเทศไทย คณะกรรมการกลางอิสลามกรุงเทพฯ สมาคมสื่อสารชาวมุสลิม จะร่วมกันไปยื่นหนังสือถึงเอกอัครราชทูตของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต เพื่อเรียกร้องขอให้ทางสถานทูตของประเทศดังกล่าวส่งเรื่องความเดือดร้อนที่ชาวมุสลิมในกทม.ได้รับผลกระทบจากการกระทำของพ.ต.ท.ทักษิณ และลูกน้องกลุ่มผู้สนับสนุนของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ส่งคนมาทำร้ายชาวมุสลิมตั้งแต่สมัยที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ 

รวมถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่กลุ่มม็อบเสื้อแดงก่อจลาจลในกรุงเทพฯ แล้วมาทำลายทรัพย์สินและทำร้ายชาวบ้านมุสลิมที่ถนนเพชรบุรี ซอย 7 โดยเฉพาะการยิงปืนใส่มัสยิดสัญลักษณ์ของศาสนาอิสลาม ทั้งที่ชาวมุสลิมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อจลาจลครั้งนี้แต่อย่างใด แสดงถึงจุดประสงค์ต้องการก่อกวน ป่วนเมืองเพื่อให้เกิดความขัดแย้ง และความไม่สงบในประเทศไทยของกลุ่มผู้สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ

 “การยื่นหนังสือครั้งนี้จะให้เอกอัครราชทูตของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตได้รับทราบและรายงานความเดือนร้อนของพี่น้องมุสลิมในประเทศไทย ไปยังเจ้าผู้ครองนครแห่งเมืองดูไบ ซึ่งเป็นชาวมุสลิมเช่นกัน เพื่อที่จะให้พระองค์ได้ทราบถึงพฤติกรรมของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่จองเวรต่อชาวมุสลิมไทย และเพื่อไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณได้ใช้เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตเป็นฐานในการเคลื่อนไหวและเป็นที่พำนัก อีกทั้งไม่ให้สนับสนุนกิจการใดๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณอีกต่อไป เพราะการทำลายมัสยิดก็เหมือนการทำร้ายชาวมุสลิมทั่วโลก”นายสมัยกล่าว

"ชวรัตน์"หนุนเสื้อน้ำเงินออกมาปกป้องสถาบัน

ที่ จ.สระบุรี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการที่กลุ่มคนเสื้อน้ำเงินออกมาเคลื่อนไหวขัดขวางกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต้องการล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับคู่เจรจา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่า หากกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินใส่เสื้อ“ปกป้องสถาบัน”ซึ่งเป็นเสื้อในโครงการปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ เพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ ของกระทรวงหมาดไทย ก็ถือเป็นสิ่งชอบธรรม เพราะเราไม่ต้องการผู้ไม่หวังดีมาก่อกวน

 เมื่อถามว่าสนับสนุนให้เสื้อสีน้ำเงินออกมาใช่หรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า เรามีการรณรงค์ทุกจังหวัดให้ประชาชนรู้ว่าหน้าที่ของประชาชนคือการปกป้องสถาบันและความสมานฉันท์ เมื่อถามย้ำว่า เห็นด้วยกับการกระทำของเสื้อน้ำเงินหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า “แน่นอนสิครับ เพราะนั่นเป็นโครงการของพรรคภูมิใจไทยที่สนับสนุนให้มีการปกป้องสถาบัน”

 เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ที่อาจถูกมองว่าเสื้อน้ำเงินเป็นเครื่องมือทางการเมืองและเป็นมวลชนการเมือง หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เราไม่ได้เป็นเครื่องมือการเมือง แต่หากภาครัฐไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แล้วกลุ่มเสื้อน้ำเงินออกมาให้รู้ว่าอย่าทำอะไรที่ผิดทำนองคลองธรรม ต้องรู้ว่าประเทศเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์