
เรียงข่าวร้อยคน (พฤหัสบดีที่ 7 เมษายน 2554)
00 นายหัวไทร เพิ่งกลับมาจากไปตระเวนทำข่าวในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม และนำสิ่งของบริจาคไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อน บอกตามตรงว่าสิ่งที่ไปเจอมามันระทมทุกข์จริงๆ ไปลงเครื่องที่สนามบินสุราษฎร์ธานี กองบิน 7 กว่าจะฟันฝ่าออกมาได้เป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องนั่งรถยีเอ็มซีของทหารออกมา ผ่านเส้นทางถนนตัดใหญ่ ผ่านไปทางในบาง ปรากฏว่าน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร ทั้งรถบรรทุก รถทัวร์ผ่านเส้นทางสายนี้ทั้งนั้น ส่วนรถเล็กไม่ต้องพูดถึงผ่านไปมาไม่ได้
00 ได้เห็นรถทัวร์วิ่งพลาดออกนอกแนวถนน พลิกคว่ำอยู่ข้างทาง เห็นรถบรรทุกสิบล้อลำเลียงสิ่งของไปช่วยพลิกคว่ำอยู่ก็มี เห็นรถที่ไม่ยอมเชื่อฟังเจ้าหน้าที่ ทั้งๆ ที่เป็นรถเล็กพยายามฝ่าสายน้ำออกไป สุดท้ายรถเสีย เห็นรถจำนวนมากจอดนอนรออยู่บนสะพานเพื่อรอเวลาน้ำลด ใครจะคาดคิดครับว่า จากสนามบินสุราษฎร์ธานี ไปในเมืองใช้เวลาในการเดินทาง 4 ชั่วโมงครึ่ง เดินทางต่อไปยังเขตเทศบาลเมืองท่าข้าม ใน อ.พุนพิน ที่เจอปัญหาน้ำท่วมหนักที่สุดอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนในรอบ 100 ปี ขนาดปี 2531 น้ำท่วมหนักในภาคใต้ เขตท่าข้าม ก็ยังไม่ท่วมขนาดนี้ "ทศพล งานไพโรจน์" นายกเทศมนตรี ต้องทำงานหนัก เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน
00 เช้าอีกวันเดินทางต่อไปยัง อ.ปากพนัง ฝั่งตะวันตก เพื่อนำสิ่งของบริจาคไปช่วยเหลือ ปรากฏว่า แม้จะไม่มีฝนตกลงมาแล้ว แต่ชาวบ้านยังจมอยู่ใต้น้ำครับ เพื่อระดับน้ำเริ่มจะทรงตัว ประกอบกับน้ำทะเลหนุนอย่างต่อเนื่อง ได้เห็นภาพและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านแล้ว บอกได้คำเดียวว่า "เป็นทุกข์แทน" ได้ไปเจอ "คุณทร" เจ้าของร้านอาหาร "ตะลุมพุก ซีฟูดส์" ซึ่งอยู่ปากพนังฝั่งตะวันออก ร้านอาหารพังยับเยิน คลื่นเข้าจู่โจมในตอนเช้าวันที่ 24 มีนาคม ประมาณ 30 นาที ทุกอย่างไม่เหลือหรอ
00 ไม่ต้องพูดถึงบริเวณแหลมตะลุมพุก ที่กำนันประยุทธ ร้องขอที่ดินในเขตป่าชายเลน 150 ไร่ จากป่าชายเลนที่มีอยู่ในตำบล เพื่ออพยพชาวบ้านหนีไปอยู่ เพราะถ้าอยู่อย่างนี้ต่อไปอีกไม่นานเกินรอ 2-3 ปี ที่ดินชาวบ้านข้างวัดแหลมตะลุมพุก ก็จะไม่เหลือให้อาศัยหลับนอนเป็นแน่แท้ เพราะคลื่นกัดเซาะกินเข้ามาทุกปี
00 ผ่านไปโน้นครับ ต.แหลม อ.หัวไทร ก็ไปเจอ "เปลื้อง คงตุก" ที่มีอาชีพทำนา และเพาะปลูกพันธุ์ข้าว ส่งให้ศูนย์เพาะพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ธานี ปรากฏว่า ชาวข้าวในทุกบ้านแหลมหลายหมื่นไร่เสียหายเกือบ 100% เฉพาะแปลงเพาะพันธุ์ข้าวก็ 600 กว่าไร่เข้าไปแล้ว นี่ยังไม่นับรวม "พริกขี้หนู" ซึ่งตำบลแหลมเป็นแหล่งปลูกพริกขี้หนูที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ก็รากเน่าตาย 100% แล้วเช่นกัน "สมพงค์ ชูศรี" ที่ปลูกพริกขาย ได้แต่คร่ำครวญร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่ "เสทือน ถาวานุรักษ์" นายก อบต.แหลม ก็ยื่นมือเข้าไปช่วยเต็มที่อยู่...แต่บอกตามตรง...ไม่ทั่วถึงและเพียงพอ
"นายหัวไทร"



