ข่าว

หมูป่าเยอรมันทายาทรังสีมฤตยูจากเชอร์โนบิล

หมูป่าเยอรมันทายาทรังสีมฤตยูจากเชอร์โนบิล

06 เม.ย. 2554

วิกฤติการณ์ใดๆ ที่มีกัมมันตรังสีมาร่วมในสมการวิกฤติ ไม่ว่าจะเป็นการทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมา และ นางาซากิ ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง หรือการที่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์บนเกาะทรีไมล์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล

แห่งอดีตสหภาพโซเวียต และโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ-ไดอิจิ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากพิบัติภัยธรรมชาติและความประมาทของเจ้าหน้าที่ จนทำให้สารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกมาจากโรงไฟฟ้า จะถูกจัดให้เป็นวิกฤติการณ์ร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตรุนแรงและยาวนาน

 ดังเช่นกรณีของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล ที่เตาปฏิกรณ์เกิดระเบิดขึ้นเพราะความเลินเล่อของวิศวกรผู้ควบคุม ส่งผลให้สารกัมมันตรังสีหลากชนิดรั่วไหลออกสู่สิ่งแวดล้อม ทำร้ายสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โดยรอบอย่างรุนแรง และแม้เหตุการระเบิดของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลจะเกิดขึ้นเมื่อปี 2529 หรือ 25 ปีที่แล้ว แต่พิษภัยของสารกัมมันตรังสียังตามมาหลอกหลอนประชาชนและสิ่งมีชีวิตในบริเวณใกล้และไกลจากโรงไฟฟ้าแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง

 สารกัมมันตรังสีสามารถแพร่กระจายไปตามกระแสลมที่พัดพาไป ล่าสุดสถาบันนิเวศวิทยาประยุกต์แห่งเยอรมนี ได้ทำสำรวจสภาพความเป็นอยู่ของประชากรหมูป่าในป่าเยอรมนี ที่อยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลถึง 1,500 กิโลเมตร และต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าประชากรหมูป่าในพื้นที่ดังกล่าวมีสารกัมมันตรังสี ซีเซียม 137 ที่มีต้นกำเนิดในโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลในเนื้อเยื่อสูงกว่าระดับปกติหลายพันเท่า และสูงกว่าระดับสารกัมมันตรังสีที่ปลอดภัยต่อการบริโภคหลายสิบเท่า

 ทั้งยังมีแนวโน้มว่าสารกัมมันตรังสีที่ปนเปื้อนในเนื้อเยื่อของหมูป่าจะไม่สลายตัวไปในระยะเวลาอันใกล้เนื่องจากธรรมชาติของซีเซียม 137 ที่มีครึ่งอายุ (ระยะเวลาเสถียรของธาตุก่อนที่จะสลายตัวหรือเปลี่ยนไปเป็นธาตุอื่น) ประมาณ 30 ปี นายคริสเตียน คิปเปอร์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านกัมมันตภาพรังสีแห่งสถาบันนิเวศวิทยาประยุกต์แห่งเยอรมนี ให้ความเห็นว่าในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีการตรวจพบสารกัมมันตรังสีลดลงบ้าง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าสารกัมมันตรังสีที่พบในเนื้อเยื่อของหมูป่าจะสลายตัวในระยะเวลาอันใกล้

 หากร่างกายสิ่งมีชีวิตได้รับสารซีเซียมที่เข้าไปสะสมในจำนวนมาก ก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ แม้นักวิจัยที่ทำการศึกษากรณีโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลยังไม่พบผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งจากการได้รับสารซีเซียมเข้าไปในร่างกายเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งจะลดลงตามไปด้วย

 สารซีเซียมสามารถฝังตัวอยู่ในดินได้เป็นเวลานาน ประกอบกับธรรมชาติของหมูป่าที่ใช้จมูกคุ้ยเขี่ยหาอาหารตามพื้นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเห็ดชนิดต่างๆ ที่ผุดขึ้นมาจากดินและได้ซึมซับสารซีเซียมเข้าไปในลำต้น ทำให้หมูป่าเป็นสัตว์ที่มีการสะสมสารซีเซียมในร่างกายระดับสูง

 ปัญหาที่ตามมาก็คือนักล่าสัตว์ที่ล่าหมูป่าที่อาศัยอยู่ในป่าเยอรมนีจะต้องนำหมูป่าที่ล่ามาได้เข้าตรวจสอบปริมาณสารกัมมันตรังสีสะสมในเนื้อเยื่อ ซึ่งหากหมูป่าตัวนั้นมีสารกัมมันตรังสีสะสมในร่างกายสูงเกินมาตรฐานจะต้องถูกนำไปกำจัดซาก และรัฐบาลเยอรมันจะชดเชยเงินให้แก่นักล่าสัตว์ผู้นั้น โดย 12 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลได้จ่ายเงินชดเชยให้แก่นักล่าสัตว์แล้วกว่า 6.5 แสนดอลลาร์สหรัฐ (19.5 ล้านบาท)
 
 ทุกปีซากหมูป่านับพันจากป่าทางตอนใต้ของเยอรมนีต้องถูกทำลาย เนื่องจากมีปริมาณสารกัมมันตรังสีเกินระดับ 600 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม สถิติจากสำนักงานป้องกันกัมมันตภาพรังสีแห่งรัฐบาลกลางเยอรมัน ประมาณว่าซากหมูป่า 2% จาก 5 หมื่นตัวที่ถูกล่าในป่าเยอรมนีมีปริมาณสารกัมมันตรังสีเกินกำหนด นอกจากนั้นสำนักงานยังเตือนผู้บริโภคด้วยว่าเห็ดบางชนิดได้สะสมสารซีเซียมเข้าไว้ในต้นสูงกว่าระดับปลอดภัยตามกฎหมายถึง 20 เท่า

 ไม่เพียงเยอรมนีที่ประสบปัญหาจากสารกัมมันตรังสีที่สะสมในร่างกายของสิ่งมีชีวิตในป่า ฝรั่งเศสและออสเตรียที่อยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลมากกว่าเยอรมนี ก็ยังตรวจพบการสะสมสารกัมมันตรังสีในร่างกายสัตว์ป่าและในดินด้วยเช่นกัน

 ทางการเยอรมนี และออสเตรียได้ออกคำแนะนำให้แก่ประชาชนในการบริโภคเนื้อสัตว์ป่าและเห็ด เพื่อความปลอดภัยจากสารกัมมันตรังสี

 ปัญหาที่เกิดขึ้นจากสารกัมมันตรังสีรั่วไหลจากโรงไฟฟ้าและสะสมในสิ่งมีชีวิต และดินในภูมิภาคยุโรป น่าจะเป็นบทเรียนที่รัฐบาลญี่ปุ่นรวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาสารกัมมันตรังสีรั่วไหลจากโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ-ไดอิจิ ปนเปื้อนในพืชผัก ผลไม้ นม รวมทั้งสัตว์น้ำจากทะเลญี่ปุ่น ซึ่งจะกลายเป็นหนังเรื่องยาวที่จะต้องใช้เวลาในการแก้ไขยาวนาน หรืออาจจะนานถึง 100 ปี ดังที่ผู้บริหารสมาคมล่าสัตว์แห่งแคว้นบาวาเรียให้ความเห็นไว้