ข่าว

ฟ้าหญิงเสด็จนบพิตำตรัสในหลวงห่วงมาก

ฟ้าหญิงเสด็จนบพิตำตรัสในหลวงห่วงมาก

05 เม.ย. 2554

ฟ้าหญิงเสด็จไปทรงเยี่ยมพื้นที่อุทกภัยนครศรีฯ พสกนิกรนบพิตำเข้าเฝ้าใกล้ชิด มีรับสั่ง"ในหลวง-พระราชินีทรงเป็นห่วงมาก" พบหมู่บ้านกลางหุบเขาพังราบต้องเดินเท้าออกมารับถุงยังชีพ แดดแรงฟ้าเปิดลุ่มน้ำปากพนังเน่า

เมื่อเวลา 09.00น. วันที่ 5 เมษายน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปยังโรงเรียนนบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรผู้ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม โดยมีพสกนิกรรอรับเสด็จจำนวนมาก พร้อมกันนี้ยังพระราชทานหน่วยแพทย์ พอ.สว. เข้ารักษาอาการเจ็บป่วยของประชาชน และพระราชทานถุงยังชีพแก่ประชาชนจำนวน 500 ชุด

 ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระราชทานพระวโรกาสให้พสกนิกรผู้ประสบภัยพิบัติ โดยเฉพาะเด็กๆ เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด และพระราชทานของเด็กเล่นแก่เด็กที่ศูนย์อพยพโรงเรียนนบพิตำ ก่อนที่จะมีพระปฏิสันถารกับประชาชนในศูนย์อพยพถึงความเป็นอยู่ความเดือดร้อนอย่างไม่ถือพระองค์ พร้อมทั้งพระราชทานกำลังใจแก่ประชาชนท่ามกลางความปลื้มปีติอย่างล้นพ้น

 นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงห่วงใยพสกนิกรอย่างมาก มีพระดำรัสว่า เมื่อปี 2531 นครศรีธรรมราช เกิดภัยแบบนี้มาแล้ว ครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมประชาชน มาวันนี้เป็นความห่วงใยอย่างมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีทรงให้มาดูแลเยี่ยมให้กำลังใจขอให้มีกำลังกายที่เข้มแข็ง กำลังใจที่แกร่งให้มาก

 นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ยังพระราชทานหน่วยแพทย์ พอ.สว. ดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยของประชาชน ซึ่งได้คัดกรองตามอาการเจ็บป่วย พิการ มอบให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) รับไปดูแลตามขั้นตอน และถ้าเกินกำลังจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสงขลานครรินทร์ (มอ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

เสด็จโรงพยาบาลสวนสราญรมย์สุราษฎร์

 ต่อมาเวลา 13.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี  เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังสนามโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี    เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ศูนย์อพยพโรงพยาบาลสวนสราญรมย์  โดยมีนายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผวจ.สุราษฎร์ธานี ,นายมนตรี เพชรขุ้ม นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี , นายทศพล งานไพโรจน์ นายกเทศมนตรีเมืองท่าข้าม และข้าราชการระดับผู้ใหญ่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเฝ้ารับเสด็จ

 ในโอกาสนี้  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี  มอบถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 500 ชุดมอบ ของเล่นให้กับลูกหลานผู้ประสบภัยและตรัสถามความเป็นอยู่ เยี่ยมอาการเจ็บป่วยของผู้ป่วย จากนั้นตรัสกับพสกนิกรที่มาเฝ้ารับเสด็จว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงห่วงใยพสกนิกรที่ประสบภัยใน จ.สุราษฎร์ธานีและภาคใต้  รับสั่งให้ข้าพเจ้ามาดูแล ข้าพเจ้ามาครั้งนี้มาด้วยความรัก ความห่วงใยประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม แม้สุขภาพจะไม่แข็งแรง แต่มาด้วยความเป็นห่วง มาดูแลทุกข์สุขของราษฎร"

ชาวบ้านเดินเท้ามารับถุงยังชีพ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบพบหมู่บ้านที่ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างคือ บ้านเหนือคลอง หมู่ 3 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ ถูกน้ำป่าซัดและดินถล่มลงมาจากภูเขาถ้ำหงส์พัดพาดินโคลนและต้นไม้ขนาดใหญ่มาทับบ้านเรือนประชาชนจำนวน 8 หลัง พร้อมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ หายไปอย่างสิ้นเชิง ถนนและสะพานทางเข้าหมู่บ้านเสียหายทั้งหมด ชาวบ้านต้องใช้วิธีเดินเท้ามารับถุงยังชีพเท่านั้น เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถเข้าไปได้

 อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวล้อมรอบด้วยภูเขาทุกด้าน มีชาวบ้านอาศัยอยู่ประมาณ 30 ครัวเรือน หลังจากที่เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มเมื่อหลายวันก่อนทำให้สภาพภายในหมู่บ้านพังเสียหายยับเยิน โชคดีที่ไม่มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากชาวบ้านในหมู่บ้านทราบว่า พื้นที่ตั้งหมู่บ้านเป็นพื้นที่เสี่ยงเพราะตั้งอยู่ภายในหุบเขา เมื่อฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันจึงอพยพมาอยู่บ้านญาติซึ่งเป็นที่ปลอดภัยทำให้รอดชีวิตมาได้ และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายจึงกลับเข้าไปพบว่าบ้านเรือนพังเสียหายยับเยิน

ลุ่มน้ำปากพนังเริ่มเน่า

 สถานการณ์โดยทั่วไปที่ จ.นครศรีธรรมราช มีฝนตกปริมาณน้อย ท้องฟ้าเปิด แดดจัด ระดับน้ำในพื้นที่เกษตรบ้านเรือนราษฎรลดลงเกือบเข้าสู่ภาวะปกติในหลายพื้นที่ ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ใกล้ทางน้ำ และทางน้ำที่เกิดจากดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ยังมีน้ำท่วมในพื้นที่ราบลุ่มต่ำและพื้นที่รับน้ำ พื้นที่อำเภอในลุ่มน้ำปากพนัง ที่ยังมีน้ำท่วมระดับน้ำทรงตัวและลดลง คือ อ.หัวไทร อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ปากพนัง อ.เชียรใหญ่ อ.จุฬาภรณ์ อ.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งสง และ อ.บางขัน พื้นที่อำเภอที่ระดับน้ำลดลงคงเหลือน้ำในพื้นที่ลุ่มบางหมู่บ้านและในพื้นที่ใกล้ลำน้ำธรรมชาติ คือ อ.ลานสกา อ.พิปูน อ.พระพรหม อ.เมืองนครศรีธรรมราช อ.นบพิตำ อ.พรหมคีรี อ.ท่าศาลา อ.สิชล อ.ขนอม อ.ช้างกลาง อ.นาบอน อ.ร่อนพิบูลย์ อ.ฉวาง อ.ชะอวด และอ.ถ้ำพรรณรา

 อย่างไรก็ตาม เฉพาะในพื้นที่ลุ่มปากพนังได้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังที่ยังไม่ลดลง ส่งผลให้พืชต่างๆ เน่าส่งกลิ่นและมีแมลงรำคาญจำนวนมากออกอาละวาด รวมทั้งการท่วมขังดังกล่าวทำให้วัวควายไม่มีอาหารกิน อาหารสำรองจากการช่วยเหลือไม่สามารถเข้าไปถึงได้ ทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมาอย่างต่อเนื่อง มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 2,300 ล้านบาท

รมต.แห่ลงพื้นที่

 ส่วนการติดตามการช่วยเหลือในพื้นที่ พบว่ารัฐมนตรีเดินทางมายังพื้นที่ประสบภัยมากที่สุด เช่น นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นรายแรก นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง และ อ.สิชล

 มีรายงานว่านายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข ลงพื้นที่ อ.นบพิตำ และคณะสุดท้าย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ อ.สิชล และ อ.นบพิตำ ท่ามกลางข้าราชการระดับสูงที่มารอคอยต้อนรับ

สนามบินนครศรีฯเปิด6เม.ย.

 นายนิสิต สมบัติ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช กล่าวว่า กรมการขนส่งทางอากาศ ได้จัดเครื่องบินติดตั้งเครื่องมือทดสอบระบบต่างๆ ที่ซ่อมแซมปรับปรุงในท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช บินตรงมาจากกรุงเทพฯ และทำสอบระบบนำร่อน ระบบไฟนำทางรันเวย์ ไฟพื้นผิวจราจรและระบบไฟฟ้าต่างๆ ทุกระบบให้มีความพร้อมสูงสุด ซึ่งมีการตรวจสอบแล้วหลายเที่ยว ยังไม่พบปัญหา

 "หลังจากนี้จะมีการแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางอากาศ และการท่าอากาศยานเพื่อแจ้งถึงความพร้อม หลังจากนั้นคาดว่าจะสามารถเปิดบริการได้ในราววันที่ 6 เมษายนนี้ หากไม่มีความผิดพลาดหรือความบกพร่องใดๆ เกิดขึ้นทุกอย่างเราต้องตรวจสอบให้แน่ชัดเพื่อความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ในทุกส่วน" นายนิสิต กล่าว

อัดซื้อของช่วยน้ำท่วมน่าสงสัย

 วันเดียวกัน ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครศรีธรรมราช ส.อบจ.นครศรีธรรมราช รวม 16 คน นำโดยนายชนะ วงศ์มุสิก ส.อบจ.นครศรีธรรมราช ได้ยื่นหนังสือขอเปิดสมัยประชุมสภา อบจ.นครศรีธรรมราช สมัยวิสามัญ ต่อ ว่าที่ ร.ต.พีรพันธุ์ สุวรรณโอภาส ประธานสภา อบจ.นครศรีธรรมราช เป็นการเร่งด่วนเพื่อเปิดอภิปรายถึงการช่วยเหลือประชาชนในกรณีภัยพิบัติที่เกิดขึ้น

 นายชนะ กล่าวว่า ส.อบจ.นครศรีธรรมราชทั้ง 16 คน ยื่นญัตติเรื่องการบริหารของนายพิชัย บุณยเกียรติ นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ว่า ไม่มีความเป็นธรรม และมองข้ามการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.อบจ. การดำเนินการใช้งบประมาณในการพัฒนาท้องถิ่นของ อบจ. ในปีงบประมาณ 2553 และ 2554 ซึ่งไม่มีความคืบหน้า รวมทั้งการแก้ปัญหาอุทกภัยที่นายพิชัยประสานงานข้ามสมาชิกในพื้นที่ แต่ประสานไปยังองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ให้แจ้งจำนวนผู้ได้รับความเสียหายเพื่อส่งถุงยังชีพให้ โดยไม่ประสานให้ ส.อบจ. โดยตรง อีกทั้งการจัดซื้อของช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมก็มีข้อสงสัยหลายประเด็น

โอดสิ้นเนื้อประดาตัว-เข้าบ้านไม่ได้

 นายพล จันทร์ชุม นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า เหตุน้ำป่าและดินโคลนถล่มในพื้นที่ พบว่าบ้านเรือน 2,800 ครัวเรือน รวมกว่า 8,000 คน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ที่สำคัญบางหมู่บ้านพังพินาศชนิด 100 เปอร์เซ็นต์ คงต้องใช้เวลาฟื้นฟูอย่างหนัก โดยเฉพาะในรายที่บ้านพังทั้งหลัง ทรัพย์สินถูกน้ำและโคลนกวาดไป ทำให้สิ้นเนื้อประดาตัว จำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยรัฐและผู้เกี่ยวข้องต้องยื่นมือเข้ามาช่วยดูแลเยียวยาทั้งสภาพชีวิตและความรู้สึกของคนกลุ่มนี้อย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ทั้งน้ำประปา ไฟฟ้า ถนนหนทาง ได้รับความเสียหายชนิด 100 เปอร์เซ็นต์

 "ขณะนี้กำลังเร่งสำรวจความเสียหายร่วมกับทหารจากหน่วยต่างๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ระดมลงพื้นที่เพื่อฟื้นฟูบูรณะชุมชนที่ได้รับความสูญเสียจากเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภคที่ต้องฟื้นฟูทั้งระบบ” นายพล กล่าว

 นายก อบต.กรุงชิง กล่าวอีกว่า นอกจากความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงชนิดไม่เคยปรากฏมาก่อนแล้ว ขณะนี้ร่องรอยจากภัยธรรมชาติที่ทิ้งไว้ ทำให้บางหมู่บ้านยังไม่สามารถกลับเข้าไปได้ ทำให้ชาวบ้านที่ได้รับความช่วยเหลือออกมาอยู่ในจุดปลอดภัยก่อนหน้านี้ เริ่มเป็นกังวลว่าสภาพบ้านเรือนที่อยู่อาศัยจะเป็นอย่างไร ทรัพย์สินเสียหายมากน้อยขนาดไหน บางหมู่บ้านที่เราและเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปสำรวจความเสียหายได้เพราะถนนพัง อีกทั้งยังมีร่องรอยดินโคลนจำนวนมากที่เป็นอุปสรรคกีดขวางการเข้าพื้นที่ และต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยในการฝ่าเข้าไปสำรวจความเสียหายของพี่น้องประชาชนได้

ชาวกรุงชิงถูกตัดขาดเพียบ

 พล.ต.เดชา กิ่งวงษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ทหารช่างกว่า 800 นาย ลงพื้นที่ซ่อมแซมถนนหลายสาย และสะพานหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช สะพานขาดกว่า 10 แห่ง ส่วนการอพยพผู้ประสบภัยเน้นช่วยจุดเสียหายหนักก่อน เช่น ต.กรุงชิง ชาวบ้านใน 13 หมู่บ้านโดนตัดขาดจากโลกภายนอก ขณะที่การอพยพด้วยเฮลิคอปเตอร์แบบชีนุกก็ไม่สะดวก จึงมีชาวบ้านติดอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก

รัฐมนตรีเกษตรรุดเยี่ยมผู้ประสบภัยในลุ่มน้ำปากพนัง

 ที่ศาลาประชาคมอำเภอเชียรใหญ่ นครศรีนายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมด้วยนาย ธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมที่ดินเดินทางมาตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยและมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยที่ศาลาประชาคมอำเภอเชียรใหญ่ นครศรีฯโดยรมต.เกษตรได้ระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ได้ส่งผลกระทบด้านการเกษตรในวงกว้างด้านพืชมีเกษตรกรประสบภัย10จังหวัดเกษตรกร181 , 511รายพื้นที่ประสบภัย1 , 090 , 609ไร่แบ่งเป็นข้าว319 , 878ไร่ , พืชไร่56 , 110ไร่พืชสวนและอื่นๆ714 , 621ไร่ด้านปศุสัตว์สัตว์ที่ได้รับผลกระทบ4 , 374 , 418ตัวแบ่งเป็นโค-กระบือ182 , 307ตัวสุกร-แพะ , แกะ666 , 790ตัวสัตว์ปีก3ล525 , 321ตัวแปลงหญ้า5 , 304ไร่ด้านประมงพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์ประสบภัย25 , 333บ่อปลาในกระชัง 3 , 343กระชัง

 นายธีระ กล่าวอีกว่า การช่วยเหลือเกษตรกรจะแบ่งออกเป็น2ส่วนคือคือในเรื่องของเงินจะมีการช่วยเหลือเป็นเงินร้อยละ55 ของต้นทุนเกษตรกร ส่วนเกษตรกรที่เป็นหนี้ธนาคารของรัฐจะมีการพักหนี้ให้3ปีปลอดดอกเบี้ยและจะสามารถกู้ลงทุนได้เพิ่มเติมรายละไม่เกิน1แสนบาทส่วนปัญหาเฉพาะเร่งด่วนตอนนี้ก็ได้มีการจัดส่งเสียบงอาหารสัตว์ลงมาให้ซึ่งทั้งประเทศมี5พันตันภาคใต้มี1 , 200ตันหากไม่พอก็จะขอสนับสนุนมาเพิ่มเติมได้ พื้นที่ใดมีน้ำท่วมขังก็จะระดมเครื่องสูบน้ำสูบออกจุดใหนมีน้ำเสียมีกลิ่นก็จะมีการใส่สารขจัดเรื่องกลิ่นซึ่งจะมีมาตรการรองรับไว้แล้ว

 นายธีระ กล่าวอีกว่า ขั้นตอนการช่วยเหลือเกษตรกรนั้นครั้งนี้จะช่วยเหลือเฉพาะเกษตรกรที่ลงทะเบียนเกษตรกรเท่านั้นส่วนเกษตรกรรายใดไม่ได้ลงทะเบียนเกษตรกรไว้ก็จะไม่ให้การช่วยเหลือและผ่อนผันให้ เพื่อให้เกษตรกรได้วินัยในตัวเองซึ่งเป็นมติครม.เรียบร้อยแล้ว เพราะจะต้องมีการจัดระบบและวินัยที่ถูกต้อง ซึ่งช่วงน้ำท่วมรอบก่อนเราช่วยหมดทั้งเกษตรกรที่ลงทะเบียนและไม่ลงทะเบียนแต่รอบนี้จะให้การช่วยเหลือเฉพาะที่ลงทะเบียนเกษตรกรเท่านั้นเพื่อความเป็นระบบ . โดยงบประมาณที่ขออนุมัติครม.เป็นเงิน 33 , 260ล้านบาทโดยนำงบที่เหลือจากครั้งก่อนมาใช้1 , 600ล้านบาท นายธีระกล่าว.