ข่าว

หอการค้าห่วงน้ำท่วมใหญ่กระทบเศรษฐกิจใต้

หอการค้าห่วงน้ำท่วมใหญ่กระทบเศรษฐกิจใต้

05 เม.ย. 2554

ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง ระบุน้ำท่วมใหญ่ครั้งล่าสุด ทำให้ภาคธุรกิจต่างๆ เสียหายมากกว่าเมื่อปลายปี 2554 นับเท่าตัว โดยเฉพาะการค้าขาย ประมง ท่องเที่ยว และเกษตร

นายสลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง กล่าวว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งล่าสุด ในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดตรัง ได้สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก และถือว่ารุนแรงกว่าเหตุการณ์เมื่อปลายปี 2553 นับเท่าตัว เพราะเกิดขึ้นในช่วงหน้าแล้งที่ไม่มีใครคาดฝันหรือเตรียมตัวมาก่อน และอยู่ห่างจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งก่อนเพียงแค่ 4-5 เดือนเท่านั้น แถมบางแห่งยังเพิ่งจะได้รับการเยียวยาแก้ไขปัญหา ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ส่งกระทบต่อภาพรวมด้านเศรษฐกิจอย่างสูง แต่จะมีมูลค่าความเสียหายมากมายเท่าใดคงขึ้นอยู่กับว่า น้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้เกิดขึ้นกินเวลายาวนานแค่ไหน และหน่วยงานต่างๆ ได้เร่งเข้าไปฟื้นฟูเพียงใด

 นายสลิล กล่าวอีกว่า สำหรับภาคธุรกิจที่เสียหายมากที่สุด จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อเดือนมีนาคม 2554 คงจะเป็นภาคการค้าขาย โดยเฉพาะประเภทอาหารสด ซึ่งมีปัญหาทั้งวัตถุดิบขาดแคลน และมีราคาสูง รวมทั้งยังขายได้ยาก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ประสบภัยธรรมชาติ เช่นเดียวกับภาคการประมง ซึ่งมีปัญหาออกไปจับปลาไม่ได้ ตลอดจนถึงภาคการท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ต้องเลื่อนการเดินทางออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากเส้นทางการคมนาคม ทั้งรถ รถไฟ และเรือ ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ในหลายเส้นทาง ทั้งๆ ที่ปกติในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปี จะตรงกับช่วงไฮซีซั่น หรือช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว

 นายสลิล กล่าวด้วยว่า ส่วนภาคการเกษตร โดยเฉพาะสวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมัน ยังคงเป็นส่วนที่ไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ชัดเจน ซึ่งหากสามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลอันดามันได้อย่างรวดเร็ว พืชผลเหล่านี้ก็คงจะเกิดความเสียหายไม่มากนัก โดยเฉพาะสวนยางพารา ที่ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการปิดกรีด ขณะที่สวนปาล์มน้ำมันในที่ราบลุ่ม ซึ่งเพิ่งจะถูกน้ำท่วมใหญ่ เมื่อปลายปี 2553 หากเจอน้ำท่วมขังนานๆ ก็อาจจะเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงได้ ดังนั้น หอการค้าจึงรู้สึกเป็นห่วงภาพรวมด้านเศรษฐกิจ ทั้งในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดตรัง ในปี 2554 นี้ ว่า จะสามารถเติบโตไปตามความคาดการณ์ได้อีกหรือไม่

 ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง กล่าวต่อไปว่า ขณะที่เงินเยียวยาประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้ อยากจะให้ช่วยเหลือไปยังกลุ่มที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเงินครอบครัวละ 5,000 บาท หรือเงินด้านการเกษตรกร แม้ว่ารัฐบาลคงไม่มีเงินมากมายที่จะช่วยเหลือได้ครบทั้ง 100 % แต่อย่างน้อยก็ควรพิจารณาไปยังกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ และเกิดความเสียหายรุนแรง ส่วนประชาชนรายใดที่แม้จะประสบภัยน้ำท่วม แต่เป็นเพียงแค่น้ำที่ไหลผ่านเนื่องจากตั้งอยู่ในที่ลุ่ม มิได้มีทรัพย์สินหรือมีการเกษตรเสียหาย ก็ควรจะแบ่งสรรเงินช่วยเหลือไปให้กลุ่มที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง เพื่อจะได้มีกำลังใจกำลังกายในการฟื้นฟูวิกฤติ