ข่าว

นอภ.สมเด็จฉุนม็อบปิดถนนกระชากเสื้อ

นอภ.สมเด็จฉุนม็อบปิดถนนกระชากเสื้อ

05 เม.ย. 2554

กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ชุมนุมเรียกร้องรัฐด้วยการปิดถนนสี่แยกไฟแดงสมเด็จ แต่สุดท้ายเกิดเหตุชุลมุน เมื่อนายอำเภอพยายามที่จะขับรถฝ่าด่าน จนเกิดกระทบกระทั่งกับแกนนำผู้ชุมนุม

เหตุปะทะกันระหว่างนายอำเภอสมเด็จกับชาวบ้านกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย( ผรท.)ดังกล่าว เกิดขึ้น เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 5 เม.ย.54 โดยกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (2) 4 ภาค นำโดยนายบุญใส  ก้อนดินจี่ แกนนำกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (2)  4 ภาค ได้นำกลุ่ม ผรท.กาฬสินธุ์  สกลนครและ  นครพนม  กว่า500 คน  ปิดถนนบริเวณสี่แยกอำเภอสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อประท้วงนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง โดยอ้างปัญหาความเดือดร้อนของ ผรท. ซึ่งรัฐบาลไม่สนใจในการจ่ายเงินชดเชยค่าประกอบอาชีพให้กับ ผรท.ที่ตกค้างใน กาฬสินธุ์ สกลนคร ยโสธร นครพนม อุดรธานี หนองบัวลำภู และ มุกดาหาร  หลังทั้งหมดผ่านการพิจารณาคัดกรองไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือแม้แต่รายเดียว

 โดยการปิดถนนส่งผลให้ รถยนต์ที่จะเดินทางไป สกลนคร และมุกดาหาร ไม่สามารถเดินทางได้ แต่ในระหว่างที่กลุ่มผู้ชุมนุมกำลังปิดถนนและแกนนำกำลังกล่าวปราศรัยอยู่นั้นนายรักษ์  ลี้ทรงศักดิ์ นายอำเภอสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งแต่งกายชุดข้าราชการ ได้ขับรถยนต์ประจำตำแหน่งบีบแตรขับฝ่าด่านผู้ชุมนุมเข้ามา พร้อมตะโกนด่า  จนเกิดเหตุกระทบกระทั่กัน เจ้าหน้าที่ อส.   และตำรวจ ได้พยายามแยกตัวนายอำเภอสมเด็จ ออกไป โดยหลังจากเกิดเหตุการณ์แกนนำ ผรท. ได้ประกาศยุติการชุมนุมทันที เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุร้าย แต่การปิดถนนจะเกิดขึ้นอีกในวันที่ 11 เม.ย.นี้

 นายบุญใส ก้อนดินจี่ แกนนำกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย หรือ ผรท.(2) 4 ภาค กล่าวว่า สาเหตุที่มาชุมนุมวันนี้ เนื่องจากผรท.ใน 8 จังหวัดภาคอีสาน ประกอบด้วยจ.กาฬสินธุ์ สกลนคร ยโสธร นครพนม อุดรธานี หนองบัวลำภู และมุกดาหารจำนวนหลายพันคน ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนของระบบราชการไปแล้ว จนเรื่องได้ผ่านความเห็นชอบจากครม.เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2554 ซึ่งต่อมารัฐบาลได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผรท.ไปแล้วหลายจังหวัดในภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคอีสานบางจังหวัด แต่ยังเหลือกลุ่มผรท.ภาคอีสานในอีก 8 จังหวัดที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ และขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะจ่ายหรือไม่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติของรัฐบาล ดังนั้นกลุ่มผรท.ที่เหลือจะเดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรมต่อไป

 ด้านนายรักษ์  ลี้ทรงศักดิ์ นายอำเภอสมเด็จ เปิดเผยว่า ตนยอมรับว่าลงจากรถจริงและเข้าไปกระชากเสื้อของผู้ชุมนุมที่เข้ามาปิดถนนไม่ให้ตนข้ามไป เพราะตนต้องการจะขับรถเข้าไปจอดอีกฝั่งหนึ่งเพื่อจะลงจากมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมแต่ผู้ชุมนุมไม่ยอม ตนเลยลงจากรถเข้าไปกระชากเสื้อของหนึ่งในผู้ชุมนุมเพื่อจะดูหน้า และยอมรับว่ากระชากเสื้อจริงแต่ไม่ได้ชกต่อย

 "ผมถามไปว่าถือดีอย่างไรมาปิดถนน อย่างนี้ และผมแต่งชุดข้าราชการนัดประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านอยู่ แต่ไม่ได้ประชุมเพราะมีการปิดถนน ผมเลยต้องมาเจรจา แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นยืนยันว่าแค่กระชากเสื้อไม่ได้ชกต่อย"นายอำเภอสมเด็จกล่าวและว่า

 เรื่องการเรียกร้องของกลุ่มนี้เป็นเรื่องเก่า เรียกร้องมาตลอด แต่อำนาจตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่อำเภอหรือจังหวัด แต่อยู่ที่ทหาร และกลุ่มนี้ก็เคลื่อนไหวตลอด  เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ สิ่งที่ตนจะทำได้คือต้องเจรจาให้เปิดถนนให้ได้ เพื่อไม่ให้ประชาชนในพื้นทีเดือดร้อน