
รบ.ลิเบียพร้อมเจรจาแต่ยันต้องมีกัดดาฟีเป็นผู้นำ
รัฐบาลลิเบียเสนอพร้อมเจรจากับฝ่ายต่อต้านเรื่องการปฏิรูปเพื่อยุติการสู้รบนองเลือด แต่ยืนยันว่าพันเอก โมอัมมาร์ กัดดาฟี จะยังคงเป็นผู้นำประเทศต่อไป แต่ทั้งฝ่ายต่อต้านในลิเบียและรัฐบาลต่างชาติต่างปฏิเสธข้อเสนอนี้
(5เม.ย.)โฆษกรัฐบาลลิเบีย เปิดเผยเมื่อวานว่า ความต้องการเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองเป็นแบบใดเป็นเรื่องที่สามารถเจรจาต่อรองกันได้ และจะจัดให้มีการเลือกตั้งหรือการลงประชามติก็ได้ แต่จะต้องมีพันเอก โมอัมมาร์ กัดดาฟี เป็นผู้นำในการถ่ายโอนอำนาจสู่ระบบประชาธิปไตยที่โปร่งใส และจะต้องไม่มีการกำหนดเงื่อนไขใดๆจากต่างชาติ พร้อมกันนี้ยังบอกด้วยว่ากัดดาฟีเป็นเหมือนเซฟตี้วาล์ว ที่รับประกันเอกภาพภายในประเทศ
ถ้อยแถลงของโฆษกรัฐบาลมีขึ้นในขณะที่กัดดาฟีได้ส่งนักการทูตไปเจรจากับหลายประเทศในยุโรป รวมถึงกรีซ มอลต้า และอิตาลี เพื่อหาทางออกจากวิกฤติในขณะนี้ท่ามกลางการรายงานข่าวของสื่อสหรัฐว่าลูกชายสองคนของกัดดาฟีได้เสนอแนวทางปฏิรูปที่จะไม่มีบิดาเป็นผู้กุมอำนาจต่อไป
แต่ดูเหมือนว่าความพยายามทางการทูตของลิเบียจะไม่ได้ผล และทางการอิตาลีได้ยืนยันว่า กัดดาฟีและครอบครัวจะต้องพ้นจากอำนาจ นอกจากนี้อิตาลียังเป็นชาติที่สามที่ประกาศให้การยอมรับสภาแห่งชาติลิเบีย ซึ่งกองกำลังฝ่ายต่อต้านจัดตั้งขึ้นเสมือนเป็นรัฐบาลของประชาชนชาวลิเบียโดยชอบธรรม
ขณะที่บรรดาผู้นำสภาแห่งชาติลิเบีย ได้เปิดให้สื่อมวลชนเข้าร่วมฟังการประชุมของพวกเขาเป็นครั้งแรก เพื่อชี้แจงเป้าหมายและคลายความกังวลของชาติตะวันตก โดยยืนยันว่า ต้องการให้มีการถ่ายโอนอำนาจสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างสันติ นอกจากนี้นายมุสตาฟา อับดุล จาลิล ประธานสภา และนายอับเดล ฮาฟิด โกกา รองประธานได้ไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากการสู้รบกับกองกำลังที่ภักดีต่อกัดดาฟี
จนถึงขณะนี้ภารกิจโจมตีทางอากาศของชาติตะวันตก ช่วยเปิดโอกาสให้ฝ่ายกบฏได้เปรียบกองกำลังรัฐบาล แต่กองทัพสหรัฐได้ถอนเครื่องบินรบออกจากภารกิจโจมตีทางอากาศเพื่อบังคับใช้เขตห้ามบินแล้วเมื่อวาน โดยยังเตรียมพร้อมปฏิบัติการหากได้รับการร้องขอจากองค์การนาโตที่เป็นผู้บัญชาการภารกิจ ขณะที่ชาติตะวันตกกำลังพิจารณาว่าจะติดอาวุธให้กับฝ่ายกบฏลิเบียหรือไม่ แต่อังกฤษประกาศว่าจะจัดส่งอุปกรณ์การสื่อสารโทรคมนาคมให้กับฝ่ายกบฏ



