
ชาวรัฐฉานดินไหวยังเดือดร้อนอย่างหนัก
ชาวพม่าจากเหตุแผ่นดินไหวยังได้รับความเดือดร้อนหนัก ไม่มีที่อยู่อาศัย วอนขอให้เปิดให้นานาประเทศพม่าเข้าไปช่วยเหลือ "จายหมอกคำ"รองปธน.พม่ามอบเงินช่วยเหยื่อ ตากซ้อมแผนเผชิญเหตุแผ่นดินไหว
เมื่อวันที่ 5 เมษายน ชาวพม่าในพื้นที่หลายจังหวัดของรัฐฉาน ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว จำทำให้บ้านเรือนเสียหายและทำให้มีผู้เสียชีวิต กับได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ยังคงได้รับความเดือดร้อน จากอาหาร ที่อยู่ ยารักษาโรค และที่วิตกที่สุดคือ ฝนกำลังจะตกลงมาพร้อมกับพายุฤดูร้อน ขณะที่พวกเขาต้องอาศัยอยู่ในเต้นท์ เล็กๆ ที่ทางการจัดไว้ให้เท่านั้น แต่ไม่สามารถป้องกันลม และน้ำฝนได้ นอกจากนี้ ชาวพม่านับ 1,000 คน ยังได้รับความเดือดร้อนเรื่องยารักษาโรค อาหารที่ยังไม่เพียงพอ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐจะไปเยี่ยมในช่วงแรกๆเท่านั้น หลังจากนั้นปล่อยให้ทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไปดู แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไม่สามารถช่วยอะไรได้
นายอ่องโซ ชาวพม่าที่อยู่รัฐฉานแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิต และสูญหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพม่า กว่า 200 คน ขณะที่ทางการพม่าพยายามเสนอข่าวว่า มีผู้เสียชีวิตเพียง 73 คน อย่างไรก็ดี ชาวพม่าตามแนวชายแดนไทย-พม่า ต้องการให้รัฐบาลพม่าเปิดกว้างให้นานาประเทศ และองค์กรต่างๆเข้าไปถึงยังผู้ประสบภัย โดยขอให้เจ้าหน้าที่พม่าอำนวยความสะดวกโดยด่วน
"จายหมอกคำ"รองปธน.พม่ามอบเงินช่วยเหยื่อ
เว็บไซต์Khonkhurtaiรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา นายแพทย์ จายหมอกคำ รองประธานาธิบดีคนที่ 2 ของรัฐบาลทหารชุดใหม่พม่า ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ ได้เดินทางมาจังหวัดท่าขี้เหล็ก ในภาคตะวันออกรัฐฉาน และลงพื้นที่ตรวจสภาพความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมืองท่าเดื่อ เมืองเลน ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 24 มี.ค. โดย นายแพทย์ จายหมอกคำ ทำหน้าที่ตัวแทนรัฐบาลมอบเงินเยียวยาผู้ประสบภัยนับสิบล้านจั๊ต
ชาวบ้านป่าแดง ในกิ่งอำเภอท่าเดื่อ จังหวัดท่าขี้เหล็ก รายหนึ่งเผยว่า หมู่บ้านป่าแดงมีบ้านเรือน 45 หลัง มีพังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว 10 หลัง ได้รับเงินช่วยเหลือจากนายแพทย์ จายหมอกคำ หลังละ 2 แสนจั๊ต (ราว 7,000 พันบาท) ส่วนบ้านที่เสียบางส่วนได้รับเงินช่วยเหลือหลังละ 1 แสนจั๊ต (ราว 3,500 บาท) ในกิ่งอำเภอท่าเดื่อ มีบ้านเรือนเสียหายและได้รับเงินช่วยเหลือรวมกว่า 400 หลัง
จากเหตุแผ่นดินไหว ในพื้นที่กิ่งอำเภอท่าเดื่อได้รับความเสียหายมากที่สุด หมู่บ้านได้รับความเสียหายอย่างหนักได้แก่ บ้านท่าเดื่อ, เมืองเลน, บ้านจากูหนี่, บ้านหลวง, บ้านหมากตาน, บ้านหมากเขือ, บ้านล้านตอง, บ้านโต้ง, บ้านหัวนา, บ้านหมากอ๋างขาง, บ้านนายาว, บ้านป่าแดง, บ้านนาไฮ, บ้านกองแก
ด้านหนังสือพิมพ์นิวไลท์ออฟเมียนมาร์ สื่อกระบอกเสียงรัฐบาลทหารพม่ารายงานว่า นายแพทย์จายหมอกคำ ในนามประธานาธิบดีคนที่ 2 และในนามตัวแทนรัฐบาลได้มอบเงินช่วยเหลือเหยื่อผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในกิ่งอำเภอท่าเดื่อจำนวน 10.7 ล้านจั๊ต สำหรับความช่วยเหลือบ้านที่ได้รับความเสียหาย 214 หลัง และ 7.5 ล้านจั๊ต สำหรับความเสียหายของบ้านเรือน 150 หลัง ในตำบลนายาว นอกจากนี้เขาได้มอบเงินสำหรับบูรณะซ่อมแซมวัดในกิ่งอำเภอท่าเดื่อ 30 ล้านจั๊ต และอีก 30 ล้านจั๊ต สำรับซ่อมแซมโรงพยาบาล
สำหรับนายแพทย์ จายหมอกคำ อายุ 61 ปี เป็นชาวไทใหญ่ มีภูมิลำเนาอยู่เมืองหมู่แจ้ รัฐฉานภาคเหนือ จบการศึกษาด้านแพทย์ศาสตร์ จากเมืองมัณฑะเลย์ ระหว่างปีค.ศ.1978–1996 รับราชการและเป็นประธานชมรมการศึกษาและวัฒนธรรมไทใหญ่ เมืองล่าเสี้ยว จายหมอกคำ เป็นเจ้าของโรงพยาบาลอยู่หลีข้า เมืองล่าเสี้ยว รัฐฉานภาคเหนือ
ก่อนการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 20 ปี เมื่อ 7 พ.ย. 53 จายหมอกคำ ถูกทาบทามจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทหารพม่าให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรค USDP กระทั่งได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานาธิบดีคนที่ 2 จายหมอกคำ ถือเป็นผู้กว้างขวางในในสังคมไทใหญ่ โดยมีความสนิทสนมทั้งผู้นำการเมืองและกลุ่มติดอาวุธ กับการที่ทางการพม่าให้ความสำคัญแก่เขานี้ หลายฝ่ายเชื่อว่า อาจเป็นเพราะรัฐบาลทหารพม่าหวังให้เขาช่วยไกล่เกลี่ยกลุ่มชาติพันธุ์หันหน้าร่วมมือรัฐบาล
มหาจุฬาฯเชียงใหม่วัดสวนดอกเปิดรับบริจาค
พระเทพโกศล ประธานมูลนิธิการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ วัดศรีโสดา กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดแผ่นดินไหวในเชียงตุง รัฐฉานตะวันออก ด้วยตระหนักถึงสภาพการณ์ดังกล่าวและร่วมบรรเทาทุกข์แก่พี่น้องเชียงตุง คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) วิทยาเขตเชียงใหม่ วัดสวนดอก มูลนิธิการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง จึงได้จัดโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเชียงตุงขึ้น โดยบอกบุญผ่านสื่อต่าง ๆ และได้ตั้งศูนย์รับบริจาคตามวัดต่าง ๆ คือ มจร วิทยาเขตเชียงใหม่ วัดสวนดอก วัดกู่เต่า วัดท่ากระดาษ วัดมณเทียร วัดชัยมงคล อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดโสภณาราม อำเภอแม่ริม วัดสันป่ายางหลวง จังหวัดลำพูน ทางองค์กรร่วมจัดกำหนดเดินทางไปมอบสิ่งของผ่านคณะสงฆ์เชียงตุงในวันที่ 8 เมษายน
เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวด้วยว่า ในเวลาที่ทุกข์ยากเช่นนี้ ควรที่เราทั้งหลายจะช่วยเหลือพี่น้องเชียงตุงให้คลายโศกเศร้า โดยร่วมทำบุญได้ที่มูลนิธิการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ วัดสวนดอก วัดกู่เต้า วัดท่ากระดาษ วัดมณเทียร วัดชัยมงคล อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดโสภณาราม อำเภอแม่ริม วัดสันป่ายางหลวง จังหวัดลำพูน โดยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 087657 2412,0846091463 หรือเว็บไต์ www.mkmcu.org มูลนิธิการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
ตากซ้อมแผนเผชิญเหตุแผ่นดินไหว
ที่บริเวณม่อนหินเหล็กไฟ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก โรงพยาบาลแม่สอด ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด ตำรวจตระเวนชายแดนกองร้อยตชด.ที่ 346 อ.แม่สอด อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ( อป.พร. ) หน่วยกู้ภัย ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ต่างช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจาก เหตุการณ์จำลองขึ้นมา โดยเกิดเหตุการณ์แผ่นไหว และมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศพม่า ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนการเคลื่อนตัวของพื้นดินบริเวณม่อนหินเหล็กไฟ ทำให้รถยนต์ที่วิ่งไปมาบนถนนสายอ.แม่สอด - อ.อุ้มผาง ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไปยังแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกทีลอซู อ.อุ้มผาง เกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักชนกันหลายคัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นนักท่องเที่ยว 18 คน เสียชีวิต 4 คน ส่งผลให้การจราจรติดขัด ศูนย์บริการแพทย์ฉุกเฉิน ( EMS ) ได้ประสานงานกับทุกฝ่ายในการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลแม่สอด ซึ่งมีรถยนต์กู้ภัยต่างๆ และเฮลิคอปเตอร์ในการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ หากภาคพื้นดินขัดข้อง
นายแพทย์รณไตร เรืองวีรยุทธ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สอด กล่าวว่า การจัดซ้อมแผนดังกล่าว เนื่องจากทางโรงพยาบาลแม่สอด โดยศูนย์บริการแพทย์ฉุกเฉิน ( EMS ) ได้จัดให้มีการดำเนินการฝึกซ้อมแผนป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุบัติภัยจากการจราจรทางถนน ประจำปี พ.ศ. 2554 ทั้งเพื่อเป็นการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประกอบกับพื้นที่ จ.ตากเป็นพื้นที่อยู่ในรอยเลื่อนเมย ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่มีพลัง อาจจะเกิดแผ่นดินไหวได้ จึงจำลองสถานการณ์ในการซักซ้องแผนขึ้นมา ซึ่งจะสามารถนำประสบการณ์จากการซ้อมแผนเผชิญเหตุครั้งนี้ไปใช้แก้ปัญหาต่างๆในกรณีเกิดอุบัติภัยขึ้นมาได้



