
ฉลองความสำเร็จข้อตกลงกรุงเทพฯ
จากผลสำเร็จเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2553 ที่สมาชิกสหประชาชาตในทุกภูมิภาคเห็นพ้องและให้การสนับสนุน โครงการ enchancing Lives of Female Inmates (ELFI) หรือโครงการจัดทำข้อเสนอประเทศไทยเพื่อผลักดันให้เป็นข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมา
ในการนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทรงเป็นประธาน พร้อมมีพระดำรัสความตอนหนึ่งว่า ผู้ต้องขังหญิงเป็นประชากรกลุ่มน้อย และถูกละเลยมาเป็นเวลาช้านานแล้ว จึงทำให้คนเหล่านี้มักจะถูกมองข้ามและไม่ได้รับในสิ่งที่ควรจะได้รับ ทั้งในด้านความเป็นอยู่ สุขภาพอนามัย การดูแลบุตร การศึกษา การฝึกวิชาชีพ การติดต่อเยี่ยมจากญาติ โครงเอลฟี่ (ELFI) จึงเกิดขึ้นเพื่อต้องการให้ประชาคมโลกตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนและการสนองตอบความต้องการที่มีลักษณะเฉพาะของผู้ต้องขังหญิง
"ข้าพเจ้าตระหนักดีว่าโครงการนี้เป็นเรื่องที่ยากและท้าทาย แต่ด้วยความสามารถ ความร่วมมือร่วมใจ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของผู้เกี่ยวข้อง ก็สามารถทำเรื่องยากให้สำเร็จลงได้ในเวลาอันรวดเร็ว การทำให้ข้อกำหนดกรุงเทพฯ เป็นเพียงก้าวแรกของการสร้างมาตรฐานโลกในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงเท่านั้น ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมาที่จะมาช่วยเพิ่มศักยภาพให้ข้อกำหนดนี้ส่งผลดีในทางปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของบรรดาผู้ต้องหญิงของไทยและของโลก และเราควรจะต้องให้ความสำคัญกับการนปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างจริง เพื่อสร้างสรรค์ให้เป็นกระบวนการยุติธรรมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน"
ซึ่งภายในการฉลองครั้งนี้ได้บุคคลจากหลายฝ่ายเกี่ยวข้องเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เกรี่ย์ ลีวิส ผู้แทน UNODC ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกและแปซิฟิค กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม วิทยา สุริยะวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม เป็นต้น
สำหรับโครงการเอลฟี่ เป็นโครงการในพระดำริของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ซึ่งสนพระทัยในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ต้องขังที่ขาดโอกาสในกระบวนการยุติธรรม โดยจะเป็นการมุ่งเน้นให้นานาชาติได้ตระหนักถึงปัญหาของผู้ต้องขังหญิงในระบบราชทัณฑ์และร่วมมือกันพัฒนามาตรฐาน การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ซึ่งวัตถุประสงค์ของโครงการไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์ หากแต่จะส่งผลให้การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำของนานาประเทศได้มีการพัฒนาและยกระดับให้เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบันด้วย



