ข่าว

"ก.พ.ค."ลั่นมีสิทธิ์วินิจฉัยกรณี"วงศ์ศักดิ์"

"ก.พ.ค."ลั่นมีสิทธิ์วินิจฉัยกรณี"วงศ์ศักดิ์"

05 เม.ย. 2554

"ก.พ.ค."ยันมีหน้าที่คุ้มครองข้าราชการ ลั่นมีสิทธิ์วินิจฉัยกรณี"วงศ์ศักดิ์"

 (5 เม.ย.)เมื่อเวลา 13.00 น. นายศราวุธ เมนะเศวต ประธานคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม(ก.พ.ค.) แถลงที่สำนักงานกพ. ถนนพิษณุโลกว่า วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการก.พ.ค.วาระปกติ และจากกรณีตามข่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีความเกี่ยวข้องพาดพิงก.พ.ค.ในเรื่องการโยกย้ายนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิพาณิชย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย โดยคณะกรรมการฯช่วยกันพิจารณา เพราะยังมีผู้ที่ไม่เข้าใจอำนาจหน้าที่ของก.พ.ค.

 ซึ่งยืนยันว่าก.พ.ค.มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการพิจารณาวินิจฉัย เรื่องอุทธรณ์ เรื่องร้องทุกข์ ที่ข้าราชการพลเรือนไม่ได้ความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชา มีความคับข้องใจที่เกิดจาการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชา ส่วนความคับข้องใจไม่ได้หมายความว่าจะต้องปฏิบัติโดยไม่ชอบโดยกฎหมายเท่านั้น เพราะการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชาแม้ว่าจะชอบด้วยกฎหมาย ถูกขั้นตอน ระเบียบวิธีการ แต่กระบวนการที่ออกคำสั่งต่างๆเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบ ผู้นั้นก็สามารถร้องเรียนมาที่ก.พ.ค.ที่มีอำนาจวินิจฉัยได้

 “ ผลของคำวินิจฉัยให้ยกเลิกคำสั่ง ไม่ได้หมายความว่าคำสั่งนั้นจะถูกยกเลิกโดยปริยายตามประกาศที่ก.พ.ค.วินิจฉัย ซึ่งก.พ.ค.จะเขียนว่า “ให้ยกเลิก” โดยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องคือปลัดกระทรวงที่เสนอชื่อนายวงศ์ศักดิ์ให้ย้ายไป ต้องดำเนินการยกเลิกประกาศคำสั่งต่างๆ อันนี้จึงเป็นกระบวนการที่ต่างจากศาลซึ่งใช้คำว่า “เพิกถอน” ที่จะมีผลทันที อย่างไรก็ตามยืนยันว่าก.พ.ค.ไม่ได้ก้าวล่วงคำวินิจฉัยของครม. เพราะก.พ.ค.วินิจฉัยเพียงว่าการเสนอย้ายนายวงศ์ศักดิ์ไม่ชอบด้วยคุณธรรมอย่างไร”นายศราวุธ กล่าว

 ส่วนที่มีการวิจารณ์ก.พ.ค.ว่าสองมาตรฐาน ประธานก.พ.ค. กล่าวว่า กรณีของนายพีรพล ไตรทศาวิทย์ และนายสุกิจ เจริญรัตนกุล ที่มาข่าวว่าก.พ.ค.ไม่รับเรื่อง ยืนยันว่าก.พ.ค.ได้รับเรื่องและพิจารณาหาข้อเท็จจริงแล้ว แต่เรื่องของทั้ง 2 คน ยังไม่มีข้อเท็จจริงเพียงพอว่าผู้มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบ จึงยกคำร้อง ดังนั้นจึงต่างจากกรณีของนายวงศ์ศักดิ์ที่ก.พ.ค.เห็นข้อเท็จจริงว่ามี เหตุที่ไปย้ายเขาด้วยเรื่องการดำเนินการเรื่องคอมพิวเตอร์และสมาร์ทการ์ด ถือว่ามีเหตุชัดเจนในการย้ายนายวงศ์ศักดิ์ อย่างไรก็ตามก.พ.ค.ไม่ได้ดูว่ามีการทุจริตเรื่องสมาร์ทการ์ดหรือคอมพิวเตอร์หรือไม่

 เพราะไม่มีอำนาจ และก.พ.ค.ก็ไม่จำเป็นต้องรอผลของเรื่องคอมพิวเตอร์และสมาร์ทการ์ดว่าเป็นอย่างไรด้วย รวมทั้งก.พ.ค.ได้รับหนังสือจากนายมงคลที่ขอให้ทบทวนคำวินิจฉัย โดยมีมติที่ประชุมก.พ.ค.ไม่รับพิจารณา เพราะคำวินิจฉัยของก.พ.ค.ถึงที่สุดแล้ว เมื่อนายมงคลคิดว่าได้รับผลกระทบจึงดำเนินการต่อที่ศาลปกครองได้และทราบว่านายมงคลดำเนินการแล้ว

 “ เรื่องนี้ไม่ว่าจะมีการไปฟ้องศาลปกครองนั้น ก็เป็นคนละเรื่องกับการที่จะต้องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามคำวินิจฉัย คนละส่วนกัน ไม่มีกฎหมายตรงไหนบอกว่าต้องรอคำวินิจฉัยของศาลปกครอง เมื่อก.พ.ค.วินิจฉัยไปอย่างไร และกฎหมายเขียนให้ผู้บังคับบัญชาทำตามคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.”นายศราวุธ กล่าว

 สำหรับ การที่ครม. มีมติมอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปศึกษาขอบเขตการทำหน้าที่ของ ก.พ.ค. เป็นการขีดกรอบการทำหน้าที่ของ ก.พ.ค.หรือไม่นั้น นายศราวุธ กล่าวว่า ขีดไม่ได้เพราะ ก.พ.ค. ดำเนินการตามกฎหมายทุกอย่าง ถ้านอกกฎหมาย ก.พ.ค.ก็คงไม่กล้าก้าวล่วงลงไปวินิจฉัย

 ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าก.พ.ค.มีอำนาจมากเกินไปเป็นอุปสรรคต่อการโยกย้าย นายศราวุธ กล่าวยืนยันว่าไม่เป็นอย่างนั้น เพราะ ก.พ.ค.มีหน้าที่ดูแลข้าราชพลเรือนสามัญ คุ้มครองระบบคุณธรรม ไม่ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งหน้าที่ใช้อำนาจไปโดยไม่ชอบอย่างไร้คุณธรรม ซึ่ง ก.พ.ค.จะต้องเป็นที่พึ่งให้แก่ข้าราชการพลเรือนสามัญให้ได้

 เมื่อถามว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องกระทรวงมหาดไทยไม่ทำตามมติก.พ.ค.หรือไม่ นายศราวุธ กล่าวว่า มีการพูดกัน แต่ไม่ได้ติดใจอะไร เมื่อคำวินิจฉัย ก.พ.ค.ให้ไปยกเลิกคำสั่งและให้ดำเนินการใหม่ ต้องใช้เวลา ตรงนี้ไม่ได้พูดอะไรกันมาก ต้องให้เวลาพอสมควร เพราะกระบวนการหากยกเลิกไปและดำเนินการใหม่ ก็มีกระบวนการตามกฎหมาย ก.พ.ค.จึงไม่ระบุวันลงไปว่าจะต้องทำให้เสร็จภายในกี่วัน หากไปบังคับและทำไม่ทัน ตัดขัดในข้อกฎหมายก็จะเป็นปัญหา  

 “ อย่าลืมว่า ก.พ.ค.ไม่ใช่ศาล จะไปบอกว่าอันนั้นมิชอบ ยกเลิก ซึ่งไม่ใช่ เพราะเราไม่ได้มีคำวินิจฉัยอย่างนั้น ส่วนที่ว่าหากศาลปกครองมีคำตัดสินมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนายมงคล สุระสัจจะ นั้น ก.พ.ก็ไม่ต้องทำ เพราะในส่วน ก.พ.ค.ถือว่าจบ รวมทั้งจะไม่ขัดกับมติของ ก.พ.ค.ที่วินิจฉัยออกมาด้วย ”ประธาน ก.พ.ค. กล่าว