
"นครศรีฯ-สุราษฎร์ฯ-ตรัง-ชุมพร"ยังเสี่ยง
ศชอ. เตือน "นครศรีฯ-สุราษฎร์ฯ-ตรัง-ชุมพร" ยังเสี่ยงดินถล่ม อย่าเพิ่งกลับเข้าบ้าน พุนพิน ยังอ่วม คาด 1-2 น้ำเริ่มลด ยอดคนตาย 47 ราย อึ้ง! รัฐ โดนเบี้ยวเงินบริจาค โดยผู้ประสงค์ออกนาม แต่ไม่ประสงค์ออกตังค์ เพียบ จากยอดแจ้ง 110 ล้านแต่จ่ายจริงแค่ 27 ล้า
(5เม.ย.) นายวิทเยนทร์ มุตามระ รองผ.อ.ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) แถลงหลังการประชุม ว่า แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงในทุกพื้นที่แล้ว แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดดินโคลนถล่มเนื่องจากดินบนภูเขายังอุ้มน้ำในปริมาณที่สูง จึงขอเตือนประชาชนที่อยู่บริเวณที่ลาดเชิงเขา ในจ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร ตรัง ที่อพยพออกมาอย่าเพิ่งกลับเข้าพื้นที่ ขณะที่บางอำเภอยังอยู่ในภาวะน้ำล้นตลิ่ง อาทิ จ.สุราษฎร์ธานี อ.พระแสง อ.เคียนซา อ.พุนพิน จ.นครศรีธรรมราช อ.ชะอวด และจ.ตรัง อ.ปากหมาก แต่คาดว่าใน 1-2 วันระดับน้ำจะต่ำกว่าตลิ่ง
รองผ.อ.ศชอ. กล่าวว่า สำหรับการประปาส่วนภูมิภาค ยังไม่สามารถผลิตน้ำประปาได้เต็มกำลัง โดยกรมทรัพยากรน้ำได้เข้าไปติดตั้งจุดจ่ายน้ำบริการประชาชน ตลอด 24 ชม.ที่วัดประดู่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ขณะที่ถนนทุกสายสามารถให้รถเล็กผ่านได้ เว้นจุดที่สะพานขาดชำรุด ได้ทำสะพานชั่วคราวหรือจัดหาเส้นทางเลี่ยงได้ทั่วแล้ว ส่วนสนามบินนครธรรมราชพร้อมเปิดให้บริการตามปกติในช่วงบ่ายวันนี้( 5 เม.ย.) ด้านรถไฟยังเปิดให้บริการถึงอ.ไชยา เท่านั้น เนื่องจากเส้นทางตั้งแต่อ.ไชยา ถึงจ.นครศรีธรรมราช ยังมีบางจุดเสียหาย คาดว่าจะใช้เวลาซ่อมแซม 4-5 วันจะกลับมาให้บริการได้ตามปกติ
นายวิทเยนทร์ กล่าวว่า สำหรับยอดผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยมีจำนวน 47 ราย จากนครศรีธรรมราช 20 ราย สุราษฎร์ธานี 10 ราย กระบี่ 10 ราย ชุมพร ตรัง พัทลุง จังหวัดละ 2 ราย และ พังงา 1 ราย บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 34 หลัง สำหรับยอดเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของรัฐบาล ที่บริจาคผ่านช่อง 9 จำนวน 56 ล้านบาท ช่อง 11 จำนวน 18-19 ล้านบาท และช่อง 5 จำนวน 20 ล้านบาท รวมกับเงินบริจาคจากเหตุการณ์ครั้งที่แล้ว เป็นเงิน 110 ล้านบาท แต่มียอดเงินเข้ามาจริงเพียง 27 ล้านบาท ที่เหลือมีการแจ้งความประสงค์แต่ยังไม่มีการโอนเงินเข้ามา ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อบุคคลต่างๆที่แจ้งเอาไว้ให้ มีการสอบถามบางรายเมื่อติดต่อกลับไปบอกว่าไม่ต้องการบริจาคแล้ว
นายวิทเยนทร์ กล่าวว่า ในอนาคตคชอ.จะมีการจัดทำแผนการป้องกันอุทกภัยระยะยาวเพื่อป้องกัน เช่น การวางผังเมือง การดูแลสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
ปัญหาน้ำมันระนองคลี่คลายรถขนส่งวิ่งได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากปัญหาเส้นทางการจราจรโดยเฉพาะถนนเพชรเกษมบริเวณ จ.สุราษฏร์ธานีที่เป็นปัญหาในการเชื่อมต่อเส้นทางในภาคใต้ ทำให้รถบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่จากคลังน้ำมัน จ.สุราษฏร์ธานีไม่สามารถบรรทุกน้ำมันจากคลังส่งยังปั๊มน้ำมันใน จ.ระนองได้นั้น ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 มี.ค. 2554 ปรากฏว่ารถบรรทุกน้ำมันจากคลังน้ำมัน จ.สุราษฏร์ธานีสามารถบรรทุกน้ำมันมาส่งยังปั๊มในเขตพื้นที่ จ.ระนอง ทำให้ล่าสุดสถานการณ์ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันใน จ.ระนองเริ่มคลี่คลาย
นางตนยา ทรงประจักษ์กุล เจ้าของปั๊มน้ำมันเอสโซ่สาขาจังหวัดระนอง ปัญหาถนนขาดและน้ำท่วมสูงในถนนพื้นที่ จ.สุราษฏร์ธานี ส่งผลให้เส้นทางสายใต้ถูกตัดขาดนานร่วม 4 วัน สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของรถและผู้สัญจรใน จ.ระนองเป็นอย่างมาก เพราะน้ำมันที่มีในสต็อกไม่เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งทางปั๊มน้ำมันใน จ.ระนองแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการขอแบ่งโควตาน้ำมันจากปั๊มใน จ.ชุมพรเข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน รวมถึงการสั่งน้ำมันจากคลังน้ำมัน จ.สมุทรปราการ



