
อบจ.จี้รัฐแก้ปัญหาที่ดินเช่า อ้างไม่เหลือป่าชายเลน-เป็นย่านอุตสาหกรรม
ระนอง-นายก อบจ.ระนอง กระตุ้นรัฐบาลปลดล็อกที่ดินเช่า ระบุปัญหาที่ดิน 2 แปลงที่ถูกมติ ครม.วันที่ 23 กรกฎาคม 2535 ดองเค็มมาเกือบ 20 ปี ห้ามใช้ประโยชนพื้นที่ป่าชายเลน ทั้งๆ ที่ไม่หลงเหลือสภาพป่าชายเลนอยู่เลย และพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นย่านเศรษฐกิจการค้า และอุต
นายนภา นทีทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง (อบจ.ระนอง) กล่าวถึงปัญหาที่ดินเช่าของ อบจ.ระนอง เขตพื้นที่ป่าคลองหัวเขียว ป่าคลองสุย พื้นที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองระนอง จำนวน 242 ไร่ ที่ ครม.มีมติ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2525 อนุญาตให้ อบจ.ระนอง เข้าจัดหาประโยชน์ได้เป็นระยะเวลา 15 ปี โดยหมดเขตในปี 2540 ซึ่งปรากฏว่ามีผู้ขอเช่าเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวรวม 231 ราย ส่วนใหญ่เป็นภาคธุรกิจอุตสาหกรรม แพปลา โรงงาน อาคารพาณิชย์ รวมถึงชุมชน และร้านค้า ซึ่งต่อมาวันที่ 23 กรกฎาคม 2535 ครม.ได้มีมติห้ามใช้ประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าชายเลนโดยเด็ดขาด ซึ่งจากมติดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างมาก
“เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏบริเวณพื้นที่ดังกล่าวได้กลายเป็นย่านเศรษฐกิจ การค้าที่สำคัญของ จ.ระนอง ไม่มีสภาพเป็นพื้นที่ป่าชายเลนหลงเหลืออยู่เลย ประกอบกับจังหวัดมีพื้นที่ราบเพียง 30% จึงทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้พื้นที่บางส่วนในการทำประโยชน์ ที่ผ่านมา อบจ.ระนอง ได้พยายามยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงสภาพข้อเท็จจริง เพื่อขอให้ประกาศหรือมติยกเว้น แต่เรื่องดังกล่างก็ยังไม่คืบหน้าแต่อย่างใด" นายนภา กล่าว
ล่าสุดชาวบ้านเริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง จากการเดินทางลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อปี 2551 เพื่อมารับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยคณะกรรมาธิการได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลรายละเอียดทั้งในพื้นที่และจากส่วนกลาง หลังจากนั้น อบจ.ระนอง ได้รับแจ้งความคืบหน้าจากกรรมาธิการปกครองส่วนท้องถิ่นว่า ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งให้สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเข้า ครม.พิจารณายกเว้น ให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ดังกล่าวได้ ซึ่ง อบจ.ระนอง หวังว่าจะได้รับการพิจารณาโดยเร็ว เนื่องจากขณะนี้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนมาก
นายนภา กล่าวต่อว่า อบจ.ระนอง อยากขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้นำปัญหาดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม.โดยเร็ว ก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะประกาศยุบสภา เพราะถ้าปล่อยให้เรื่องดังกล่าวไปถึงรัฐบาลใหม่ เชื่อว่าจะทำให้เกิดความล่าช้าออกไปอีกแน่นอน และนอกจากปัญหาที่ดินเช่าแล้ว ยังมีปัญหาการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับซ้อนที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน ซึ่งอบจ.ระนอง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามเรื่องดังกล่าว



