
ฟื้นฟูไม้ผลหลังน้ำท่วม
ภัยพิบัติน้ำท่วมนอกฤดูกาลในพื้นที่หลายจังหวัดของภาคใต้นั้น สร้างความเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน โดยเฉพาะเกษตรกรนั้นใหญ่หลวงนัก ทำให้ผู้คนนับแสนๆได้รับความเดือดร้อน และอีกหลายคนถึงเสียชีวิต ขณะนี้แม้บางพื้นที่น้ำจะลดลงบ้าง แต่อีกหลายพื้นที่ยังมีระ
ในพื้นที่ที่น้ำลดลงนั้น หลายคนเกิดความเสียหายไม่มากนักอาจจะเริ่มฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรของตนเองบ้างแล้ว เพื่อการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะสวนไม้ผล ผมได้ไปขอข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตรมา เพื่อมาบอกเล่าให้เกษตรกรเป็นข้อมูล
การฟื้นฟูไม้ผลหลังประสบอุทกภัย เกษตรกรควรเริ่มจากการบำรุงรักษาไม้ผลให้เกิดรากใหม่ และให้แตกใบอ่อนโดยเร็ว ขณะเดียวกันต้องมีการจัดการดินให้ถูกต้องด้วย
ขั้นตอนการปฏิบัติมีดังนี้ครับ
หลังน้ำท่วมใหม่ๆ ขณะที่ดินยังเปียกอยู่ ห้ามนำเครื่องจักรกลหนักเข้าไปในพื้นที่ รวมถึงบุคคล และสัตว์เลี้ยงเข้าไปเหยียบย่ำบริเวณโคนต้นพืชโดยเด็ดขาด เพราะดินที่ถูกน้ำท่วมขังจะมีโครงสร้างง่ายต่อการถูกทำลาย และเกิดการอัดแน่นได้ง่าย จะกระทบต่อระบบรากของพืช ทำให้ต้นไม้ทรุดโทรม และอาจตายได้
ในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังควรหาทางระบายน้ำออกจากบริเวณโคนต้นพืชโดยเร็วที่สุด หากมีการชะพาเอาดินหรือทรายมาทับถมในบริเวณแปลงปลูกไม้ผล หลังน้ำลดปล่อยให้ดินแห้งก่อน จากนั้นให้เอาดินหรือทรายออกจากโคนต้นพืช นอกจากนี้ควรตัดแต่งกิ่งเพื่อให้ทรงพุ่มโปร่ง เพื่อเป็นการลดการคายน้ำของพืชและเร่งให้พืชแตกใบใหม่เร็วขึ้น หากไม้ผลที่กำลังติดผลให้ทำการปลิดผลออกบ้าง อย่างไรก็ตาม เพื่อช่วยให้ต้นพืชฟื้นตัวเร็วขึ้น ควรมีการฉีดพ่นปุ๋ยทางใบให้แก่พืช เพราะระยะนี้รากของพืชยังไม่สามารถดูดกินธาตุอาหารพืชจากดินได้ตามปกติ
ปุ๋ยทางใบอาจใช้ปุ๋ยน้ำสูตร 12-12-12 หรือ 12-9-6 หรือจะใช้ปุ๋ยเกล็ดสูตร 21-21-21 และ 16-21-27 ละลายน้ำฉีดพ่นให้แก่พืชก็ได้ พร้อมกันนั้นสามารถเตรียมปุ๋ยทางใบที่มีส่วนผสมดังนี้ครับ คือ น้ำตาลเด็กซ์โตรส 600 กรัม, ปุ๋ยเกล็ดสูตร 15-30-15 หนัก 20 กรัม, ฮิวมิค แอซิด 20 ซีซี แล้วมาผสมสารเหล่านี้ในน้ำ 20 ลิตร ควรเติมสารจับใบลงไปเล็กน้อย และอาจใส่สารป้องกันกำจัดโรคและแมลงบ้าง มาพ่นสัก 2-3 ครั้ง
ไม้ผลหรือไม้ยืนต้นหลังน้ำท่วมมักจะหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องรากเน่าและโคนเน่าครับ เพราะรากต้องอยู่ในน้ำเป็นเวลานานๆ ทำให้ขาดออกซิเจน (อากาศ) และเกิดรากเน่า เมื่อดินแห้งแล้วควรมีการพรวนดิน เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้แก่รากพืช ทำให้รากพืชแตกใหม่ได้ดีขึ้น
กรณีในพื้นที่ที่มีปัญหาของโรครากเน่าและโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อรา หลังจากน้ำลดแล้วหากพืชยังไม่ตายให้ราดโคนต้นพืช หรือทาด้วยสารเคมีกันรา เช่น เมตาแลคซิล (ริโดมิล) หรือ อีโฟไซท์-อลูมินั่ม (กาลิเอท) หากเกิดแผลที่โคนต้นพืชจะถากเนื้อเยื่อพืชที่เสียออกแล้วทาด้วยสารเคมี
สารเคมีใช้กับอาการรากเน่าและโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อราพิเทียม หรือ ไฟทอปธอรา ส่วนโรครากเน่าและโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อราชนิดอื่นๆ เช่น เชื้อราฟูซาเรียม, ไรซ็อกโทเนีย หรือ สเคลอโรเทียม นอกจากนี้ให้ราดโคนต้นด้วยสารเคมีพีซีเอ็นบี เป็นต้น
โอกาสหน้า ผมจะหาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกพืชหลังน้ำท่วมมาแนะนำใหม่ครับ
"ดลมนัส กาเจ"



