ข่าว

รวบแล้วโจรปล้นทองย่านราษฏร์บูรณะ

รวบแล้วโจรปล้นทองย่านราษฏร์บูรณะ

05 เม.ย. 2554

ตำรวจตามจับ"แบงก์"วัย19ปี โจรปล้นทอง 60 บาทยิงพนักงานเจ็บ ร้านทองย่านราษฎร์บูรณะ หลังสืบพบจยย.คนร้ายไปจอดทิ้งย่านพระประแดง ก่อนซื้อรถยนต์มือสองเผ่นหนี ตำรวจรวบคาด่านข้ามแดนแม่สาย ผบช.น.เตรียมนำตัวแถลง-ทำแผนอีกครั้ง

(5เม.ย.) เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) สั่งการให้ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) พล.ต.ต.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 (ผบก.น.8) พ.ต.อ.จีรศักดิ์ ขำคง รอง ผบก.น.8 พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ และกำลังฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.8 ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุมตัว นายธีรวัฒน์ หรือ “แบงก์” สำลีรัตน์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/3 หมู่ 6 ต.บางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี เลขที่ จ.231/2554 ลงวันที่ 1 เม.ย.54 ข้อหา พยายามฆ่า, ชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร โดยจับกุมตัวได้ที่ชายแดนประเทศพม่าทางด่าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 4 เม.ย.54

 การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 27 มี.ค.54 เวลาประมาณ 12.30 น. พ.ต.ท.ธีระ กิจบำรุง พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.ราษฎร์บูรณะ ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด .38 เข้าไปชิงทรัพย์ร้านทองจิรสุวรรณ สาขา 2 เลขที่ 123/2 ถนนประชาอุทิศ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ และก่อเหตุยิง น.ส.วิชุดา จันทร์ฉาย อายุ 32 ปี ลูกจ้างภายในร้านจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนหลบหนีไปพร้อมทองคำรูปพรรณ จำนวน 24 เส้น น้ำหนักรวม 60 บาท มูลค่า 1,200,000 บาท โดยใช้ รถ จยย.ฮอนด้า รุ่นคลิ๊ก สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เป็นยานพาหนะ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถเก็บหลักฐานหัวกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 2 หัว ได้ในที่เกิดเหตุรวมถึงได้หลักฐานสำคัญเป็นภาพคนร้าย ชายลักษณะตุ้งติ้ง สูงประมาณ 180 เซนติเมตร ใส่หมวกนิรภัยเต็มใบสีดำ สวมเสื้อคลุมสีดำ นุ่งกางเกงขายาว และถือปืนในมือข้างซ้ายขณะก่อเหตุเอาไว้ได้

 ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.30 น. ชุดคลี่คลายคดีรับแจ้งว่า พบรถ จยย.ของคนร้ายถูกนำไปจอดทิ้งไว้ภายในวัดพญาปราบปัจจามิตร อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยมีหมวกนิรภัยเต็มใบสีดำแขวนเอาไว้ด้วย จึงรุดไปตรวจสอบพบเป็นรถ จยย.คันดังกล่าวจริง จึงทำการตรวจสอบเลขตัวถังรถพบว่า ทะเบียนที่แท้จริงคือ ยษย 27 กรุงเทพมหานคร เป็นรถซึ่งถูกขายแบบโอนลอยมาเป็นทอดๆ ฝ่ายสืบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ จึงเร่งตรวจดูภาพวงจรปิดตามร้านสะดวกซื้อและห้างร้านในละแวกที่เกิดเหตุจนถึงจุดที่คนร้ายจอดรถทิ้งเอาไว้ ปรากฏว่าพบเส้นทางหลบหนีของคนร้ายอย่างชัดเจน

 กระทั่งวันที่ 31 มี.ค.54 เวลาประมาณ 12.30 น.ก็มีชาวบ้านไปพบกระเป๋าหนังภายในบรรจุสร้อยคอทองคำ 9 เส้น น้ำหนักรวม 19 บาท ถูกนำไปทิ้งไว้ในพื้นที่ 70 ไร่ หมู่ 7 ซอยเพชรหึงษ์ 20 ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จากการตรวจสอบในละแวกใกล้เคียงยังพบหลักฐานสำคัญเป็นรองเท้าผ้าใบของคนร้ายและกล่องกระสุนปืนขนาด .38 ตกอยู่ด้วย จากหลักฐานที่พบทั้งหมดทำให้เจ้าหน้าที่ค่อนข้างมั่นใจว่า คนร้ายรายนี้คือนายธีรวัฒน์ แน่นอนจึงขออำนาจศาลขออนุมัติหมายจับและนำหมายค้นบุกเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 39/3 หมู่ 6 ต.บางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ในวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา

 ผลการตรวจค้นภายในบ้านพักนั้นพบแผ่นป้ายทะเบียนรถ จยย.หมายเลข ยษย 27 กรุงเทพมหานคร ถูกทอดซุกซ่อนเอาไว้ในบ้าน และยังพบกล่องกระดาษใส่รองเท้าผ้าใบยี่ห้อและเบอร์เดียวกับที่ถูกทิ้งเอาไว้พร้อมกับหลักฐานทองรูปพรรณ จำนวน 9 เส้น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถเก็บรวบรวมเส้นผม เครื่องแต่งกาย และหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ นายธีรวัฒน์ อีกหลายรายการ ซ้ำยังได้ข้อมูลด้วยว่า หลังก่อเหตุ นายธีรวัฒน์ มีการใช้เงินสด จำนวนถึง 105,000 บาท ไปซื้อรถเก๋งมือสองซึ่งจอดขายอยู่ในซอยสุขสวัสดิ์ 70 เป็นรถยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอ็คคอร์ท ทะเบียน 4ธ-3226 กรุงเทพมหานคร จากนายหนิง (ไม่ทราบนามสกุล) ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.54 หลังเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมง โดยนายธีรวัฒน์ ได้ใช้รถคันดังกล่าวเป็นยานพาหนะในการหลบหนีไปตามที่ต่างๆ จนตำรวจตามไปพบตัวที่ชายแดนประเทศพม่าและนำกำลังจับกุมเอาไว้ได้ในที่สุด

 อย่างไรก็ตามหลังจากกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุม นายธีรวัฒน์ ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วขณะนี้ยังอยู่ระหว่างประสานด่าน ตม.แม่สาย เพื่อควบคุมตัวผู้ต้องหารายนี้เดินทางกลับมาสอบปากคำและทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่กรุงเทพมหานคร หลังจากนั้น พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.จะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการต่อไป