ข่าว

การท่าฯเมืองคอนเปิดบินวันแรกบ่ายนี้

การท่าฯเมืองคอนเปิดบินวันแรกบ่ายนี้

05 เม.ย. 2554

การท่าฯนครศรีฯ พร้อมเปิดเส้นทางการบินเชิงพาณิชย์บ่ายนี้ หวังเพิ่มช่องทางช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผอ.มั่นใจกระตุ้นท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ ด้านนายกอบต.กรุงชิง เผย หลายหมู่บ้านเข้าพื้นที่ไม่ได้ ส่วนระดับน้ำที่อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานีลดลง ชาวบ้านบางส่วนกลับเข้าพื้นที่

(5เม.ย.) นายนิสิต สมบัติ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากการเปิดทดสอบระบบการบินและการลงจอด โดยเที่ยวบินทดสอบกรมการขนส่งทางอากาศผลปรากฏว่าสามารถผ่านเกณฑ์มาตรการความปลอดภัยและพร้อมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้แล้ว ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันนี้ (5 เม.ย.)เป็นต้นไป หลังจากปิดบริการนานร่วมสัปดาห์

โดยเบื้องต้นได้แจ้งประสานไปยังสายการบินพาณิชย์ทุกบริษัทให้ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนแล้ว เพื่อเตรียมการปรับแผนการเปิดเส้นทางการบินมุ่งหน้าสู่ จ.นครศรีธรรมราชตามปกติ อย่างไรก็ตาม สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้ประมาณ 50 ล้านบาท

“ในส่วนของการท่าฯขณะนี้เราพร้อมที่ให้บริการทุกสายการบินแล้ว หลังจากที่ได้เข้าไปซ่อมแซมระบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นระบบไฟนำทาง,ไฟนำร่อง ,พื้นผิวรันเวย์ โดยเฉพาะการวัดมุมร่อนหรือการลงจอดที่ได้รับความเสียหายสามารถซ่อมแซมจนเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งล่าสุดเช้าวันนี้ได้มีการทดสอบเพิ่มเติมอีกหลายรอบจนมั่นใจในระบบความปลอดภัยในทุกจุด” นายนิสิต กล่าว

ผอ.การท่าฯ กล่าวอีกว่า การเปิดให้บริการการบินจะช่วยทำให้การให้ความช่วยเหลือต่างๆสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการฟื้นฟูหลังน้ำลดที่ทุกฝ่ายต้องเร่งระดมความร่วมมือให้ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะการฟื้นฟูด้านการท่องเที่ยวซึ่งจะเป็นหนึ่งในช่องทางที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ให้ฟื้นตัวโดยเร็ว เนื่องจากอยู่ในช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ที่มีการจัดแผนการท่องเที่ยวไว้รองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งหากสามารถสานต่อภารกิจการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นต่อไปได้จะช่วยกระตุ้นให้บรรยากาศการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ดีขึ้นมาด้วยเช่นกัน

 ด้านนายพล จันทร์ชุม นายกอบต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เหตุน้ำป่าและโคลนถล่มในต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ชาวบ้านได้รับการช่วยเหลืออกมาอยู่จุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยจนปลอดภัยแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเข้าไปสำรวจความเสียหายในพื้นที่พบว่า บ้านเรือน2,800ครัวเรือน จากจำนวนราษฎรกว่า8,000คน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ที่สำคัญบางตำบลพังพินาศชนิด100เปอร์เซ็นต์ ทำให้ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูอย่างหนัก โดยเฉพาะในรายที่บ้านพังทั้งหลัง และทรัพย์สินถูกน้ำและโคลนกวาดไปชนิดสิ้นเนื้อประดาตัว จำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยรัฐและผู้เกี่ยวข้องต้องยื่นมือเข้ามาช่วยดูแล และเยียวยาทั้งสภาพชีวิตละความรู้สึกของคนกลุ่มนี้อย่างเร่งด่วน

นายพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ระบบสาธารณูปโภคในพื้นทีทั้งน้ำประปา ไฟฟ้า ถนนหนทาง ได้รับความเสียหายชนิด 100 เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน โดยต้องใช้เวลาในการซ่อมแซม ปรับปรุงและฟื้นฟูเพื่อให้ทุกอย่างกลับมาใช้งานได้ เพราะขณะนี้ทุกอย่างไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้การได้เลยเนื่องจากน้ำป่า และดินโคลนสร้างความ เสียหายอย่างรุนแรง แม้กระทั่งที่ทำการ อบต.ก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักหน่วงจากภัยพิบัติครั้งนี้เช่นกัน

“ขณะนี้กำลังเร่งสำรวจความเสียหายร่วมกับทหารจากหน่วยต่างๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ระดมลงพื้นที่เพื่อฟื้นฟูบูรณะชุมชนที่ได้รับความสูญเสียจากเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภคที่ต้องฟืนฟูทั้งระบบ”นายพล กล่าว

นายก อบต.กรุงชิง บอกอีกว่า นอกจากความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงชนิดไม่เคยปรากฎมาก่อนแล้ว ขณะนี้ร่องรอยจากภัยธรรมชาติที่ทิ้งไว้ครั้งนี้ยังทำให้บางหมู่บ้านยังไม่สามารถกลับเข้าไปได้ ทำให้ชาวบ้านที่ได้รับความช่วยเหลือออกมาอยู่ในจุดปลอดภัยก่อนหน้านี้เริ่มเป็นกังวลว่าสภาพบ้านเรือนที่อยู่อาศัยจะเป็นอย่างไร ทรัพย์สินเสียหายมากน้อยขนาดไหน

“มีบางหมู่บ้านที่เราและเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปสำรวจความเสียหายได้เพราะถนนพัง อีกทั้งยังมีร่องรอยดินโคลนจำนวนมากที่เป็นอุปสรรคกีดขวางการเข้าพื้นที่และต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยในการฝ่าเข้าไปสำรวจความเสียหายของพี่น้องประชาชนได้”นายก อบต.กรุงชิง กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สุราษฎร์ธานีวันนี้ หลายพื้นที่ระดับน้ำลดลง เนื่องจากฝนหยุดตกเป็นวันที่ 3 โดยที่อำเภอพุนพินเขตเทศบาลเมืองท่าข้ามระดับน้ำลดลงช้า ๆ ประมาณ 5 ซม.หลังจากที่เมื่อคืนมีน้ำทะเลหนุนเข้ามาอีก โดยภายในตัวตลาดพุนพิน ชาวบ้านเริ่มกลับเข้าบ้านและใช้ชีวิตประจำวันกันบ้างแล้ว ขณะที่เส้นทางภายในตลาดพุนพินเข้าตัวเมืองสุราษฎร์ธานีการสัญจรไปมาคล่องตัวขึ้น แต่รถเล็กยังไม่สามารถเข้าออกได้เพราะระดับน้ำยังสูงประมาณ 30 ซม.นอกจากนั้นเส้นทางหลวงสาย 417 กองบินสุราษฎร์ธานีเข้าตัวเมืองสุราษฎร์ธานีการจราจรคล่องตัวขึ้นเช่นกันมีเพียงบางช่วงที่น้ำยังท่วมสูง รถเล็กผ่านไม่ได้

 แต่ถนนสายเอเชียหรือสาย 41 เส้นทางลงใต้ น้ำยังท่วมสูงมากกว่า 70 ซม.บริเวณหน้าโรงพยาบาลท่าโรงช้างและกิโลเมตรที่ 18 รถทุกชนิดยังสัญจรไปมาไม่ได้ โดยที่การสัญจรไปยังจังหวัดภาคใต้ต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางผ่านตัวอำเภอพุนพินกับสาย 417 เลี่ยงเข้าตัวเมืองสุราษฎร์ธานีและผ่านไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช,สงขลา ได้

 ด้านนายทศพล งานไพโรจน์ นายกเทศมนตรีเมืองท่าข้าม ระบุว่าหลายพื้นที่น้ำลดลงมาก ชาวบ้านกลับเข้าบ้านกันมากขึ้น แต่ยังมีชาวบ้านอีกนับพันคนที่บ้านยังท่วมสูง เพราะอยู่ริมแม่น้ำตาปี จำเป็นต้องอยู่ที่ศูนย์อพยพไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะดูแลเรื่องความเป็นอยู่อีกระยะหนึ่ง ส่วนที่ยังห่วงตอนนี้คือเรื่องของอาหารสำเร็จรูป น้ำดื่มและยารักษาโรคเช่นเดิม เพราะชาวบ้านเริ่มเป็นโรคกันมากขึ้นเนื่องจากแช่น้ำอยู่นาน

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับจระเข้ที่หลุดออกมาจากฟาร์มเมื่อช่วงน้ำท่วมสูงและน้ำไหลหลาก ยังไม่ยืนยันชัดเจนว่าหลุดจากที่ไหนบ้างประมาณ 8-9 ตัว ล่าสุดมีชาวบ้านพบเห็นตัวแล้ว กำลังหิวและกัดกินควายของชาวบ้าน โดยทางจังหวัดได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์เตรียมล่าตามที่ได้รับรายงานแล้ว แต่ยังไม่ได้ พร้อมกับย้ำเตือนให้ชาวบ้านระมัดระวัง

 ส่วนระบบน้ำประปาที่ถูกน้ำท่วมขังจนถึงวันนี้เป็นวันที่ 5 แล้วที่น้ำประปาในเขต อ.พุนพินและเมืองสุราษฎร์ธานีไม่ไหลโดยการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสุราษฎร์ธานี ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานอื่นๆ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ระดมสรรพกำลังให้การช่วยเหลือ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน ในการ ให้บริการน้ำอุปโภคและน้ำบรรจุขวดสำหรับบริโภค แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมาระยะหนึ่งแต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน

 ล่าสุดทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 46 (นพค.46) ใช้รถประปาสนามสูบน้ำจากในแม่น้ำตาปี บริเวณสะพานนริศ เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เพื่อผลิตน้ำประปาและน้ำดื่มให้กับราษฎร ในพื้นที่ อ.เมืองและขยายเพิ่มจุดบริการอีก 2 จุด บริเวณหน้าบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัด และขุนทะเล ในวันนี้เพื่อช่วยคลายทุกข์ให้ประชาชนจากสภาวะน้ำท่วมและขาดแคลนน้ำ

พล.ต.เดชา กิ่งวงษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ได้เร่งนำกำลังพล โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่จากทหารช่างกว่า 800 นายเข้าพื้นที่เพื่อซ่อมแซมถนนที่เสียหายหลายสาย รวมถึงสะพานที่พังชำรุดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราชที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะสะพานมากกว่า  10 แห่งถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง เบื้องต้นจึงได้เร่งซ่อมแซมพื้นที่ในบางจุดเพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้มากที่สุด โดยเฉพาะการเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ที่ยังอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

สำหรับภารกิจอพยพชาวบ้านในหลายพื้นที่เป็นไปในระดับที่น่าพอใจ แต่ลักษณะการให้ความช่วยเหลือต่อไปในช่วงที่ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง จะเข้าภารกิจการฟื้นฟูและซ่อมแซมพื้นที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้พยายามปูพรมเข้าไปให้ความช่วยเหลือให้ครอบคลุมทั้ง 5 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนัก โดยจะเน้นการช่วยในจุดที่เสียหายหนักก่อน เช่น ในพื้นที่ต.กรุงชิง เนื่องจากยังมีชาวบ้านอีกหลายหมู่บ้านที่อยู่ติดอยู่ข้างในไม่สามารถอพยพออกมาข้างนอก

“ในพื้นที่ตำบลกรุงชิงมี 13 หมู่บ้านทำให้การอพยพโดยใช้เฮลิคอปเตอร์หรือเครื่องบินลีนุกไม่สะดวกนัก ทำให้ยังมีชาวบ้านที่ยังติดอยู่ในพื้นที่อีกจำนวนมาก เบื้องต้นจึงต้องเร่งซ่อมแซมเส้นทางเพื่อให้พอสัญจรผ่านไปมาให้ได้เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเดินทางโดยรถยนต์หรือเดินเท้าออกมาจากพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เนื่องจากมีชาวบ้านหลายรายที่อยากจะนำรถยนต์และทรัพย์สินที่พอจะเหลืออยู่ออกมาในที่ปลอดภัย” พล.ต.เดชา กล่าว