ข่าว

ไฟเขียวนมกล่องขึ้นราคา25-75สต.ชี้ต้นทุนเพิ่มขึ้นจริง-กบง.อุ้มดีเซลเพิ่มอีก50สตางค์

ไฟเขียวนมกล่องขึ้นราคา25-75สต.ชี้ต้นทุนเพิ่มขึ้นจริง-กบง.อุ้มดีเซลเพิ่มอีก50สตางค์

05 เม.ย. 2554

ไฟเขียวขึ้นราคานมสดพร้อมดื่ม 3 ขนาด ในอัตรา 25-75 สตางค์ เหตุต้นทุนเพิ่มขึ้นจริง ด้าน กบง.เพิ่มเงินชดเชยอีกลิตรละ 30 สตางค์ ยอดเพิ่มเป็น 5.40 บาท อุ้มดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท กองทุนน้ำมันเหลือเงิน 1.2 หมื่นล้าน มั่นใจดูแลได้ถึงเดือนเมษายนนี้

 นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการปรับขึ้นราคานมสดพร้อมดื่มว่า คณะอนุกรรมการมีมติให้ขึ้นราคานมสดพร้อมดื่ม 3 ขนาด ได้แก่ ขนาด 100-200 ซีซี ปรับขึ้น 25 สตางค์ต่อหน่วย ขนาด 225-350 ซีซี ปรับขึ้นอีก 50 สตางค์ต่อหน่วย และขนาด 400-450 ซีซี ปรับขึ้น 75 สตางค์ต่อหน่วย โดยการอนุมัติให้ปรับขึ้นราคาสินค้าในครั้งนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าเอกชนมีภาระต้นทุนการผลิตนมสดพร้อมดื่มเพิ่มขึ้นจริงตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่อนุมัติให้ปรับขึ้นราคาน้ำนมดิบ 2 ครั้ง รวม 1.50 บาท

 ทั้งนี้ นมสดพร้อมดื่มเป็น 1 ใน 4 สินค้าที่ขอยื่นปรับราคาเข้ามา โดยในวันที่ 5 เมษายนนี้ คณะอนุกรรมการจะพิจารณาการปรับราคาน้ำมันถั่วเหลือง และวันที่ 7 เมษายนนี้ จะพิจารณาสินค้าปุ๋ยและสิ้นเดือนจะพิจารณาเหล็ก

 นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบปรับเพิ่มเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลอีกลิตรละ 30 สตางค์ เพื่อดูแลไม่ให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท ซึ่งการปรับเพิ่มอัตราเงินชดเชยครั้งนี้ทำให้การชดเชยดีเซลเพิ่มเป็นลิตรละ 5.40 บาท จากเดิมที่ชดเชยอยู่ลิตรละ 5.10 บาท

 ทั้งนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกยังคงปรับเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบดูไบเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2554 ปิดตลาดที่ 111 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในขณะที่น้ำมันดีเซลตลาดสิงคโปร์ปิดตลาดที่ 134 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลของผู้ค้าอยู่ในระดับต่ำคือประมาณลิตรละ 70 สตางค์

 สำหรับการชดเชยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินไหลออกกองทุนน้ำมันวันละ 340 ล้านบาท จากเดิมที่ไหลออกวันละ 307 ล้านบาท โดยขณะนี้มีการใช้เงินเพื่อชดเชยราคาน้ำมันดีเซลไปแล้ว 17,244 ล้านบาท และกองทุนยังคงมีเงินสุทธิเหลือประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเพียงพอจะใช้พยุงราคาดีเซลให้ไม่เกินลิตรละ 30 บาท จนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้

 นอกจากนี้ กบง.ยังมีมติ ให้ยกเลิกราคาอ้างอิงราคาน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) ในการคำนวณราคาอ้างอิงไบโอดีเซล (บี100) จากเดิมที่ใช้ราคาอ้างอิงจากราคามาเลเซีย บวก 3 บาท มาเป็นราคาที่กำหนดโดยกรมการค้าภายใน บวก ราคาสกัดปาล์ม 2.25 บาทต่อกิโลกรัม เป็นราคาอ้างอิงซีพีโอ ของประเทศไทย

 นายศิวนันท์ ณ นคร ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า เงินกองทุนน้ำมันขณะนี้เหลืออยู่ 1.2 หมื่นล้านบาท และคาดกว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะเหลือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดย กบง.จะเสนอสถานะกองทุนเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งต่อไปในวันที่ 27 เมษายน เพื่อพิจารณาหามาตรการอื่นๆ ในการแก้ไขราคาน้ำมันแพงต่อไป