ข่าว

ประชาธิปไตยกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม

ประชาธิปไตยกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม

05 เม.ย. 2554

เรื่องราวน้ำท่วมในภาคใต้นั้นดำเนินมามากกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว และได้มีความพยายามในการบรรเทาทุกข์และแก้ปัญหามาโดยตลอด

 คำถามก็คือการแก้ปัญหานั้นมีประสิทธิภาพสูงสุดหรือยัง หรือว่าเราสามารถจะมีจินตนาการอื่นๆ ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

 คำตอบก็คือ การแก้ปัญหาของรัฐบาลนั้นไม่สามารถที่จะทำได้ดีกว่านี้ เพราะวิธีการแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้นั้นมีวิธีคิดอยู่สองอย่าง หนึ่งคือความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีการเตือนภัย และสองคือความเชื่อมั่นในโครงสร้างการรวมศูนย์อำนาจของรัฐไทย ผ่านกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมป้องกันภัยฯ และ โครงสร้างภูมิภาคในการรวมศูนย์อำนาจที่วางอยู่บนการบริหารงานด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด

 สองสัปดาห์แล้วที่นายกรัฐมนตรีพยายามปรับเปลี่ยนบทบาทจากโพเดี้ยมแมน หรือมนุษย์เกาะคอกเวที เอาแต่พูดฝ่ายเดียว (ภายหลังก็เสื่อมมนต์เพราะเจอบรรดาแม่ยก (ป้าย)) มาสู่การทำตัวเป็นพิธีกรรายการเชื่อมั่นประเทศไทย ในการจัดฉากการประชุมผู้ว่าฯ ต่างๆ ให้รายงานความเสียหายและปัญหา รวมทั้งลงพื้นที่ไปนั่งคุยกับประชาชน

 ถามว่า นั่นคือหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีจริงๆ หรือเปล่า?

 ประชาชนเขาเชื่อมั่นประเทศไทยครับ แต่จะเหลือกี่คนที่เขาเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรี? นายกรัฐมนตรีแสดงออกซึ่งวิสัยทัศน์ หรือความเป็นผู้นำ หรือความสามารถในการทำงานเป็นทีมแค่ไหน?

 ลองดูตัวอย่างเทียบเคียง สิ่งที่น่าเศร้าก็คือ ถ้านายกรัฐมนตรีต้องการให้เห็นภาพของตนเช่นนี้ ผมว่าตั้งคุณสรยุทธแห่งเรื่องเล่าเช้านี้มาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือมาเป็นรัฐมนตรีสำนักนายกฯ แทนคุณสาธิตจะดีกว่า

 เพราะคุณสรยุทธแสดงให้เห็นว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วมนั้น ความสำคัญคือ การเข้าถึงข้อมูลที่เร็วที่สุด และการประสานงานให้ภาคส่วนทั้งหลายในสังคมได้เข้ามาช่วยกันในการบรรเทาทุกข์

 สรยุทธเขาไปไกลกว่ารัฐบาลแล้วหลายช่วงตัว เขาผลักดันไปสู่การแก้ไขในระดับประชาสังคม ระดับเอกชน ระดับอาสาสมัคร อันเป็นรากฐานของประชาธิปไตย ของธรรมาภิบาล ซึ่งต่อไปก็คือการตรวจสอบความโปร่งใสและประสิทธิภาพของการจัดการ

 รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์กลับจัดรายการย้อนยุค โดยพยายามแสดงภาพว่านายกฯ อภิสิทธิ์ได้รับฟังรายงานข่าวจากผู้ว่าฯ 10 จังหวัดผ่านระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่เมื่อรายการนั้นออกมา ก็ช้าไปหนึ่งวัน ขณะที่ประชาชนทุกคนเขารับทราบสภาพปัญหาจากทีมข่าวช่อง 3 อย่างน้อยตั้งแต่ 6 โมงเช้าทุกวัน และมีความพยายามประสานงานกันหน้าจอโดยตลอด

 ประเด็นจึงไม่ใช่การเอานายกฯ มานั่งคุยกับประชาชนที่เลือกมาแล้ว มานั่งคุยกับผู้ว่าฯ มารับฟังทหาร แต่หมายถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉินเพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขเร่งด่วนด้วย

 ให้เร็วกว่าการจัดรายการไร้สาระแบบที่กระทำอยู่ในวันอาทิตย์ที่มีคนรับชมแค่ร้อยละ 6 (ตามที่รัฐบาลสำรวจเอง) แล้วเว็บไซต์ดูย้อนหลังก็ไม่ได้อัพเดทตั้งแต่กลางปีที่แล้ว

 ถ้าคิดว่าอยากจะทำให้ดีกว่านี้ก็ให้ช่อง 11 ตัดรายการโฆษณาชวนเชื่อออก แล้วจัดเป็นรายการพิเศษในแต่ละวัน แล้วให้พิธีกรมืออาชีพ และศูนย์ข่าวของช่อง 11 ตามจังหวัดต่างๆ อัพเดทสถานการณ์ ไม่ใช่ให้นายกฯ มาจัดรายการง่อยๆ ในวันอาทิตย์ 1 ชั่วโมงแล้วให้ช่อง 11 มีรายการแอบเนียนเก็บสปอนเซอร์แบบที่เป็นอยู่

 อยากเป็นนายกฯ ก็ทำตัวให้เป็นนายกฯ ไม่ใช่เป็นพิธีกรรายการรับรายงาน ให้แทนคุณ ให้วีระ ให้เจิมศักดิ์ไปจัดก็ได้ครับ  เป็นนายกฯ ต้องแสดงความสามารถในการตัดสินใจในสถานการณ์เร่งด่วน ไม่ใช่แสดงความสามารถในการสัมภาษณ์

 รู้ไหมว่าประชาชนเขามีช่องทางการรับข้อมูลมากมาย ไม่ใช่เขามีแต่รายการของนายกฯ รายการเดียวครับ

 ถ้าอยากทำเรียลิตี้โชว์ของความเป็นนายกรัฐมนตรี ก็แสดงความสามารถในการตัดสินใจ สั่งการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินครับ ถ้าคิดว่าเร่งด่วนก็ประชุมแล้ว "ตัดสินใจ" ไม่ใช่มาถ่ายทอด "การร้องทุกข์"

 ปล่อยให้รายการอื่นเขาร้องเรียนปัญหา เข้าใจไหมว่าเป็นนายกฯ เขามีไว้ตัดสินใจ และสิ่งแรกก็คือควรจะรู้ว่า ถ้ามันช้าก็ตัดสินใจให้คนเขาเห็นว่ามันฉุกเฉินเร่งด่วนก็ทำให้มันเร็วเสียก่อน