ข่าว

ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์เสด็จเยี่ยมนบพิตำ5เม.ย.

ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์เสด็จเยี่ยมนบพิตำ5เม.ย.

05 เม.ย. 2554

เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์เสด็จเยี่ยมชาวนบพิตำ 5 เม.ย.นี้ ผบ.ทบ.เผยทุกพระองค์ทรงเป็นห่วงพสกนิกร ระดมกำลังเร่งฟื้นฟู ห่วงเฮลิคอปเตอร์บินหนัก-นักบินอ่อนล้า บอกเหตุรุนแรงติครั้งนี้ช่วยให้คนไทยรักกัน ส่วนสิชลเร่งฟื้นฟูจิตใจต่อเนื่อง ด้านเรือรบหลวงเทียบท่าขนอมมอบถุงย

วันที่ 4 เม.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ว่า ตลอด 2 วันที่ผ่านมาสภาพอากาศโดยทั่วไปในพื้นที่นครศรีธรรมราช ท้องฟ้าเปิดมีแสงแดดจัดเกือบตลอดทั้งวัน ทำให้การเข้าพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศดังกล่าวไม่เป็นอุปสรรคต่อการบิน การขนส่งเครื่องอุปโภคบริโภคและอพยพประชาชนลงมาอีกหลายรายเป็นไปอย่างราบรื่น

 ล่าสุดวันนี้เวลา 11.30 น.พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.อ.ดาวพงศ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก และคณะเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มายังสนาม รร.นบพิตำวิทยา ซึ่งเป็นศูนอพยพและให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.เดชา กิ่งวงษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 นายเดชา กังสนันท์ ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้การต้อนรับ พร้อมกับสรุปสถานการณ์ทั้งหมดในพื้นที่ อ.นบพิตำ

 พล.ท.อุดมชัย กล่าวรายงานว่า มีประชาชนในพื้นที่ ต.นบพิตำ 2 หมู่บ้านและ ต.กรุงชิง 11 หมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อน 17,000 คน เสียชีวิต 2 ราย ถนนเสียหลายสายและสะพานพังชำรุด 11 แห่ง ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงอพยพราษฎรในพื้นที่เสี่ยงภัยและลำเลียงผู้ป่วย ส่งอาหาร จำนวนกว่า 80 เที่ยวบินแล้วเนื่องจากการสัญจรภาคพื้นดินยังถูกตัดขาด และขณะนี้กำลังเร่งกู้ระบบไฟฟ้า น้ำประปาสนาม และกู้สัญญาณโทรศัพท์และซ่อมสะพานให้สัญจรไปมาได้ในบางจุดได้แล้ว  ได้ระดมนำเอาทหารช่างมาจำนวน 800 กว่านายจากทุกกองทัพภาคคือทหารช่าง พร้อมด้วยเครื่องจักรกลหนัก เร่งลงพื้นที่ฟื้นฟูสภาพถนนหนทางอย่างเร่งด่วน และมาเป็นกำลังใจให้กำลังพลทุกส่วนที่ร่วมกันทุ่มเทกำลังกายกำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ และขอบอกว่าในพื้นที่ภาคใต้ทหารได้ทุ่มสรรพกำลังมาลงในพื้นอย่างเต็มพิกัดเพื่อช่วยเหลือประชาชน

 สิ่งที่เป็นห่วงมากอีกเรื่อง คือ เรื่องการอพยพคนและอาหารทางเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งทราบว่าเที่ยวบินกว่า 70-80 เที่ยวแล้ว ถือว่าบินอย่างหนัก อันนี้ถือว่าอันตรายมาก อาจจะต้องพักเครื่องบ้าง เพราะอาจจะเกิดอันตรายอุบัติเหตุขึ้นได้ ต้องระวังด้วยในเรื่องนี้ ตัวนักบินเองก็ต้องพักผ่อนบ้าง เจ้าหน้าที่ต้องปลอดภัยไว้ก่อนและต้องมีการสับเปลี่ยนกำลังที่เหนื่อยล้ากัน

 พล.อ.ประยุทธ กล่าวว่า ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ฟ้าดินอาจลงโทษคนไทย จะดูว่าเราจะฟื้นฟู้กันได้หรือไม่ ทหารตำรวจ พลเรือน ประชาชนทุกส่วนต้องใช้ภัยนี้เป็นบทเรียนในการสร้างความรักความสามัคคีกันในชาติ เห็นภาพการช่วยเหลือซึ่งกันและกันแล้วให้สร้างความรักความสามัคคีกันเพื่อชาติเพื่อพระเจ้าอยู่หัว

 “ในยามนี้ที่ประชาชนเดือดร้อนเป็นแสนเป็นล้านคนมันจ้องแต่ที่จะป่วนจะสร้างความวุ่นวายในชาติ จ้องที่จะหาเรื่องให้คนทะเลาะกัน ไอ้พวกนี้ไม่ต้องไปให้ความเคารพความนับถือกับมัน วิทยุชุมชนที่มีในพื้นที่พยายามประสานช่วยเหลือแจ้งเตือนประชาชนสร้างความสามัคคีพูดแต่เรื่องดีๆให้คนรักสามัคคีไม่ใช่วันๆพูดเพ้อมอมเมาสร้างความร้าวฉานมันไม่ได้เรื่อง ”

 พล.อ.ประยุทธ กล่าวต่อว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงมีความห่วงใยพสกนิกรชาวใต้ทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งนี้และพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ลงมาช่วยเหลือพี่น้องชาวภาคใต้อย่างต่อเนื่องนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงต่อพสกนิกรชาวภาคใต้

 "วันพรุ่งนี้ 5 เม.ย.54 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ทรงมีความห่วงใยต่อความเดือดร้อนของพสกนิกรชาว อ.นบพิตำ ที่ประสบภัยพิบัติ และจะเสด็จมาเยี่ยมพสกนิกรชาว ต.กรุงชิง และ ต.นบพิตำ ในวันพรุ่งนี้ เพราะพระองค์ทรงมีความห่วงใยแม้ว่าพระองค์ท่านจะทรงมีพลานามัยไม่แข็งแรงดีนัก ยังทรงเสด็จมาเยี่ยมพสกนิกรชาว ต.กรุงชิง ต.นบพิตำ ซึ่งมี พล.อ.พงษ์เทพ กนิษฐานนท์ รองสมุห์ราชเลขาในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ได้เดินทางมายังพื้นที่ ต.กรุงชิง ต.นบพิตำ บินสำรวจพื้นที่เพื่อเตรียมการรับเสด็จในพรุ่งนี้แล้ว" พล.อ.ประยุทธ กล่าว

 ขณะเดียวกันนั้นทางพระครูภัทรธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขาเหล็ก อ.นบพิตำ ได้มอบพระพุทธรูปศรีวิชัย ปางสมาธิเก่าแก่ อายุกว่า 1,200 ปี ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เพื่อเป็นสิริมงคลด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พื้นที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้เข้าให้ความช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับกระทบจตากเหตุการณ์ ซึ่งมีทั้งสูญเสียบ้าน ทรัพย์สิน พื้นที่ไร่สวนไปอย่างสิ้นเชิงหลายครัวเรือน รวมทั้งการหวาดวิตกหรือหวาดผวาจากเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา

 ขณะเดียวกันทาง อบจ.นครศรีธรรมราช ได้เตรียมแผนในการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรกลหนักเข้าปรับปรุงพื้นที่ประสบภัยต่างๆรวมทั้งปรับปรุงเปิดถนนหนทางที่ได้รับความเสียหาย

 อย่างไรก็ตามก่อนนี้เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 4 เม.ย.54 ที่ท่าเรือบริษัทแร่สัมพันธ์ม.1ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ได้มีเรือรบหลวงนราธิวาสมาจอดเทียบท่าและนำถุงยังชีพจำนวน 5,000 ถุง โดยมี พลเรือตรีจรูญ จาตุรพงศ์ ผบ.กองทัพเรือภาคที่ 2 จังหวัดสงขลา เป็นผู้ส่งมอบ และมีนายสมนึก แพงวาปี ผจก.ฝ่ายโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม เป็นผู้รับมอบ ก่อนจะไปมอบให้กับราษฏรที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.ท่าศาลา อ.ปากพนัง และ อ.ขนอม และเรือได้ออกจากท่าเพื่อไปมอบถุงยังชีพที่ จ.ชุมพร ต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า มวลน้ำที่เกิดอุทกภัยในพื้นที่ตัวจังหวัดชั้นในของ จ.นครศรีธรรมราช ได้ถ่ายเทลงไปในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังทั้ง 5 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนที่จะไหลลงสู่อ่าวไทย แม้ว่าจะลดลงบ้างแล้วก็ตามแต่หลายพื้นที่ระดับน้ำยังสูงกว่า 1 เมตรเช่น ต.ไสหมากอ.เชียรใหญ่ ต.บางศาลา ต.ชะเมา ต.ป่าระกำ อ.ปากพนัง สิ่งที่ตามมาในขณะนี้คือการเน่าเปื่อยของพืชที่จมน้ำเป็นเวลายาวนานกว่า 1 สัปดาห์ รวมทั้งพืชผลต่างๆที่เสียหายอยู่ใต้น้ำ

 ขณะเดียวกันสัตว์เลี้ยงจำพวกวัวควาย ต่างขาดแคลนอาหารจำนวนมากเกษตรกรไม่สามารถเดินทางออกมารับหญ้าแห้งและเวชภัณฑ์ที่ทางการคอยสนับสนุนได้ วัวควายต่างผมอแห้งลงตามลำดับ ซึ่งแม้ว่าน้ำลดไปแล้วเกษตรกรต้องเลี้ยงขุนใหม่จึงสามารถขายได้อีกครั้ง

 นายนิสิต สมบัติ ผอ.ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าได้ตรวจสอบซ่อมแซมระบบไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งมีระบบไฟนำทางระบบไฟนำร่อง เรียบร้อยแล้ว พื้นผิวรันเวย์ได้รับการตรวจสอบและทำความสะอาดเรียบแล้วโดยได้รับการอนุเคราะห์จากกรมทางหลวง ซึ่งตรวจสอบในเบื้องต้นนั้นสภาพยังเรียบร้อยและในเย็นวันนี้จะมีการเปิดทดสอบระบบทุกระบบรวมทั้งการลงจอด โดยเที่ยวบินทดสอบกรมการขนส่งทางอากาศเมื่อผ่านการทดสอบจะเริ่มเปิดให้บริการได้ในวันพรุ่งนี้ เป็นเที่ยวบินแรก และจากการที่ต้องปิดสนามบินรวมถึงการซ่อมบำรุงทำให้มีความเสียหายที่เกิดขึ้นกว่า 50 ล้านบาท

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนางจิราภรณ์ บุญญานุรักษ์ อายุ 65 ปี ที่ถูกน้ำป่าและดินโคลนพัดหายไปในพื้นที่ ม. 7 ต.เขาน้อย อ.สิชล ในวันที่ 30 มี.ค.54 ที่ผ่านมา โดยเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 4 มี.ค.54 พ.ต.อ. ปวร พรพรหมมา ผกก.สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งว่าพบศพถูกกระแสโคลนพัดถมร่างผู้หญิงที่บริเวณกอไผ่ริมคลองท่าควาย หมู่ที่ 4 ตำบลเขาน้อย อำเภอสิชล หลังจากนั้นจึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนเข้าทำการชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ พบว่าสภาพศพนอนหงายถูกฝังด้วยดินโคลนและเศษไม้จำนวนมากส่งกลิ่นไปทั่วบริเวณ

 นายสุชาติ งามขำ ผู้พบศพรายแรกเปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาขณะที่กำลังนอนหลับได้ฝันว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมาบอกว่าให้ช่วยนำร่างขึ้นมาจากน้ำเพราะหนาวมาก โดยบอกว่าร่างติดอยู่ริมคลอง หลังจากตื่นมาขึ้น ไม่เชื่อว่าฝันนั้นจะเป็นจริง รุ่งเช้าเดินพิสูจน์ตามริมคลองท่าควายเมื่อมาถึงใต้กอไผ่ริมคลองท่าควายสังเกตเห็นเหมือนลักษณะขาคนโผล่ออกมาจึงเข้าไปดูจึงพบว่ามีศพถูกดินโคลนฝังอยู่ตามที่ฝันไว้จริง ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่น่าเชื่อว่าเกิดขึ้นจริงแต่มันก็เป็นความจริง

 นายวัชระ บุญญานุรักษ์ อายุ 54 ปี หลานของนางจิราภรณ์ที่มาดูศพของน้าสาว เปิดเผยว่าคืนเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณ ตี 2-3 ของวันพุธ ที่ผ่านมา ฝนได้ตกอย่างหนักมาก ได้ยินเสียงลั่นมาจากฝายน้ำตกยอดน้ำ ม. 7 ต.เขาน้อย จากนั้นพบว่าทั้งน้ำทั้งโคลนพัดเข้ามาจนมิดชั้นสองบ้านพังราบ ตนเองและน้าคือนางจิราภรณ์ หลุดจากบ้านหายไปส่วนตัวเองนั้นได้ถูกกระแสน้ำพัดไปติดกับต้นไม้ ในสภาพเลือดโชกจนมีชาวบ้านมาช่วยเดินออกมาท่ามกลางดินโคลน และช่วยเหลืออย่างปลอดภัย ส่วนน้าสาวหายไป จนมาพบศพในวันนี้ สำหรับนางจิราภรณ์นั้นเป็นอดีตพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐอเมริกาหลังจากเกษียณอายุได้มาปลูกบ้านที่ ต.เขาน้อย อ.สิชล จนกระทั่งมาเกิดเหตุขึ้น

 ผู้สื่อข่าวร่ายงานเพิ่มเติมว่าครอบครัวของนางจิราภรณ์เตรียมมอบเงินสด 1 แสนบาทให้กับผู้พบศพเป็นคนแรกโดยจะมีการมอบเป็นค่าตอบแทนหลังจากการบำเพ็ญกุศลศพเรียบร้อยแล้ว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธารน้ำใจยังคงหลั่งไหลสู่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างต่อเนื่อง ทั้งการมอบถุงยังชีพและข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่ม เนื่องจากมีพื้นที่ประสบภัยหลายจุดที่ และผู้ประสบภัยไม่สามารถประกอบอาหารเองได้ และการเข้าถึงผู้ประสบภัยในหลายจุดเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากยังคงมีระดับน้ำท่วมขังสูง และบางจุดถนนถูกตัดขาดไม่สามารถสัญจรได้ โดยทางจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ประสานกองทัพภาคที่ 4 เพื่อจัดเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงอาหารและอพยพผู้ประสบภัยมายังจุดอพยพที่กำหนดไว้

 ล่าสุดเมื่อเช้าวันนี้ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด ผู้ผลิตปูนเสือ และบริษัท กระเบื้องกระดาษไทย จำกัด ผู้ผลิตกระเบื้องหลังคาตราช้าง มอบถุงยังชีพมูลค่า 1 ล้าน 5 แสนบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นายนันทพงษ์ จันทร์ตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย (ทุ่งสง) จำกัด นายสรศักดิ์ ตั้งคำ ผู้อำนวยการโรงงานกระเบื้องกระดาษไทย ทุ่งสง และนายภิภพ วาสนาอาชาสกุล ผู้อำนวยการภาคใต้ บริษัท เอสซีจี เน็ตเวิร์ค แมเนจเม้นท์ จำกัด และผู้แทนจำหน่าย เอสซีจี เป็นตัวแทนมอบถุงยังชีพมูลค่า 1 ล้าน 5 แสนบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชโดยมีว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และ พ.อ.ดำรง บ่อสุวรรณ รองเสนาธิการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 เป็นตัวแทนรับมอบ ก่อนจะนำถุงยังชีพดังกล่าวออกแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ต่อไป

 สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ประสบภัยรวม 23 อำเภอ 161 ตำบล ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 9 แสนคน เสียชีวิต21 ราย มีการอพยพประชาชนไปอยู่ที่ปลอดภัย 22,261 คน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 22 หลัง และเสียหายบางส่วน 2,446 หลัง ส่วนความเสียหายอื่นๆ อยู่ระหว่างการสำรวจ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 1,500 ล้านบาท ขณะที่สถานการณ์โดยทั่วไปในจังหวัดนครศรีธรรมราช ถึงขณะนี้ยังคงมีน้ำท่วมสูงใน 7 อำเภอ คือ หัวไทร เฉลิมพระเกียรติ ปากพนัง เชียรใหญ่ ถ้ำพรรณรา ฉวาง และทุ่งใหญ่ มีน้ำท่วม ระดับน้ำคงตัวและลดลงใน 16 อำเภอ คือ ลานสกา พิปูน พระพรหม เมืองนครศรีธรรมราช นบพิตำ พรหมคีรี ท่าศาลา สิชล ขนอม ช้างกลาง นาบอน ทุ่งสง บางขัน ร่อนพิบูลย์ จุฬาภรณ์ และชะอวด