
เฉลิมชัยเดินหน้าปล่อยผีจดทะเบียนต่างด้าว
เฉลิมชัย เดินหน้าปล่อยผีจดทะเบียนต่างด้าว ลั่นคุมได้ 80 % โยนรมว.แรงงานคนใหม่ดูพิสูจน์สัญชาติ ปัดนั่งคนกลาง เคลียร์ปมผู้นำแรงงาน แตกคอจัดเมย์เดย์ สรส.โวยรัฐปรับเงินเดือนสองมาตรฐาน หลังพนง.กว่า 40 % ชวดขึ้นเงินเดือน
เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่กระทรวงแรงงาน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีที่คณะอนุกรรมการจัดระบบแรงงานต่างด้าวจะเสนอเรื่องการเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวจำนวนกว่า 3 ล้านคน ให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง (กบร.) พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 19 เม.ย.นี้ว่า ตนตั้งใจจะให้มีการดำเนินการเรื่องนี้ในวันที่ 19 เม.ย.เพราะแรงงานต่างด้าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงและเศรษฐกิจ ถ้ามีการจัดระเบียบอย่างเอาจริงเอาจัง โดยตัดเรื่องผลประโยชน์ออกไปจะแก้ไขปัญหาได้
ในรอบนี้ตนมั่นใจว่าจะไม่มีเรื่องผลประโยชน์และจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ แม้จะไม่ถึงเต็มร้อยแต่ก็คุมได้ร้อยละ 80 เพราะได้นำระบบคอมพิวเตอร์มาพิสูจน์ตัวบุคคล และป้องกันการสวมตอ ซึ่งจะรู้ความเคลื่อนไหวทั้งที่อยู่อาศัยและไม่ให้เกิดปัญหาการลงทะเบียนซ้ำซ้อน ที่สำคัญยืนยันหลังจากจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวทั้ง 3 ล้านคนแล้ว จะไม่มีการพิสูจน์สัญชาติในช่วงยุคที่ตนเป็น รมว.แรงงาน แต่จะให้เป็นหน้าที่ รมว.แรงงานคนใหม่ดำเนินพิสูจน์สัญชาติต่อไปเพื่อป้องกันไม่ให้มีเรื่องผลประโยชน์
ปัดนั่งคนกลาง เคลียร์ปมผู้นำแรงงาน แตกคอจัดเมย์เดย์
นายเฉลิมชัย ยังกล่าวถึงปัญหาความแตกแยกของการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2554 ที่ผู้นำแรงงานแยกกันจัดงาน เนื่องจากปมปัญหาที่คณะกรรมการจัดงานวันแรงานแห่งชาติมีมติให้จัดประกวดเทพธิดาแรงงาน ว่า เรื่องนี้ตนพูดชัดเจนแล้วว่าต้องการให้สหภาพแรงงานและ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ร่วมกันพูดคุยให้เข้าใจในหลักการที่ตรงกัน เพราะความชัดแข้งที่เกิดขึ้น น่าจะพุดคุยกันได้ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาของคนเป็นรัฐมนตรีต้องเข้าไปทำหน้าที่เป็นคนกลาง ซึ่งเป็นการก้าวก่าย รัฐบาลมีหน้าที่ในการสนับสนุนงบประมาณจัดงาน ส่วนการจัดงานเป็นเรื่องของผู้ใช้แรงงาน
“อย่าพยายามโยงให้เป็นเรื่องการเมือง มันไม่มีประโยชน์ ผมขึงไม่ลงไปยุ่ง เพราะจะโดนโจมตีว่าเข้าไปแทรกแซง เรื่องการจัดงานก็ว่ากันไป”นายเฉลิมชัย กล่าวและว่า ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่านายชีวเวช เวชชาชีวะ ที่ปรึกษา รมว.แรงงาน เป็นคนผลักดันให้มีการประกวดเทพธิดาแรงงานนั้น นายชีวเวชก็เป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการจัดงาน เมื่อมีมติให้มีการประกวด การเมืองก็คงลงไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้
สรส.โวยรัฐปรับเงินเดือนสองมาตรฐาน
ที่กระทรวงแรงงาน นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) กล่าวภายหลังนำพนักงานรัฐวิสาหกิจกว่า 200 คน เข้ายื่นข้อเรียกร้องต่อนายเฉลิมชัย ว่า ได้ขอให้ รมว.แรงงาน ทำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจาณาทบทวนกรณีที่คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (ครส.) มีมติเมื่อวันที่ 11 ก.พ.2554 ให้ปรับขึ้นเงินเดือนลูกจ้างรัฐวิสาหกิจในอัตราร้อยละ 5 เท่ากันทุกตำแหน่ง แต่ปรากฏว่าเมื่อนำเสนอ ครม.วันที่ 28 มี.ค.2554 กลับมีมติให้เปลี่ยนแปลงมติ ครส.โดยกำหนดให้การปรับขึ้นเงินเดือนร้อยละ 5 เฉพาะลูกจ้างที่มีเงินเดือนไม่เกิน 5 หมื่นบาท ซึ่งมติ ครม.ดังกล่าว ถือว่าไม่เป็นธรรม เป็นการปฎิบัติ 2 มาตรฐาน เนื่องจากข้าราชการได้ปรับขึ้นเงินเดือนร้อยละ 5 ทุกตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงตำแหน่งอธิบดี รองปลัดกระทรวง และปลัดกระทรวง ขณะที่พนักงานรัฐวิสาหกิจที่มีเงินเดือนเกิน 5 หมื่นบาทสัดส่วนประมาณ 40 % กลับถูกตัดโอกาส
“วันนี้ความเดือดร้อนของพนักงานรัฐวิสาหกิจไม่ได้น้อยไปกว่าข้าราชการ เพราะรัฐวิสาหกิจไม่ได้มีรายได้ดีทุกแห่ง บางแห่งขาดทุน เช่น ขสมก. พนักงานเหล่านี้ไม่สามารถเบิกตรงค่ารักษาพยาบาลได้ ขณะที่ค่าครองชีพก็สูงขึ้นทุกวัน ถ้าไม่มีการเสนอเรื่องให้ ครม.ทบทวน สรส.ก็จะเตรียมการเคลื่อนไหวต่อไป”นายสาวิทย์ กล่าว
ด้านนายเฉลิมชัย กล่าวว่า เห็นด้วยกับการให้ปรับขึ้นเงินเดือน ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจทั้งระบบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่งวันที่ 28 มี.ค.ที่มีการเสนอเรื่องนี้เข้า ครม. ตนติดราชการที่ประเทศสิงคโปร์ จึงไม่มีโอกาสผลักดันเรื่องนี้ ดังนั้นใน 1-2 วันนี้ จะสั่งการให้นางอัมพร นิติสิริ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ทำหนังสือไปถึงเลขาธิการครม. ขอให้มีการนำเรื่องทบทวนการขึ้นเงินเดือนให้พนักงานรัฐวิสาหกิจร้อยละ 5 เท่ากันทุกตำแหน่งเข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม.โดยเร็วที่สุด



